
7 เม.ย. 2569 15:04 น.
- ข่าว
- ต่างประเทศ
- ไทยรัฐออนไลน์
เนปาลสั่งฟ้อง 32 ราย “มาเฟียกู้ภัยหิมาลัย” วางยา นนท. หวังเงินประกันกว่า 600 ล้าน
รัฐบาลเนปาลเดินหน้าปราบปรามขบวนการโกงประกันในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว สั่งฟ้อง 32 ราย ทั้งเจ้าของบริษัททัวร์ บริษัทเฮลิคอปเตอร์ และโรงพยาบาล หลังผลสอบพบพฤติกรรม “วางยา” ให้นักท่องเที่ยวป่วย เพื่อจัดฉากกู้ภัยนักเดินเขาด้วยเฮลิคอปเตอร์โดยไม่จำเป็นเพื่อเรียกรับเงินประกัน รวมมูลค่าความเสียหายมากกว่า 640 ล้านบาท
ทางการเนปาลประกาศใช้มาตรการ “ไม่ยอมรับการทุจริต”ขั้นเด็ดขาด หลังเสร็จสิ้นการสืบสวนขบวนการฉ้อโกงเงินประกันภัยกู้ภัยนักเดินเขาในเทือกเขาหิมาลัย ซึ่งเป็นการทุจริตที่ดำเนินมาอย่างยาวนานและกัดเซาะความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวทั่วโลก
ล่าสุดสำนักงานอัยการเขตได้ยื่นฟ้องต่อศาลแขวงกาฐมาณฑุ ดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด 32 ราย ซึ่งรวมถึงเจ้าของบริษัทนำเที่ยวเดินเขาชื่อดัง ผู้บริหารบริษัทเฮลิคอปเตอร์เช่าเหมาลำ และเจ้าของโรงพยาบาลเอกชน โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาได้แล้ว 9 ราย ส่วนอีก 23 รายยังคงหลบหนี
จากการสืบสวนของหน่วยสืบสวนกลางพบว่ากลุ่มมิจฉาชีพเหล่านี้ทำงานประสานกันเป็นเครือข่ายเพื่อ “แบ่งปันผลกำไร” จากเงินประกันภัย โดยมีกลโกงที่น่าตกใจ ด้วยการวางยาให้นักท่องเที่ยวป่วย มีการแอบผสม “เบกกิ้งโซดา” ลงในอาหารเพื่อให้นักท่องเที่ยวเกิดอาการป่วยหรือท้องเสียอย่างรุนแรง เพื่อใช้เป็นข้ออ้างในการเรียกเฮลิคอปเตอร์กู้ภัย
โดยนักท่องเที่ยวที่มีอาการเพียงเล็กน้อยจะถูกกดดันให้ตกลงรับการอพยพทางอากาศ พร้อมมีการปลอมแปลงเอกสารทางการแพทย์เพื่อเรียกเก็บเงินจากบริษัทประกันภัยในต่างประเทศ นอกจากนั้น ยังพบกรณีการแจ้งเคลมเงินประกันหลายครั้งจากการกู้ภัยเพียงครั้งเดียว หรือรายงานเที่ยวบินกู้ภัยผีที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริง
ตัวเลขจากการสืบสวนระบุว่า ขบวนการนี้ฉ้อโกงเงินประกันไปแล้วไม่ต่ำกว่า 19.69 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 641 ล้านบาท) โดยบริษัท Mountain Rescue Service เพียงแห่งเดียว ถูกตรวจพบว่ามีเที่ยวบินกู้ภัยที่ “น่าสงสัย” ถึง 171 เที่ยวจากทั้งหมด 1,248 เที่ยว กวาดเงินไปกว่า 10 ล้านดอลลาร์
ผลกระทบจากเหตุการณ์นี้รุนแรงถึงขั้นบริษัทประกันภัยระหว่างประเทศบางแห่ง เริ่มระงับการขายกรมธรรม์ประกันภัยการเดินทางให้กับนักท่องเที่ยวที่มาเนปาล ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้หลักของประเทศที่พึ่งพานักปีนเขาและนักเดินเขานับแสนคนต่อปี
นายชยา นารายัน อาชารยา โฆษกกระทรวงการท่องเที่ยวเนปาล ยืนยันว่ารัฐบาลจะดำเนินการตรวจสอบบัญชีอย่างเข้มงวดและบังคับใช้ใบอนุญาตเฉพาะเอเจนซี่ที่โปร่งใสเท่านั้น ขณะที่ศาลได้ให้ความสำคัญกับคดีนี้เป็นอันดับต้นๆ โดยตั้งวงเงินค่าปรับผู้ต้องหารวมกันสูงถึง 1.51 พันล้านรูปีเนปาล
อย่างไรก็ตาม ทางสมาคมการปีนเขาแห่งเนปาลและเจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่า ยังไม่พบหลักฐานที่เชื่อมโยงว่าไกด์บนยอดเขาเอเวอเรสต์มีส่วนเกี่ยวข้องกับกลโกงนี้ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักปีนเขามืออาชีพที่กำลังจะเดินทางมาในฤดูกาลที่จะถึงนี้.