
‘ปชน.’เตรียมกำลัง20ขุนพล ลุยถล่มรัฐบาล ชำแหละนโยบาย9เมษาฯ กล้าธรรมซัดไม่มีออมมือ
วันพฤหัสบดี ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.
‘ปชน.’เตรียมกำลัง20ขุนพล ลุยถล่มรัฐบาล ชำแหละนโยบาย9เมษาฯ กล้าธรรมซัดไม่มีออมมือ
พรรคประชาชน วาง 20 ขุนพลชำแหละนโยบายรัฐบาล 9 เมษายน ไม่เน้นชี้เป้ารายตัว แต่มุ่งปมประโยชน์ทับซ้อน ที่สังคมครหา ด้าน “กธ.” ลับมีดรอชำแหละ โวไม่มีออมมือ ลุยเชือด 4 ชม. ปัญหาศก.-สังคม-กฎหมาย จับตาพูดแล้วต้องทำจริง ตามที่หาเสียงไว้ “สุริยะ” เข้ากระทรวงวันแรก ชู 5 นโยบายหลัก พร้อม 6 มาตรการเร่งด่วน
เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2569 ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวถึงการอภิปรายในการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา ในวันพรุ่งนี้ (9 เม.ย.) ว่า ได้เตรียมผู้อภิปรายกว่า 20 คน โดยในเนื้อหามีการแบ่งกันเรียบร้อยแล้ว เราพร้อมใช้เวทีสภาฯ เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนมากที่สุด โดยเฉพาะเรื่องวิกฤตน้ำมัน รวมถึงวิกฤตฝุ่นที่ประชาชนชาวเหนือกำลังประสบอยู่
‘เท้ง’ถล่มรบ.ผลประโยชน์ทับซ้อน
นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า เราไม่ได้พุ่งเป้าไปที่รัฐมนตรีคนใดคนหนึ่งแบบเฉพาะเจาะจง แต่ปัญหาในตอนนี้คือ ผลประโยชน์ทับซ้อนที่รัฐบาลถูกตั้งคำถามในการแก้ไขปัญหาให้กับประเทศ นโยบายหลายๆ ข้อที่เป็นทางออกของประเทศมีภาควิชาการ ภาคการเมืองและหลายๆภาคส่วนได้เสนอไว้แล้ว ถึงเราอาจจะเห็นในเล่มนโยบายรัฐบาลก็จริง แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือเจตจำนงการเมือง ที่ต้องการแก้ไขปัญหาอย่างตรงไปตรงมาไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน
‘กธ.’ลับมีดรอ-ยันไม่มีออมมือ
ด้าน นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สส.ฉะเชิงเทรา พรรคกล้าธรรม (กธ.) กล่าวถึงแนวทางการอภิปรายการแถลงนโยบายของรัฐบาลในวันที่ 9-10 เม.ย.นี้ว่า เราชัดเจนมาตั้งแต่แรก ว่า ไม่ว่าเราจะเป็น สส.ฝ่ายค้านหรือรัฐบาลเราเชื่อมั่นว่า บุคลากรของพรรคกล้าธรรมทั้ง 58 คนมีความพร้อมที่จะทำหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมายในฐานะพรรคฝ่ายค้าน วันนี้เราจะค้านแบบรอตามที่สื่อมวลชนสอบถามมาหรือไม่ก็อยากจะให้ติดตามในวันอภิปรายว่า เราจะทำหน้าที่ในการตรวจสอบและทวงถามนโยบายต่างๆ ที่พรรคร่วมรัฐบาลได้ประกาศไปในช่วงหาเสียงกับพี่น้องประชาชน เขาจะได้ทำตามสัญญาหรือไม่
ชำแหละปมศก.-สังคม-กฎหมาย
นายอรรถกรกล่าวต่อว่า ส่วนแนวทางการอภิปรายนั้น จากที่เห็นเอกสารในการจัดแถลงนโยบายของรัฐบาลนั้น ก็คงจะเน้นไปที่เรื่องหลักๆ อาทิ เศรษฐกิจ สังคม ภัยพิบัติ รวมถึงการปฏิรูปการทำงานของภาครัฐ และเรื่องของกฎหมาย ซึ่งเราได้เวลามาประมาณ4 ชั่วโมง ก็ได้จัดสรรเวลาให้กับ สส.ของพรรคอภิปรายตามเรื่องที่ตนเองสนใจ ส่วน ร.อ.ธรรมนัสพรหมเผ่า สส.บัญชีรายชื่อ ที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรมจะร่วมอภิปรายหรือไม่นั้น ก็ขอรอดูการอภิปรายของสส.พรรค ก่อน หากนำเสนอได้ครอบคลุมแล้วก็อาจจะไม่จำเป็นต้องสรุป แต่หากไม่ ร.อ.ธรรมนัสก็อาจจะเป็นผู้กล่าวสรุป ขอให้รอติดตาม
จับตาทำตามที่หาเสียงไว้หรือไม่
“ผมต้องเรียนตามตรงว่า นโยบายของรัฐมนตรีทุกท่านผ่านการคิดและรอบคอบมาแล้วถึงแม้ว่าจะมีบางประเด็นที่เราเห็นว่า ยังไม่ครบถ้วนแต่สิ่งสำคัญที่สุดคือ เมื่อรัฐบาลประกาศนโยบายแล้ว จะทำตามได้หรือไม่ และจะเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนได้จริงหรือไม่ ข้อนี้ต่างหากที่เราต้องติดตามว่า รัฐบาลจะรักษาสัญญาที่ให้กับพี่น้องประชาชนคนไทยหรือไม่ และหน้าที่ของพรรคกล้าธรรมก็คือ ติดตามและตรวจสอบให้รัฐบาลทำตามสัญญา” นายอรรถกร กล่าว
‘ทรงศักดิ์’ไม่หวั่นฝ่ายค้านซักฟอก
นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการดำรงตำแหน่งรองนายกฯ โดยที่ผ่านมาภาพจำคือเป็น รมช.มหาดไทยมาตลอด ว่า ถ้าถามถึงความรู้สึก รู้สึกว่าปกติ เพราะการทำหน้าที่รัฐมนตรี อยู่ที่นายกฯมอบหมาย อาจจะเห็นว่าที่ผ่านมาเราทำตรงนู้นแล้วอาจมีเรื่องที่เราเหมาะสมกว่า เลยให้ช่วยทำงานตรงนี้ ยิ่งเป็นรองนายกฯ ถือว่าเป็นการทำงานที่ใกล้ชิดนายกฯ ถือว่าโชคดีและดีใจ งานที่ทำบางส่วนก็ต้องอาศัยองคาพยพกระทรวงมหาดไทย เข้ามาบูรณาการในการทำงานร่วมกันซึ่งเรามีงานที่เคยทำอยู่แล้ว คราวนี้มาทำอีกงานหนึ่งแต่ยังต้องอาศัยองคาพยพของกระทรวงมหาดไทยดำเนินงาน เพื่อให้งานที่เรารับผิดชอบเป็นไปด้วยความเรียบร้อย เป็นประโยชน์กับประชาชน
เมื่อถามถึงการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา ในวันที่ 9-10 เม.ย.นี้ ฝ่ายค้านจองกฐินเหมือนเตรียมซักฟอกรัฐบาล นายทรงศักดิ์กล่าวว่าเป็นเรื่องธรรมดา อย่าไปกังวลใจ ส่วนตัวไม่กังวลเลยเมื่อเป็นฝ่ายบริหารถือว่าการแถลงนโยบายเป็นหน้าที่ สมาชิกหลายคนคงทำงานเพื่อบ้านเมือง อาจให้ข้อแนะนำหรือข้อท้วงติงบ้าง เพราะแต่ละคนมีความรู้หลากหลาย เราเก็บรวบรวมข้อมูลที่สมาชิกให้ข้อมูลมา แล้วนำมาดูว่าอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อบ้านเมืองก็นำมาใช้
‘สุริยะ’ควง2รมช.เข้ากระทรวงกษ.
วันเดียวกัน นายสุริยะจึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ พร้อม รมช.เกษตรทั้ง 2 คน ถือฤกษ์ 09.09 น. เดินทางเข้ากราบสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ทั้ง 6 จุดสำคัญบริเวณโดยรอบกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อความเป็นสิริมงคลในวาระเข้ารับ
ตำแหน่งรมว.และรมช.เกษตรฯ
จากนั้น นายสุริยะกล่าวว่านโยบายที่จะขับเคลื่อนมี 5 ด้านหลักประกอบด้วย 1.การยกระดับภาคการผลิตด้วยเทคโนโลยีนวัตกรรมผลักดันบิ๊กดาต้า AI เข้ามาช่วยเพิ่มกำลังการผลิตและส่งเสริมคุณภาพสินค้า ทั้งในระดับชุมชนและภาคเกษตรกรรม 2.เพิ่มรายได้เกษตรกรผ่านการแปรรูปผลิตภัณฑ์ ควบคู่กับการควบคุมมาตรฐานผลิตภัณฑ์เพื่อรักษาและขยายตลาดทางการแข่งขัน 3.สร้างทักษะเกษตรกรทุกระดับผ่านการให้องค์ความรู้ในการทำเกษตรสมัยใหม่ 4.ปรับโครงสร้างสินค้าเกษตรให้สอดคล้องตลาดให้ผลิตผลค้าขายได้จริง ซึ่งจะต้องวางแผนตั้งแต่การผลิตไปจนถึงการหาตลาด การขนส่งเชื่อมโยงไปยังผู้ประกอบการ ทำให้ราคาสินค้าเกษตรสูงขึ้นและไม่กลับไปตกต่ำ และจะทำควบคู่กับการปราบสินค้าเกษตรเถื่อนผิดกฎหมาย 5.ต้องบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างเป็นระบบ เพื่อรองรับภัยพิบัติ ทั้งน้ำท่วม/น้ำแล้ง ทำให้น้ำมีเพียงพอต่อภาคเกษตร และภาคครัวเรือน
ดันนโยบายเร่งด่วน6ด้านช่วยปท.
ขณะที่นโยบายเร่งด่วนจะเดินหน้าขับเคลื่อน 6 มาตรการ ประกอบด้วยการปรับปรุงการใช้ปุ๋ยชีวภาพ 70/30 เร่งเจรจานำเข้าปุ๋ยจากรัสเซีย ลดปัญหาการขาดแคลน ควบคู่กับการพัฒนาปุ๋ยอินทรีย์เพื่อลดการนำเข้าจากต่างประเทศ เบื้องต้น ในช่วง
เทศกาลสงกรานต์จะเดินทางไปเจรจากับประเทศรัสเซีย เพื่อนำเข้าปุ๋ยในปริมาณที่เพียงพอต่อความต้องการในฤดูกาลเพาะปลูกที่กำลังจะมาถึง เพื่อแก้ปัญหาการกักตุนปุ๋ยที่มีอยู่ ในขณะนี้ โดยคาดว่า มาตรการดังกล่าวจะสามารถแก้ปัญหาการกักตุนปุ๋ยที่มีอยู่ ส่วนปัญหาทางด้านราคาปุ๋ยที่เพิ่มสูงขึ้นในขณะนี้ หลังจากตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกพบว่า ส่วนหนึ่งเกิดจากการกักตุน และในขณะนี้ทราบข้อมูลเบื้องต้นแล้วว่ามีเครือข่ายไหนที่กักตุนปุ๋ย เบื้องต้นจะมีการคุยกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเร่งรัดเอาผิดดำเนินการเอาผิด ทางคดี เชื่อว่า ทั้ง 2 แนวทางทั้งเจรจานำเข้าและปราบปรามผู้กักตุนจะช่วยทำให้ เสนอสถานการณ์ขาดแคลนปุ๋ยและราคาเข้าสู่สภาวะปกติ
ศาลไฟเขียวกกต.ขยายเวลา15วัน
แหล่งข่าวระดับสูงในศาลรัฐธรรมนูญ เปิดเผยถึงความคืบหน้าในคำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดิน กรณีบัตรเลือกตั้ง สส.ที่มีบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ด ในการเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งตามคำร้องระบุว่าบัตรเลือกตั้งดังกล่าว น่าเชื่อได้ว่าสามารถสืบทราบและตรวจสอบตัวตนผู้ลงคะแนน รวมถึงผลการลงคะแนนได้ ทำให้การออกเสียงลงคะแนนมิได้เป็นไปโดยลับ เป็นการกระทำที่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 25 มาตรา 34 มาตรา 50 (3) มาตรา 83 วรรคสอง มาตรา 85 มาตรา 95 และ มาตรา 224 ทั้งนี้ ศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้ กกต.เลขาธิการกกต.สำนักงาน กกต.ส่งคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา และให้ผู้ร้องรวมถึงผู้ถูกร้องยื่นบัญชีระบุพยานหลักฐานและวิธีการได้มาซึ่งพยานหลักฐานภายใน 15 วัน ซึ่งเมื่อช่วงต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา กกต.ขอขยายเวลาการส่งคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญมีมติอนุญาตขยายเวลาไป 15 วัน คาดว่าจะครบกรอบช่วงปลายเดือนเมษายนนี้
‘แสวง’ยันคดีฮั้วสว.ไม่ได้ล่าช้า
นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต.กล่าวถึงความคืบหน้าในการดำเนินการคดีฮั้ว สว.ว่า ปัจจุบันเรื่องนี้ยังอยู่ในขั้นตอนธุรการของสำนักงาน กกต.ซึ่งกำลังจัดทำเอกสารเพื่อบรรจุเข้าวาระการประชุม โดยเฉพาะคดีนี้มีเอกสารจำนวนมาก จากที่ทราบมีประมาณ 70,000 แผ่น และหากแยกเป็นส่วนความเห็นจะมีประมาณ 2,000 แผ่น จึงต้องใช้เวลาจัดทำเอกสารให้เรียบร้อยครบถ้วนก่อนนำเสนอต่อที่ประชุม กกต.ส่วนที่ กกต. จะพิจารณาอย่างไรนั้น ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของคณะกรรมการ ซึ่งต้องดูรายละเอียดอย่างละเอียด เนื่องจากคดีฮั้วสว. มีความซับซ้อน มีหลายข้อหา และมีผู้ถูกกล่าวหาจำนวนมาก
ด้าน นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ กกต. ให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นนี้ด้วยว่า เรื่องคดีฮั้วสว. กกต.ก็รอทางสำนักงานส่งเรื่องมาให้พิจารณา โดยทราบว่ามีข้อมูลจำนวนมาก ทางสำนักงานก็เร่งดำเนินการอยู่ ทั้งนี้ กกต.ก็จะดำเนินการให้รอบคอบ ยืนยันว่าไม่ได้มีการประวิงเวลา ก็พร้อมที่จะพิจารณาเมื่อเรื่องขึ้นมาถึงที่ประชุมก็พร้อมที่จะพิจารณา ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงในสำนวน