
โฆษกกลาโหมย้ำ ไทยไม่รุกราน ชี้ปะทะรอบ 3 หรือไม่ ขึ้นอยู่กับการยั่วยุกัมพูชา
วันอังคาร ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2569, 19.31 น.
โฆษกกลาโหม มองการปะทะรอบ 3 จะเกิดหรือไม่ขึ้นอยู่กับอีกฝ่าย ยืนยันไทยไม่รุกราน-ไม่เสริมกำลังเพิ่มเติม
7 เมษายน 2569 ที่รังสแกมเมอร์ พื้นที่โอร์เสม็ด – ช่องจอม ระหว่างชายแดนไทย – กัมพูชา จ.สุรินทร์ พล.ร.ต.สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงประเด็น การจัดการพื้นที่หลังจากนี้จะเป็นอย่างไร ว่า ขึ้นอยู่กับรัฐบาลทั้ง 2 ประเทศ ว่าหลังจากนี้ ถ้าเรามีโอกาสพูดคุยในที่ประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย – กัมพูชา หรือ JBC และดูพื้นที่ปักปันเขตแดนในจุดนี้ว่าที่จริงแล้วพื้นที่แห่งนี้อยู่ในพื้นที่ของประเทศใด หลังจากนั้นเราต้องมาพูดคุยในเรื่องของโครงสร้างว่าเราจะดำเนินการอย่างไรในพื้นที่แห่งนี้
พล.ร.ต.สุรสันต์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ในมุมมองของคน มองว่าพื้นที่แห่งนี้ ยังเป็นพื้นที่ที่มีความเสี่ยง เนื่องจากยังมีตึกลาบ้านช่อง จึงมีความเสี่ยงเป็นที่ซ่องสุมและซ่อนเร้นของกองกำลังฝ่ายตรงข้ามได้ ฉะนั้น ในที่สุดก็อาจจะต้องรื้อถอน หรือควบคุมอะไรสักอย่าง เพื่อให้เกิดความปลอดภัยทั้งกองกำลังที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดน และประชาชนด้วย
พล.ร.ต.สุรสันต์ กล่าวย้ำว่า พื้นที่แห่งนี้กองกำลังไทยได้เข้าควบคุมด้วยตนเอง เนื่องจากช่วงที่ปฏิบัติการปะทะระหว่างไทยกับกัมพูชา เราตรวจพบว่า กัมพูชามีการใช้โดรนเข้ามาโจมตีฝ่ายไทย รวมถึงซ่อมสุมการใช้พลซุ่มยิงเพื่อโจมตีฝายไทย ดังนั้น กองกำลังทหารไทย ต้องเข้ามาปราบปรามสิ่งต่างๆ เหล่านี้ ทำให้มีความจำเป็นลุกคืบ และเข้าควบคุมพื้นที่แห่งนี้
เมื่อถามว่า ในส่วนเรื่องการปะทะรอบ 3 มองว่าจะเกิดขึ้นหรือไม่ พล.ร.ต.สุรสันต์ กล่าวว่า การปะทะครั้งที่ 3 จะเกิดขึ้นหรือไม่ ขึ้นอยู่กับกัมพูชา เนื่องจากไทยเราไม่มีนโยบายให้รุกรานประเทศอื่นใด เรารักษาจุดยืนตามข้อตกลง JBC หรือแนวปฏิบัติการทางทหาร และเราจะไม่เพิ่มกำลังหรือเสริมกำลัง เพื่อเข้าไปในพื้นที่มากกว่านั้นอีกแล้ว ยืนยันว่า เราไม่มีการเพิ่มเติมอะไรหลังจากนี้ ส่วนจะเกิดการปะทะรอบ 3 หรือไม่ ย้ำว่า ขึ้นอยู่กับกัมพูชาว่าจะทำการยั่วยุฝั่งไทยมากน้อยแค่ไหน