
ภราดร จ่อหารือ เอกนิติ งบฯ คนละครึ่ง พลัส การันตีเฟสแรกเร็วแน่
วันพุธ ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2569, 09.44 น.
“ภราดร” ไหว้ศาลประจำทำเนียบฯ ขอพรให้ นายกฯ – ครม.ทำงานราบรื่บ ดูแล ปชช.เต็มที่ จ่อหารือ “เอกนิติ” งบฯ “คนละครึ่ง พลัส” วันนี้ ส่วนจะได้ 20 ล้านสิทธิ์เท่าเดิมหรือไม่ ขอรอดูการออกแบบ การันตีเฟสแรกเร็วแน่
วันที่ 8 เมษายน 2569 เวลา 07.59 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐ ได้นำพวงมาลัยมาไหว้สักการะ ศาลพระภูมิเจ้าที่ และศาลตายาย สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำทำเนียบรัฐบาล
จากนั้น นายภราดร เปิดเผยว่า หลังจากเริ่มเข้าทำงานในรอบที่ 2 ก็มาไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสถานทีที่ได้ทำงาน โดยตนได้ขอพรในภาพรวม และขอให้นายกรัฐมนตรี รวมถึงคณะรัฐมนตรีทำงานด้วยความราบรื่น เพราะขณะนี้สถานการณ์ของประเทศไทยและของโลกอยู่ในสถานการณ์สงคราม ดังนั้นหลายอย่างต้องมีจำเป็น ต้องมีความเข้มข้น และเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น จึงขอให้การทำงานของคณะรัฐมนตรีเป็นไปด้วยความราบรื่น เพื่อดูแลพี่น้องประชาชนอย่างเต็มกำลัง
เมื่อถามว่า แบ่งงานรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีได้กำกับดูแลกระทรวงใด นายภราดร กล่าวว่า เมื่อวานมีคำสั่งของนายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้ดูสำนักงบประมาณ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ หรือ ป.ป.ท. ซึ่งสำนักงบประมาณก็เป็นหน่วยงานเดิมที่ตนเองเคยกำกับดูแลอยู่ ก็จะทำหน้าที่ต่อไป
เมื่อถามว่าการประชุมครม.ปกตินัดแรก 11 เมษายน สำนักงบประมาณจะเสนอวาระใด นายภราดร กล่าวว่า เตรียมแผนไว้จะต้องนำปฏิทินการจัดงบประมาณการจัดทำร่างงบประมาณปี 2570 เข้าก่อน เพื่อกำหนดทิศทางและเป้าหมายใหญ่สุด งบประมาณเพื่อให้งบประมาณปี 70 ไม่ล่าช้า และเริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569
นอกจากนี้นายกรัฐมนตรีกำชับว่าภายใต้ภาวะสถานการณ์แบบนี้หน่วยงานราชการจะต้องจัดทำงบประมาณให้เข้ากับสถานการณ์ให้มากที่สุด สิ่งใดที่ไม่จำเป็นหรือสามารถรอได้ให้ชะลอโครงการไว้ก่อน ให้วางเป้าหมายชัดเจนว่าการตั้งงบประมาณปี 70 ทำเพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าให้พี่น้องประชาชนหรือพูดง่ายๆว่าช่วยประชาชนก่อน
เมื่อถามว่าการจัดทำร่างงบประมาณปี 70 มีความคืบหน้ากี่เปอร์เซ็นต์ นายภราดร กล่าวว่า จะเริ่มนับหนึ่งตั้งแต่ 11 เมษายนนี้ โดยเมื่อปฏิทินงบประมาณเข้าครม. ก็จะเริ่มกำหนดกรอบให้หน่วยงานราชการเสนอคำขอขึ้นมา โดยคาดว่าจะวางเดดไลน์คำขอที่ตั้งไว้คร่าว ๆ น่าจะเป็นช่วงเดือนพฤษภาคม ซึ่งคำขอจะต้องถึงสำนักงบประมาณเพื่อให้ได้มีการคัดกรองคำขอตามปกติ อย่างไรก็ตามต้องรอครม. อนุมัติก่อน สัก 15 วันอาจจะล่าช้าได้ประมาณ 15 -20 วัน แต่ย้ำว่าปลายทางจะต้องเสร็จให้ทันภายใน 1 ตุลาคมนี้ เพื่อให้ได้ใช้ออกมา
ส่วนความคืบหน้าการเตรียมพร้อมดำเนินโครงการคนละครึ่งพลัส นายภราดร กล่าวว่า ตนได้รับโจทย์จากนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง มาแล้วซึ่งวันนี้จะมีการหารือกันว่าจะหางบประมาณจากตรงไหนมาดำเนินการตามนโยบายที่จะช่วยเหลือประชาชน และนอกจากโครงการดังกล่าวก็จะมีโครงการไทยช่วยไทยด้วยซึ่งถือว่าเป็นโครงการใหญ่
เมื่อถามว่างบกลางจะเพียงพอหรือไม่ นายภราดร กล่าวว่า ตนกำลังจะไปคุยเรื่องการใช้พรบ.โอนงบฯ กับนายเอกนิติ ว่าจะดำเนินการได้เมื่อไหร่ แต่หากดูเร็ว ๆ คาดว่าเป็นเดือนมิถุนายน
เมื่อถามย้ำว่าโอนงบมาดำเนินการจะเพียงพอหรือไม่ หรือจำเป็นต้องกู้เงินมาดำเนินโครงการ นายภราดร กล่าวว่า ตนคิดว่าน่าจะยังพออยู่ เพราะนายกรัฐมนตรีให้นโยบายชัดเจนสำหรับหน่วยงานราชการว่าภาคส่วนไหนยังไม่จำเป็นต้องใช้หรือเร่งรีบจนเกินไปก็ให้ชะลอไว้ก่อน และนำงบประมาณมาช่วยเหลือประชาชนเป็นเป้าหมายแรกก่อน ส่วนรายละเอียดในเรื่องงบประมาณและการดำเนินการ และจำนวนประชาชนที่จะได้สิทธิ์ อยู่ในช่วงการออกแบบดีไซน์โดยกระทรวงการคลัง ซึ่งต้องหารือกับทุกหน่วยงานอาทิ กระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงพลังงาน ส่วนจำนวนจะได้ 20 ล้าน สิทธิ์เท่าเดิมหรือไม่ อยู่ในช่วงออกแบบโครงสร้าง ทั้งเรื่องจำนวนผู้รับผลประโยชน์ และวงเงิน แต่ ยืนยันว่าเฟสแรกจะดำเนินการให้เร็วที่สุด
เมื่อถามกรณีที่ฝ่ายค้านโดยเฉพาะพรรคประชาชน เตรียมอภิปรายนโยบายรัฐบาล ประเด็นรวยไม่ไหวแล้ว นายภราดร กล่าวว่า ตนเชื่อว่าการเป็นรัฐบาลในขณะนี้ต้องเผชิญปัญหามากกว่าในหลายรัฐบาลที่ผ่านมา เพราะล่าสุดเป็นสถานการณ์โควิด-19 แม้สถานการณ์ต่างกันแต่ความรุนแรงคิดว่าไม่ต่างกันแน่นอน