
สงครามของทรัมป์! ราคาที่คนอเมริกันต้องจ่าย
วันพฤหัสบดี ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2569, 14.27 น.
สงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ภายใต้การนำของ “โดนัลด์ ทรัมป์” ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ทำให้หลายประเทศมองสหรัฐฯ เปลี่ยนไป จากประเทศที่เคยถูกมองว่าเป็นหลักด้านความมั่นคง กลายเป็นประเทศที่การตัดสินใจสามารถทำให้ความขัดแย้งระหว่างประเทศขยายตัว
ทรัมป์อธิบายการโจมตีอิหร่านว่าเป็นเรื่องของ “ความมั่นคง” และการจัดการ “ภัยคุกคาม” ขณะที่รัฐบาลในยุโรป ตะวันออกกลาง และเอเชียจำนวนมากมองว่าการใช้กำลังของสหรัฐฯ เพิ่มความเสี่ยงของสงคราม
มุมมองที่ต่างกันนี้ไม่ได้อยู่แค่ในระดับรัฐบาล แต่เกิดขึ้นในระดับของผู้คน และเริ่มส่งผลต่อท่าทีที่มีต่อคนอเมริกันในต่างประเทศ
ภายในประเทศ เสียงของประชาชนยังแยกออกเป็นสองฝั่ง ในนิวยอร์กและกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. มีการชุมนุมคัดค้าน ขณะที่อีกกลุ่มยังสนับสนุนแนวทางของรัฐบาล
อังกฤษ ฝรั่งเศส และเยอรมนี จำกัดบทบาทของตัวเองในสงครามกับอิหร่าน และไม่เข้าร่วมในปฏิบัติการที่สหรัฐฯ เป็นฝ่ายผลักดัน การตัดสินใจนี้ทำให้เห็นว่าพันธมิตรในยุโรปไม่ได้เดินไปในแนวทางเดียวกับสหรัฐฯ
ในกรอบ NATO ประเทศสมาชิกบางส่วนกำหนดจุดยืนของตัวเอง และไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งที่อาจขยายตัว
การตัดสินใจของประเทศเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าความร่วมมือทางทหารไม่ได้เหมือนเดิม และพันธมิตรไม่ได้พร้อมสนับสนุนสหรัฐฯ ในทุกสถานการณ์
คนอเมริกันที่อยู่ต่างประเทศต้องปรับการใช้ชีวิตทันที ในตะวันออกกลาง แอฟริกา และบางส่วนของเอเชีย หลายคนยกเลิกการเดินทาง หลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง และใช้ชีวิตด้วยความระวังมากขึ้น
มีกรณีถูกปฏิเสธการให้บริการในที่พักหรือสถานที่สาธารณะ ถูกมองด้วยความไม่ไว้วางใจ และถูกหลีกเลี่ยงหรือไม่ต้อนรับจากผู้คนในบางประเทศตะวันออกกลางและแอฟริกา
การมีคนอเมริกันอยู่ในพื้นที่ ทำให้บางประเทศต้องระวังมากขึ้น เพราะเกรงว่าความขัดแย้งจะลุกลามมาถึงตัวเอง หากเกิดการตอบโต้จากฝ่ายที่ไม่พอใจสหรัฐฯ เป้าหมายอาจเป็นคนอเมริกันในพื้นที่สาธารณะ และอาจทำให้คนในประเทศนั้นได้รับผลกระทบไปด้วย
หลายคนต้องคิดก่อนจะเดินทาง คิดก่อนจะไปในที่สาธารณะ และติดตามสถานการณ์ความปลอดภัยอย่างใกล้ชิด เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นในระดับรัฐส่งผลถึงชีวิตของคนทั่วไปโดยตรง
“พาสปอร์ตสหรัฐฯ” ที่เคยช่วยให้เดินทางได้สะดวก กลายเป็นสิ่งที่ทำให้ถูกจับตามองในบางพื้นที่ และทำให้การแสดงตัวว่าเป็นชาวอเมริกันต้องระวังมากขึ้น
การที่พันธมิตรไม่เข้าร่วมกับสหรัฐฯ ในสงคราม ทำให้หลายประเทศต้องกำหนดทิศทางของตัวเองอย่างชัดเจน ประเทศในอาเซียน แอฟริกา และอเมริกาใต้เริ่มสร้างความร่วมมือกับจีนและรัสเซียมากขึ้น เพื่อลดการพึ่งพาสหรัฐฯ
การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไม่เหมือนเดิม ประเทศต่างๆ ไม่ยึดการตัดสินใจไว้กับสหรัฐฯ เพียงฝ่ายเดียวอีกต่อไป
สหรัฐฯ จึงไม่ได้อยู่ในตำแหน่งที่กำหนดทิศทางของระบบระหว่างประเทศได้เหมือนที่ผ่านมา
สงครามครั้งนี้กำลังเปลี่ยนตำแหน่งของสหรัฐฯ ในระบบโลก พันธมิตรลดระดับความร่วมมือ ประเทศต่างๆ เลือกหาทางของตัวเอง
ภาพของสหรัฐฯ ในสายตาของโลกเปลี่ยนไป จากประเทศที่เคยเป็นศูนย์กลางของความมั่นคง กลายเป็นประเทศที่หลายฝ่ายต้องระวังมากขึ้นก่อนจะเข้าไปเกี่ยวข้อง
ผลของการเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้อยู่แค่ในเวทีระหว่างประเทศ แต่ส่งผลถึงคนอเมริกันที่ต้องใช้ชีวิตอยู่กับความไม่ไว้วางใจจากผู้คนในหลายประเทศ
และนั่นคือราคาที่คนอเมริกันต้องจ่าย จากสงครามที่พวกเขาไม่ได้เป็นคนตัดสินใจ.
ทีมข่าวแนวหน้าออนไลน์