
ศาลอาญายกคำร้อง! ไม่ให้ประกันตัว ไผ่ ดาวดิน คดีชุมนุม 19 กันยาฯ
วันพุธ ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.09 น.
8 เมษายน 2569 เพจเฟซบุ๊ก “ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน” โพสต์ข้อความระบุว่า ยกคำร้อง! ศาลอาญายังไม่ให้ประกันตัว ‘ไผ่’ จตุภัทร์ คดีชุมนุม 19 กันยาฯ ชี้ไม่มีเหตุไต่สวน อ้างศาลอุทธรณ์เคยยกคำร้อง แม้ศาลฎีกาให้ประกันตัวในคดี ม.112 ภูเขียว
ศาลอาญายกคำร้องขอประกันตัว “ไผ่” จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา ในระหว่างพิจารณาคดี ม.112 จากเหตุชุมนุม #19กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร เมื่อวันที่ 19 – 20 ก.ย. 2563 บริเวณมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ และสนามหลวง หลังจากครอบครัวยื่นคำร้อง พร้อมขอให้ศาลมีการไต่สวนเพื่อพิจารณาการประกันตัว ไปเมื่อวันที่ 2 เม.ย. 2569 ที่ผ่านมา
ศาลอาญามีคำสั่งยกคำร้อง โดยระบุว่า ข้อเท็จจริงตามคำร้องขอปล่อยชั่วคราวนี้ จำเลยเคยกล่าวอ้างไว้ในคำร้องอุทธรณ์คำสั่งฯ และศาลอุทธรณ์มีคำสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลย โดยแสดงเหตุผลไว้ชัดแจ้งแล้ว กรณีไม่มีเหตุไต่สวนและไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม
กรณีดังกล่าวเป็นเหตุให้จตุภัทร์ยังคงถูกคุมขังต่อไป กล่าวคือ แม้ศาลฎีกามีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัวระหว่างฎีกาคดี ม.112 ชุมนุมหน้าโรงเรียนภูเขียวและ สภ.ภูเขียว และอีกคดีหนึ่งศาลอุทธรณ์ภาค 4 ก็มีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัวระหว่างอุทธรณ์คดี ม.116 เหตุชุมนุม #จัดม็อบไล่แม่งเลย แล้วก็ตาม
แต่เมื่อในคดีนี้ (คดีชุมนุม 19 กันยาฯ) ศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัว ทำให้ปัจจุบันเขายังคงมีหมายขังในคดีนี้เพียง 1 คดี ซึ่งอยู่ระหว่างสืบพยานในศาลชั้นต้น ยังไม่ได้มีคำพิพากษาแต่อย่างใด และก่อนหน้านี้จตุภัทร์ก็ได้รับการประกันตัวในคดีนี้ แต่ภายหลังจากที่จตุภัทร์ถูกคุมขัง นายประกันได้ยื่นคำร้องขอถอนประกัน แต่เมื่อได้รับการประกันตัวในคดีภูเขียวแล้ว กลับไม่ได้ประกันตัวในคดีนี้
ตั้งแต่วันที่ 3 ก.ย. 2568 ที่จตุภัทร์เริ่มถูกคุมขัง เขาถูกขังมาแล้ว 218 วัน หรือ 7 เดือน 5 วัน
ยื่นประกันตัวคดีชุมนุม 19 กันยา พร้อมขอไต่สวนและติด EM หลังศาลฎีกาให้ประกันคดี ม.112 ภูเขียวแล้ว แต่ศาลอาญายกคำร้อง
เมื่อวันที่ 2 เม.ย. 2569 ที่ผ่านมา ครอบครัวของจตุภัทร์ยื่นประกันตัวในระหว่างพิจารณาคดี ม.112 เหตุชุมนุม #19กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร เมื่อวันที่ 19 – 20 ก.ย. 2563 คำร้องโดยสรุประบุว่า จำเลยยินยอมติดกำไลอิเล็กทรอนิกส์ (EM) หรือกำหนดเวลาให้อยู่ภายในเคหสถาน หรือให้ศาลกำหนดเงื่อนไขใด ๆ หากเห็นว่าเพื่อป้องกันมิให้จำเลยหลบหนี เพื่อไม่ให้เป็นอุปสรรคในการพิจารณาคดี หรือเพื่อไม่ให้ก่ออันตรายประการอื่น โดยขอให้ศาลมีคำสั่งนัดไต่สวนคำร้องประกันตัวจำเลยเพื่อประกอบการพิจารณาใช้ดุลยพินิจ
คดีนี้อยู่ระหว่างการสืบพยาน จำเลยยังคงต่อสู้คดีอยู่และไม่มีพฤติการณ์หลบหนี กล่าวคือ ตั้งแต่ถูกดำเนินคดีนี้มาตั้งแต่ปี 2564 และได้รับสิทธิประกันตัวมาก่อน แต่เมื่อจำเลยถูกพิพากษาจำคุกในคดี ม.112 ชุมนุมหน้าโรงเรียนภูเขียวและ สภ.ภูเขียว จำเลยจึงถอนประกันคดีนี้เอง มิใช่กรณีที่ศาลเห็นว่าจำเลยจะมีพฤติการณ์หลบหนีหรือกระทำผิดเงื่อนไข และไม่ได้มีพฤติการณ์ที่เป็นอุปสรรคในการพิจารณาคดี จนถูกถอนประกันแต่อย่างใด
ปัจจุบันศาลฎีกามีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัวคดี ม.112 ชุมนุมปราศรัยภูเขียว ตั้งแต่วันที่ 10 มี.ค. 2569 ซึ่งคดีดังกล่าวมีคำพิพากษาในชั้นอุทธรณ์ให้คุมขังจำเลยแล้ว แต่จำเลยยืนยันต่อสู้คดีถึงที่สุด ศาลฎีกาได้ให้โอกาสจำเลยในการต่อสู้คดีโดยได้รับประกันตัว แต่ในคดีนี้ คดียังอยู่ในระหว่างการพิจารณา จำเลยยิ่งไม่มีความคิดที่จะหลบหนี
จำเลยต้องการที่จะพิสูจน์การกระทำของตนเองต่อกระบวนการยุติธรรม และใช้เวลาในการต่อสู้คดีมาตลอดระยะเวลาหลายปี การคุมขังระหว่างพิจารณาคดีนอกจากจะไม่เป็นประโยชน์และยังเป็นโทษอย่างร้ายแรงต่อตัวจำเลย
ในวันเดียวกัน ศาลอาญามีคำสั่งยกคำร้อง ระบุคำสั่งว่า “พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า ข้อเท็จจริงตามคำร้องขอปล่อยชั่วคราวนี้ จำเลยเคยกล่าวอ้างไว้ในคำร้องอุทธรณ์คำสั่งฯ ฉบับลงวันที่ 16 มีนาคม 2569 และศาลอุทธรณ์มีคำสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลย โดยแสดงเหตุผลไว้ชัดแจ้งแล้ว กรณีไม่มีเหตุไต่สวนและไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม จึงไม่อนุญาต ยกคำร้อง แจ้งคำสั่ง”
ผู้พิพากษาที่ลงนามคำสั่ง ได้แก่ รัชชา สุทธิมา
ลำดับการยื่นประกันตัว “ไผ่” จตุภัทร์ ในคดีชุมนุม 19 กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร
– 9 ก.พ.2565 ศาลอาญามีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัวจตุภัทร์ระหว่างพิจารณาคดี
– 16 ก.ย.2568 นายประกันยื่นคำร้องขอส่งตัวและถอนประกันจตุภัทร์ เนื่องจากในระหว่างนั้นถูกคุมขังระหว่างฎีกาในคดี ม.112 เหตุชุมนุมหน้าโรงเรียนภูเขียวและ สภ.ภูเขียว และศาลฎีกาไม่อนุญาตให้ประกันตัว
– 13 มี.ค.2569 ยื่นประกันตัวครั้งที่ 1 ภายหลังจากที่ศาลฎีกามีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัวระหว่างฎีกาคดี ม.112 ชุมนุมหน้าโรงเรียนภูเขียว และสภ.ภูเขียว โดยเห็นว่าไม่ปรากฏว่ามีพฤติการณ์หลบหนีหรือยุ่งเหยิงกับพยาน รวมทั้งศาลอุทธรณ์ภาค 4 มีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัวระหว่างอุทธรณ์คดี ม.116 เหตุชุมนุม #จัดม็อบไล่แม่งเลย เนื่องจากเห็นว่าศาลฎีกาอนุญาตให้ประกันตัวในคดีที่ภูเขียว
แต่ศาลอาญามีคำสั่งยกคำร้องในคดีชุมนุม #19กันยาทวงคืนอำนาจราษฎร นี้ ระบุคำสั่งว่า “พิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหาและพฤติการณ์แห่งคดีแล้วเห็นว่า คดีมีอัตราโทษสูง ข้อกล่าวหาตามฟ้องมีลักษณะเป็นเรื่องร้ายแรง เมื่อพิจารณาประกอบข้อคัดค้านของพนักงานอัยการโจทก์ และข้อเท็จจริงซึ่งจำเลยยังถูกฟ้องดำเนินคดีในลักษณะการกระทำทำนองเดียวกันกับคดีนี้อีกด้วย นอกจากนี้ศาลได้กำหนดวันนัดพิจารณาคดีต่อเนื่องในคดีนี้ไว้แล้ว หากปล่อยชั่วคราวมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าจำเลยอาจหลบหนี หรือจะเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินคดีในศาลได้ จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างพิจารณา ให้ยกคำร้อง”
– 16 มี.ค.2569 ยื่นอุทธรณ์คำสั่งที่ศาลอาญามีคำสั่งไม่อนุญาตให้ประกันตัว – ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยกคำร้อง
ระบุคำสั่งว่า “พิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหาและพฤติการณ์แห่งคดีแล้ว ข้อหามีอัตราโทษสูง การกระทำที่จำเลยถูกฟ้องมีลักษณะเป็นการร่วมกันกระทำความผิดของกลุ่มบุคคล อันอาจก่อให้เกิดความเสียหายและส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง อันนำมาซึ่งความเสื่อมเสียสู่สถาบันพระมหากษัตริย์ พฤติการณ์เป็นเรื่องร้ายแรง หากอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวมีเหตุอันควรเชื่อว่าจำเลยจะหลบหนี คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง”
– 28 มี.ค.2569 ยื่นประกันตัวครั้งที่ 2 – ศาลอาญามีคำสั่งยกคำร้อง
– 2 เม.ย. 2569 ยื่นประกันตัวครั้งที่ 3 (ครั้งล่าสุด) – ศาลอาญามีคำสั่งยกคำร้อง
ทั้งนี้ คดีชุมนุม #19กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร ศาลอาญามีกำหนดนัดสืบพยานต่อไปในวันที่ 7 พ.ค. 2569 พร้อมนัดสืบพยานรวมอีกกว่า 30 นัด ต่อไปจนถึงเดือน พ.ย.ปีนี้