
ดร.ปิติ พาย้อน 6 สนามรบ เจาะสาเหตุ สหรัฐพ่ายแพ้
วันพฤหัสบดี ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2569, 09.19 น.
วันนี้ 9 เมษายน 2569 กลายเป็นโพสต์ไวรัลที่คนแชร์ต่อและพูดถึงอย่างมาก เมื่อ รศ.ดร.ปิติ ศรีแสงนาม ผู้อำนวยการบริหาร มูลนิธิอาเซียน ณ กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย และอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์บทวิเคราะห์เชิงลึกผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวโดยนำเอาวาทะของ จูกัดเหลียง หรือที่คนไทยรู้จักกันดีในชื่อของ ขงเบ้ง และตำราพิชัยสงครามโบราณ มาเปรียบเทียบกับความพ่ายแพ้ทางยุทธศาสตร์ของสหรัฐอเมริกาไว้อย่างน่าสนใจ โดยมีข้อความทั้งหมดระบุว่า ““เป็นแม่ทัพขุนพล หากไม่รู้กระจ่างในดาราศาสตร์ ไม่รู้ซึ้งถึงภูมิศาสตร์ ไม่ล่วงรู้ความเปลี่ยนแปลงของพลังจักรวาลหยินและหยาง ไม่เข้าใจการจัดค่ายกล ย่อมมิใช่ยอดขุนพล เป็นได้เพียงคนโง่เขลาเท่านั้น”
วาทะอันลือลั่นของจูกัดเหลียง (ขงเบ้ง) ที่กล่าวต่อโลซกในวรรณกรรมมหาอมตะอย่างสามก๊ก ไม่ได้เป็นเพียงคำคมที่ประดับไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ ทว่าคือแก่นแท้ของ “ยุทธศาสตร์การรบและการเมือง” ที่ไร้กาลเวลา หากนำปรัชญาตะวันออกที่ลึกซึ้งนี้มาทาบทับกับมหาอำนาจโลกในยุคปัจจุบันอย่าง “สหรัฐอเมริกา” เราจะพบความจริงที่น่าประหลาดใจว่า มหาอำนาจที่มีแสนยานุภาพทางทหาร เทคโนโลยี และเศรษฐกิจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ กลับต้องเผชิญกับ “ความพ่ายแพ้ทางยุทธศาสตร์” ครั้งแล้วครั้งเล่า นับตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นต้นมา
.jpg)
ข้อเขียนนี้จะพาคุณผู้อ่านเจาะลึก 6 สมรภูมิสำคัญที่สหรัฐอเมริกาไม่อาจบรรลุเป้าหมายตามวาระแรกเริ่มของการทำสงครามได้ โดยวิเคราะห์ผ่านแว่นตาของ 3 ตำราพิชัยสงครามระดับโลก ได้แก่ ตำราพิชัยสงครามซุนวู, คัมภีร์ 36 กลยุทธ์ (Book of Qi) และยุทธพิชัยสงครามสามก๊ก
เพื่อถอดรหัสว่าเหตุใด แสนยานุภาพอันเกรียงไกรจึงพ่ายแพ้ต่อความซับซ้อนของ “ภูมิศาสตร์ ดาราศาสตร์ และจิตใจคน”
1. สงครามเกาหลี (Korean War, ค.ศ. 1950-1953) : ความประมาทต่อดุลยภาพแห่งอำนาจ
บริบทเหตุการณ์: สงครามเกาหลีเริ่มต้นเมื่อกองทัพเกาหลีเหนือข้ามเส้นขนานที่ 38 ลงมารุกรานเกาหลีใต้ สหรัฐฯ ภายใต้ธงของสหประชาชาติ (UN) ได้เข้าแทรกแซงจนสามารถผลักดันเกาหลีเหนือกลับไปได้สำเร็จ ทว่าเป้าหมายได้เปลี่ยนไปสู่ความทะเยอทะยานที่ใหญ่กว่า คือ “การบุกยึดเกาหลีเหนือเพื่อรวมชาติ” นายพลพลดักลาส แมกอาเธอร์ (Douglas MacArthur) นำทัพรุกคืบเข้าใกล้แม่น้ำยาลูซึ่งเป็นพรมแดนธรรมชาติติดกับจีน โดยเพิกเฉยต่อคำเตือนของรัฐบาลปักกิ่ง ผลที่ตามมาคือกองทัพทหารอาสาสมัครจีนนับล้านคนข้ามแม่น้ำลงมาตีโต้ ทำให้กองทัพสหรัฐฯ ต้องถอยร่น สงครามจบลงด้วยการชะงักงันและหยุดยิงที่เส้นขนานที่ 38 เช่นเดิม สหรัฐฯ พ่ายแพ้ต่อเป้าหมายในการรวมชาติเกาหลี
บทวิเคราะห์จากพิชัยสงคราม
– พิชัยสงครามซุนวู: ซุนวูกล่าวว่า “รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งมิมีอันตราย” สหรัฐฯ รู้จักอาวุธตนเอง แต่ล้มเหลวในการ “รู้เขา” แมกอาเธอร์ประเมินเจตนารมณ์และขีดความสามารถของจีนต่ำเกินไป โดยเชื่อว่าจีนซึ่งเพิ่งบอบช้ำจากสงครามกลางเมืองจะไม่กล้าแทรกแซง นี่คือความบกพร่องด้านการข่าวกรองทางยุทธศาสตร์อย่างร้ายแรง
– สามก๊ก: พฤติกรรมของนายพลแมกอาเธอร์ สะท้อนภาพของ “กวนอูเสียเกงจิ๋ว” กวนอูเป็นยอดขุนพลที่เก่งกาจแต่มั่นใจในตนเองจนเย่อหยิ่ง ประมาทซุนกวนและลู่ซุนจนนำไปสู่ความพ่ายแพ้ แมกอาเธอร์ก็เช่นกัน ความเย่อหยิ่งในแสนยานุภาพทำให้เขามองข้าม “ความเปลี่ยนแปลงของพลังหยินหยาง” หรือสมดุลอำนาจทางภูมิรัฐศาสตร์ที่จีนยอมไม่ได้หากจะมีกองทัพอเมริกันมาประชิดชายแดน
.jpg)
2. ปฏิบัติการบุกอ่าวหมู คิวบา (Bay of Pigs Invasion, ค.ศ. 1961) : แผนลวงที่ไร้รากฐาน
บริบทเหตุการณ์: ในช่วงต้นสงครามเย็น สำนักข่าวกรองกลางสหรัฐฯ (CIA) ได้ฝึกอาวุธให้ชาวคิวบาพลัดถิ่นกว่า 1,400 คน เพื่อกลับไปบุกยึดประเทศและโค่นล้มรัฐบาลคอมมิวนิสต์ของ ฟิเดล คาสโตร สหรัฐฯ เชื่อว่าทันทีที่กองกำลังนี้ยกพลขึ้นบก ประชาชนคิวบาจะลุกฮือขึ้นสนับสนุน แต่เหตุการณ์กลับตาลปัตร ข่าวกรองรั่วไหล กองทัพคาสโตรดักรออยู่แล้ว ประกอบกับประธานาธิบดี จอห์น เอฟ. เคนเนดี กลัวโลกจะรู้ว่าสหรัฐฯ อยู่เบื้องหลัง จึงยกเลิกการสนับสนุนทางอากาศ กองกำลังพลัดถิ่นถูกทำลายและจับกุมอย่างราบคาบภายใน 3 วัน
บทวิเคราะห์จากพิชัยสงคราม:
– คัมภีร์ 36 กลยุทธ์: แผนนี้ล้มเหลวในกลยุทธ์ที่ 1 “ปิดฟ้าข้ามทะเล” (瞒天过海) สหรัฐฯ พยายามซ่อนเร้นเจตนา (พลางตัวว่าไม่เกี่ยวกับปฏิบัติการ) แต่การลวงโลกครั้งนี้กลับทำลายตนเอง การถอนกำลังสนับสนุนทางอากาศทำให้กองทัพคิวบาพลัดถิ่นกลายเป็นหมากที่ถูกทิ้ง
– พิชัยสงครามซุนวู: ซุนวูให้ความสำคัญกับ “จารชน” (สายลับ) อย่างสูงสุด แต่ข่าวกรองของ CIA ในครั้งนั้นเกิดจาก “อคติแบบกลุ่ม” (Groupthink) ที่เชื่อในสิ่งที่อยากเชื่อ (ว่าคาสโตรเสื่อมความนิยม) ทั้งที่ในความเป็นจริง คาสโตรยังมีฐานมวลชนที่แข็งแกร่ง สหรัฐฯ จึงพ่ายแพ้ตั้งแต่ยังไม่เริ่มรบเพราะข่าวกรองที่บิดเบี้ยว
3. สงครามเวียดนาม (Vietnam War, ค.ศ. 1955-1975) : การติดหล่มในสมรภูมิที่มองไม่เห็น
บริบทเหตุการณ์: จากทฤษฎีโดมิโน สหรัฐฯ ทุ่มสรรพกำลังทั้งทหาร อาวุธ และงบประมาณมหาศาลเพื่อป้องกันไม่ให้เวียดนามใต้ตกเป็นของคอมมิวนิสต์เวียดนามเหนือ แต่กองทัพสหรัฐฯ ต้องเผชิญกับสงครามกองโจรจากกลุ่มเวียดกง รัฐบาลไซ่ง่อนก็เต็มไปด้วยการคอร์รัปชัน การรบที่ยืดเยื้อนำมาซึ่งความสูญเสียชีวิตทหารอเมริกันนับหมื่น เกิดกระแสต่อต้านสงครามอย่างรุนแรงในประเทศ จนสุดท้ายสหรัฐฯ ต้องถอนทหาร ทิ้งให้เวียดนามใต้พ่ายแพ้และถูกรวมชาติโดยคอมมิวนิสต์ในปี 1975
บทวิเคราะห์จากพิชัยสงคราม:
– สามก๊ก: หัวใจหลักของการสร้างชาติในสามก๊กคือ “ได้ใจคน ได้แผ่นดิน” เล่าปี่รวบรวมคนได้ด้วยคุณธรรม แต่สหรัฐฯ ในเวียดนามกลับไปสนับสนุนรัฐบาลเวียดนามใต้ที่ฉ้อฉล กดขี่ข่มเหงประชาชน การขาดความชอบธรรมทำให้สหรัฐฯ ไม่อาจเอาชนะสงครามแย่งชิงมวลชนได้
– คัมภีร์ 36 กลยุทธ์: เวียดกงใช้กลยุทธ์ที่ 15 “ล่อเสือออกจากถ้ำ” (调虎离山) อย่างสมบูรณ์แบบ พวกเขาไม่รบแตกหักแบบตามแบบแผนกับสหรัฐฯ ที่มีเทคโนโลยีเหนือกว่า แต่ล่อให้ทหารอเมริกันเข้ามาติดหล่มในป่าดิบชื้น ใช้ภูมิศาสตร์เป็นอาวุ
– พิชัยสงครามซุนวู: “ไม่มีประเทศใดได้ประโยชน์จากสงครามยืดเยื้อ” คือสัจธรรมที่สหรัฐฯ ได้เรียนรู้อย่างเจ็บปวด สงครามที่ยาวนานทำให้เกิดรอยร้าวลึกในสังคมอเมริกัน ขวัญกำลังใจของแนวหน้าและแนวหลังพังทลาย นำไปสู่การปราชัยในที่สุด
.jpg)
4. วิกฤตการณ์เลบานอน (Multinational Force in Lebanon, ค.ศ. 1982-1984) : ภารกิจที่ไร้เข็มทิศ
บริบทเหตุการณ์: เลบานอนตกอยู่ในสภาวะสงครามกลางเมืองที่ซับซ้อน สหรัฐฯ ส่งนาวิกโยธินเข้าไปในฐานะกองกำลังรักษาสันติภาพนานาชาติ เพื่อคุ้มครองพลเรือนและเปิดทางให้กองกำลัง PLO ถอนตัว แต่เมื่อเวลาผ่านไป สหรัฐฯ กลับถูกดึงเข้าไปพัวพันกับความขัดแย้ง โดยถูกมองว่าเข้าข้างรัฐบาลฝ่ายคริสเตียนและยิงถล่มฐานที่มั่นของฝ่ายมุสลิม จุดเปลี่ยนคือเหตุการณ์คาร์บอมบ์ค่ายนาวิกโยธินสหรัฐฯ ในกรุงเบรุต ทำให้ทหารเสียชีวิต 241 นาย ประธานาธิบดี โรนัลด์ เรแกน จึงต้องสั่งถอนทหารโดยที่ยังไม่บรรลุสันติภาพใดๆ
บทวิเคราะห์จากพิชัยสงคราม:
– พิชัยสงครามซุนวู: ซุนวูกล่าวว่ากองทัพต้องมี “ความมุ่งหมายที่แน่วแน่” แต่ในเลบานอน สหรัฐฯ มีเป้าหมายทางการเมืองที่คลุมเครือ (Ambiguous Mandate) กองทัพไม่รู้ว่า “ใครคือศัตรูที่แท้จริง” การส่งทหารเข้าไปในพื้นที่โดยไม่มีกลยุทธ์ทางออก (Exit Strategy) คือความผิดพลาดมหันต์
– สามก๊ก: สถานการณ์นี้เปรียบเสมือนการนำทัพเข้าไปในดินแดนที่มีก๊กต่างๆ รบพุ่งกันวุ่นวายอย่างไร้แบบแผน การเข้าไปโดยไม่เข้าใจรากเหง้าของความขัดแย้งทางศาสนาและการเมือง ทำให้สหรัฐฯ สูญเสียสถานะ “คนกลาง” และกลายเป็นเป้าหมายให้ถูกโจมตีเสียเอง
5. สงครามอิรัก (Iraq War, ค.ศ. 2003-2011) : การทำลายสมดุลและชัยชนะที่กลวงเปล่า
บริบทเหตุการณ์: สหรัฐฯ นำโดยจอร์จ ดับเบิลยู. บุช บุกอิรักด้วยข้ออ้างว่าซัดดัม ฮุสเซน ครอบครองอาวุธทำลายล้างสูง (WMD) แม้จะสามารถโค่นล้มระบอบซัดดัมได้อย่างรวดเร็ว แต่ไม่เคยพบอาวุธดังกล่าว ซ้ำร้าย นโยบายการยุบพรรคบาธและกองทัพอิรักเดิม ทำให้ทหารและข้าราชการชาวซุนนีตกงานนับแสนคนและหันไปจับอาวุธลุกฮือ เกิดเป็นสงครามกลางเมือง การก่อการร้าย (รวมถึงการก่อเกิดของ ISIS) และการถอนทหารของสหรัฐฯ ทิ้งตะวันออกกลางให้อยู่ในสภาวะที่ไร้เสถียรภาพยิ่งกว่าเดิม
บทวิเคราะห์จากพิชัยสงคราม:
– สามก๊ก: ความล้มเหลวเชิงยุทธศาสตร์ที่ใหญ่ที่สุดคือ การทำลายดุลอำนาจแบบไตรภาคี เสน่ห์ของสามก๊กคือดุลยภาพที่ค้ำจุนกัน ในตะวันออกกลาง อิรักภายใต้ซัดดัม (ซุนนี) เคยเป็นรัฐกันชนที่ต้านทานอิทธิพลของอิหร่าน (ชีอะห์) การทำลายอิรักลงอย่างราบคาบ ทำให้สหรัฐฯ ประเคนอิรักใส่พานทองให้กับอิหร่าน ทำให้อิหร่านขยายอิทธิพลได้อย่างกว้างขวาง นี่คือความพ่ายแพ้ทางภูมิรัฐศาสตร์อย่างแท้จริง
– คัมภีร์ 36 กลยุทธ์: กลยุทธ์ที่ 14 “ยืมซากคืนชีพ” (借尸还魂) กลุ่มก่อการร้ายต่างๆ อาศัยซากปรักหักพังของรัฐอิรักที่ถูกทำลายและสุญญากาศทางอำนาจ เป็นรากฐานในการปลุกปั่นอุดมการณ์สุดโต่งขึ้นมาใหม่
– พิชัยสงครามซุนวู:”การชนะร้อยครั้งมิใช่วิธีการอันประเสริฐสุด การสยบศัตรูได้โดยไม่ต้องรบคือความประเสริฐสุด”* สหรัฐฯ ชนะการรบทางยุทธวิธี แต่พ่ายแพ้ในการสร้างสันติภาพ (Won the battle, lost the peace) เพราะล้มเหลวในการบริหารจัดการยุคหลังสงคราม (Post-war planning)
.jpg)
6. สงครามอัฟกานิสถาน (War in Afghanistan, ค.ศ. 2001-2021) : สุสานของมหาอำนาจ
บริบทเหตุการณ์: หลังเหตุการณ์ 9/11 สหรัฐฯ บุกอัฟกานิสถานเพื่อทำลายเครือข่ายอัลกออิดะห์และโค่นล้มรัฐบาลตาลีบัน แม้จะทำได้สำเร็จในช่วงแรก แต่สหรัฐฯ กลับติดหล่มในภารกิจการ “สร้างชาติ” (Nation-building) ที่ขัดกับบริบททางภูมิสังคมและโครงสร้างชนเผ่า รัฐบาลกลางคาบูลที่สหรัฐฯ หนุนหลังเต็มไปด้วยการคอร์รัปชัน ในขณะที่ตาลีบันใช้พรมแดนปากีสถานเป็นที่หลบภัย เมื่อสหรัฐฯ ถอนทหารในปี 2021 กองทัพอัฟกานิสถานก็แตกพ่ายในเวลาไม่กี่สัปดาห์ และตาลีบันก็กลับมาปกครองประเทศอีกครั้ง ปิดฉากสงคราม 20 ปีที่สูญเปล่า
บทวิเคราะห์จากพิชัยสงคราม:
– คัมภีร์ 36 กลยุทธ์: สหรัฐฯ พยายามใช้กลยุทธ์ที่ 3 “ยืมดาบฆ่าคน” (借刀杀人) โดยการทุ่มเงินสร้างกองทัพอัฟกานิสถานเพื่อสู้กับตาลีบันแทนตน แต่ “ดาบ” เล่มนี้ไร้ซึ่งจิตวิญญาณและความจงรักภักดี เมื่อสหรัฐฯ ไม่ปกป้อง ดาบนั้นก็หักสะบั้นทันที
– สามก๊ก: การสนับสนุนรัฐบาลอัฟกานิสถานที่อ่อนแอ ไร้ความสามารถ และปราศจากการยอมรับจากประชาชนในพื้นที่ห่างไกล เปรียบได้กับการที่ขงเบ้งต้องทุ่มเทเลือดเนื้อเพื่อค้ำจุน “พระเจ้าเล่าเสี้ยน”(อาเต๊า) ผู้ไร้ความสามารถ ต่อให้มียอดขุนพลหรือยุทโธปกรณ์ล้ำเลิศเพียงใด หากแกนกลางของรัฐผุพัง การล่มสลายย่อมเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
– พิชัยสงครามซุนวู: ตาลีบันใช้ประโยชน์จาก “ภูมิศาสตร์” (เทือกเขาซับซ้อน) ได้อย่างลึกซึ้ง และมี “ดาราศาสตร์/หยินหยาง” (กาลเวลาและความอึด) ที่เหนือกว่า พวกเขารู้ว่าสหรัฐฯ มีนาฬิกา แต่พวกเขามีเวลา สงครามยืดเยื้อจนสหรัฐฯ หมดความอดทนและต้องใช้กลยุทธ์ที่ 36 คือ “หนีคือยอดกลยุทธ์” (走为上) โดยถอนตัวออกไปอย่างโกลาหล
บทสรุป ความพ่ายแพ้ทั้ง 6 สมรภูมิของสหรัฐอเมริกามิได้เกิดจากการมีปืนที่ยิงได้ระยะใกล้กว่า หรือมีเครื่องบินที่บินได้ช้ากว่าศัตรู แต่เป็นความพ่ายแพ้ที่เกิดขึ้นบนกระดานแห่ง “ยุทธศาสตร์และการเมือง” อันเกิดจากการละเลยคำสอนแห่งพิชัยสงครามโบราณ
การมองข้ามบริบททางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม โครงสร้างอำนาจ และจิตใจของประชาชนในพื้นที่ ทำให้แสนยานุภาพอันเกรียงไกรกลายเป็นเพียงเครื่องจักรที่ทรงพลังแต่ตาบอด สหรัฐอเมริกามักมีความเชี่ยวชาญในศาสตร์ของ “การทำลายล้าง” ทว่าล้มเหลวในศาสตร์ของ “การสร้างสรรค์และการครองใจคน” ดั่งวาทะของขงเบ้ง หากผู้นำและผู้กำหนดนโยบายไม่ล่วงรู้ภูมิศาสตร์ (บริบทพื้นที่) ไม่เข้าใจดาราศาสตร์ (กระแสของโลกและการเมือง) และไม่ล่วงรู้การเปลี่ยนแปลงของหยินและหยาง (สมดุลทางภูมิรัฐศาสตร์) แม้จะมีกองทัพที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก ก็ย่อมไม่อาจสถาปนาชัยชนะที่ยั่งยืนได้เลย.
รองศาสตราจารย์ ดร.ปิติ ศรีแสงนาม คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย”
.jpg)
ทำเอาชาวเน็ตเข้ามาคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก หลังจากที่โพสต์ของ รศ.ดร.ปิติ ศรีแสงนาม เผยแพร่ลงมาบนโลกออนไลน์ เช่น
“สรุปได้คมมากครับอาจารย์ หลายคนคงพึ่งมาใส่ใจเรื่องประวัติศาสตร์เพราะมันเพิ่งจะมีผลกับเราจริงๆ รัฐขนาดกลางอย่างเราคงต้องคำนึงท่าทีการต่อรองกับประเทศมหาอำนาจโดยมีประวัติศาสตร์เป็นปัจจัยหนึ่งว่าผลลัพธ์ของสถานการณ์ต่างๆจะออกมาในแนวโน้มทางใด”
“อ่านเพลินเลยค่ะ ขอบคุณมากค่ะอาจารย์”
“..”CRAZY BASTARD”..said Deluded and Bipolar Old Mad FOX..”
“รบกวนคุณปิติฯวิเคราะห์การที่ไทยส่งทหารไปช่วยอเมริกันในเวียดนาม, เกาหลี, ลาว, เขมร ทั้งทางตรงและทางอ้อมหน่อยครับว่าเข้ากับตำราพิชัยสงครามโบราณข้อใดบ้าง?”
“รวบรวมบทความนี้ออกเป็นเล่มหนังสืออ่านสนุกครับ”
“แต่แปลกที่เขาก็ขยันทำสงครามนะครับ”
“ขอแชร์ค่ะอาจารย์”
“ขอบพระคุณอาจารย์มากค่ะ”
“ขออนุญาตแชร์ค่ะอาจารย์ ขอบคุณค่ะ”
“ขอบคุณค่ะ”
“Ciaหรือมอดสาทที่ฆ่าผู้นําอิหร่านได้แบบเกลี้ยงยกแผง(สุดยอดมาก)รัสเซียยังโดน(สายลับอยู่ในรัสเซียชี้เป้าแหล่งน้ำมันตอนนี้โดรนยูเครนถล่มตลอดจนต้องงดส่งออก)”
“เป็นบทวิเคราะห์ที่มีประโยชน์มากครับ”
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจากเฟซบุ๊ก Piti Srisangnam