
นายกฯ มั่นใจสงกรานต์ น้ำมันไม่ขาด ขอปชช.ปรับตัว หวั่นสถานการณ์ตะวันออกกลาง กลับมาเลวร้าย
วันพุธ ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.56 น.
นายกฯ ขอบคุณปชช. ช่วยประหยัดพลังงานช่วงวิกฤติ ส่งผลสต็อกน้ำมันเหลือเพิ่ม ยืดเวลาใช้นานขึ้น มั่นใจสงกรานต์ น้ำมันไม่ขาด แต่ขอประชาชน ปรับตัว ประหยัด-ปรับชีวิต หวั่น สถานการณ์ตะวันออกกลาง กลับมาเลวร้าย กระทบระบบเศรษฐกิจ
เมื่อวันที่ 8 เม.ย.2569 ที่ทําเนียบรัฐบาล นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังเข้าพบนายกรัฐมนตรี ว่า นายกฯ ได้ให้ตนเข้าไปพบเพื่อรายงาน สถานการณ์ของการจําหน่ายน้ำมัน ในช่วงที่ผ่านมาว่าเป็นอย่างไรบ้าง จากเดิมที่เรามีปริมาณการจําหน่ายน้ํามันดีเซล เฉลี่ยประมาณ 82 ล้านลิตร ซึ่งในช่วงตั้งแต่วันที่ 5 เมษายน เป็นต้นมา ปริมาณการใช้น้ํามันปรับลดลง อยู่ที่ประมาณ 45 ล้านลิตร และเมื่อวันที่ 6 เม.ย. อยู่ที่ประมาณ 56 ล้านลิตร ซึ่งลดลงจากที่เคยบริโภคในช่วงของสถานการณ์ตะวันออกกลางช่วงแรก
“นายกฯ จึงฝากขอบคุณพี่น้องประชาชน ที่ช่วยกันประหยัดพลังงาน ซึ่งการใช้น้ำมันที่ลดลง ตรงจุดนี้ โดยเฉพาะน้ํามันดีเซล ทําให้เรามีสต็อกน้ํามันที่เพิ่มขึ้น เพราะฉะนั้นสามารถสะสมตัวน้ํามันเพื่อใช้ในการบริโภค ยืดเวลาการใช้น้ํามันของเราออกไปได้นานขึ้นกว่าเดิม” เลขาสภาพัฒน์ กล่าว
นายดนุชา กล่าวว่า ขณะเดียวกัน ในเรื่องของการประหยัดพลังงาน ก็ต้องขอความร่วมมือประชาชนดําเนินการต่อ เพราะสถานการณ์ยังมีความไม่แน่นอน แม้ว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ชะลอการเข้าไปโจมตีอิหร่าน ประมาณสองสัปดาห์ แต่เรายังไม่ทราบว่าหลังจากสองสัปดาห์แล้ว อะไรจะเกิดขึ้น ฉะนั้นในช่วงนี้ อยากให้ทุกท่านยังคงช่วยกันประหยัดพลังงาน เพราะในช่วงถัดไปการจัดหาน้ำมัน ถ้าสถานการณ์กลับเข้ามาสู่จุดเดิม และอาจจะเลวร้ายลงกว่าเดิม การจัดหาน้ำมันอาจจะยากขึ้น เพราะฉะนั้นหากเราสามารถประหยัดพลังงาน และมีการสะสมสต็อกน้ํามัน ในช่วงนี้ได้มากขึ้น ยืดเวลาการมีน้ํามันให้ประชาชนได้ใช้ในชีวิตประจําวัน และการประกอบอาชีพได้นานกว่าเดิม
เมื่อถามว่า ที่ระบุว่าสามารถยืดเวลาได้นั้นจะยืดได้กี่วัน นายดนุชา กล่าวว่า ตอนนี้สต็อกน้ํามันที่บอกว่ามีร้อยกว่าวัน มีประมาณ 50 กว่าวันที่เป็นน้ำมัน
กําลังเดินทางเข้ามา ส่วนน้ํามันที่มีอยู่ในประเทศตอนนี้ ที่ใช้อยู่ จะมีสต๊อกตามกฎหมาย ประมาณ 25 วัน และสต็อกสําหรับการจําหน่าย ประมาณ 18-20 วัน ฉะนั้นการที่เราใช้น้ํามันลดลง กําลังการผลิตในโรงกลั่นจะลดลงตามมา ซึ่งก็จะดีกับโรงกลั่นด้วย โดยในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา โรงกลั่นต้องเร่งกําลังการผลิตขึ้นมากว่าร้อยเปอร์เซ็นต์ ซึ่งถ้าอยู่ในลักษณะนี้เป็นเวลายาวนาน ตัวโรงกลั่นเองอาจจะมีปัญหา หรือระบบการผลิตเกิดความเสียหาย ฉะนั้นถ้าเราใช้น้ํามันลดลงอย่างนี้ จะทําให้ตัวกําลังการผลิตสามารถลดลงมาได้ จะได้กลับมาสู่ภาวะปกติ จะได้มีตัวสต็อกน้ํามันมากขึ้น ก็ขึ้นอยู่กับว่าถ้าเราสามารถลดการใช้น้ํามันได้เรื่อย ๆ สต๊อกน้ำมันก็จะเพิ่มขึ้น ซึ่งก็จะทําให้ยืดเวลาได้ ส่วนจะกี่วันนั้น รายละเอียดก็ต้องคุยกับกระทรวงพลังงานด้วย เข้าใจดีว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานจะคุยเรื่องนี้กับประชาชนเช่นกัน
เมื่อถามว่า การลดการใช้น้ํามัน ตรงนี้จะช่วยสถานะของกองทุนน้ํามันได้ด้วยหรือไม่ นายดนุชา กล่าวว่า ถ้าลดก็จะช่วยสถานะกองทุนน้ํามัน ในแง่ของเงินที่จ่ายออก ส่วนค่าการกลั่นที่มีการประกาศออกมาเมื่อวันที่ 7เม.ย. และได้ลงราชกิจจานุเบกษาแล้ว ตรงนี้จะทําให้กองทุนน้ํามันมีรายจ่ายต่อวันลดลง เบื้องต้นน่าจะอยู่ประมาณ จากเดิม 1,500 ล้านบาท อาจจะเหลือประมาณ 1,200 ล้านบาท ก็จะชะลอการเพิ่มขึ้นของภาระหนี้ของกองทุนลงได้ ซึ่งก็จะดีกับตัวฐานะการคลังของประเทศด้วย ก็จะมีเงินเพียงพอในการใช้ช่วยประชาชน ในการลดผลกระทบ รวมถึงภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากราคาน้ํามันที่เพิ่มสูงขึ้น แม้จริงๆ ราคาน้ํามันตอนนี้ จะเริ่มปรับลดลง จากเมื่อเช้าที่ประธานาธิบดีสหรัฐประกาศก็ตาม แต่ถ้าพูดจริงๆ ก็ยังอยู่ระดับที่สูงกว่าปกติอยู่ดี ถ้าเราสามารถช่วยกันประหยัดได้ก็จะช่วยได้เยอะ
เมื่อถามว่า นายกฯได้คุยถึงน้ำมันในช่วงเทศกาลสงกรานต์จะไม่ขาดแคลนใช่หรือไม่ นายดนุชา กล่าวว่า ไม่ขาด ตอนนี้ในระบบสถานีบริการน้ำมัน จากข้อมูลทั้งของปตท.และบางจาก ไม่มีปัญหาเรื่องน้ํามันขาดมา 2-3 วันแล้ว
เมื่อถามว่า แนวคิดการจะปิดปั๊มน้ํามันเป็นเวลา ยังมีอยู่หรือไม่ นายดนุชา กล่าวว่า ตรงนั้นต้องคุยกันในรายละเอียดอีกที ซึ่งเมื่อเช้าก็มีข่าวเกี่ยวกับผู้ประกอบการรถบรรทุกที่เขาจะได้รับผลกระทบ ก็ต้องมาดูว่าจะออกเป็นมาตรการในลักษณะไหน ไม่ให้กระทบกันมาก แต่สิ่งสําคัญคือทุกคนต้องปรับตัว เพราะตอนนี้เป็นเรื่องน้ํามันแพง แต่ในระยะถัดไป จะกลายเป็นเรื่องปัญหาด้านเศรษฐกิจตามมา ฉะนั้นทุกคนต้องปรับตัวทั้งเรื่องการประหยัดและใช้ชีวิต ต้องปรับตัวตั้งแต่ตอนนี้