พิทักษ์เดช ซัดนโยบายเกษตรขายฝัน จี้รัฐบาลแก้ต้นทุนน้ำมัน-ปุ๋ย ก่อนรากเหง้าเน่าสลาย

พิทักษ์เดช ซัดนโยบายเกษตรขายฝัน จี้รัฐบาลแก้ต้นทุนน้ำมัน-ปุ๋ย ก่อนรากเหง้าเน่าสลาย

พิทักษ์เดช ซัดนโยบายเกษตรขายฝัน จี้รัฐบาลแก้ต้นทุนน้ำมัน-ปุ๋ย ก่อนรากเหง้าเน่าสลาย

วันศุกร์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2569, 14.00 น.

’พิทักษ์เดช‘ฉะนโยบายเกษตรขายฝัน ซัดให้เติมน้ำมันราคาเศรษฐี-ขายของราคาขอทานชี้เกษตรกรหนี้ท่วมเหมือนคนหัวล้านถูกรัฐจับสวมวิก 

วันที่ 10 เมษายน 2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาวาระที่คณะรัฐมนตรี(ครม.) แถลงนโยบายต่อรัฐสภา ตามรัฐธรรมนูญมาตรา162  นายพิทักษ์เดช เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายความทุกข์ยากของเกษตรกรและชาวประมงทั่วประเทศ ว่านโยบายที่รัฐบาลแถลงออกมานั้นสวยหรูแต่กินไม่ได้ เปรียบเสมือนตะเกียงที่กำลังจะดับหรือ “ดับเกียงเกษตรกรไทยพลัส” เพราะสิ่งที่รัฐบาลบอกว่าจะสร้างเกษตรกรที่แม่นยำนั้น ย้อนแย้งกับความเป็นจริงที่ว่าสิ่งที่แม่นยำที่สุดในตอนนี้คือความจนที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนเหมือนการตอกฝาโลงเกษตรกรไทย

“นโยบายหน้า 8 เป็นเรื่องการสร้าง “เกษตรแม่นยำ เกษตรมูลค่าสูง” แต่ ผมพบความจริงที่ย้อนแย้ง เพราะสิ่งที่แม่นยำที่สุดตอนนี้ มันไม่ใช่ เทคโนโลยี หรือ AI แต่มันคือ ความจนที่แม่นยำของเกษตรกร ที่เพิ่มขึ้นและทวีความรุนแรง” นายพิทักษ์เดช กล่าว 

 นายพิทักษ์เดช กล่าวว่า วิกฤตการณ์น้ำมันเป็นเลือดที่ไหลไม่หยุดของเกษตรกร เนื่องจากราคาน้ำมันดีเซลนั้นเป็นต้นทุนแฝงในทุกเม็ดข้าว ตั้งแต่รถไถจนถึงการขนส่ง แต่รัฐบาลไม่มีกันชนให้ชาวบ้าน เมื่อราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นเกือบ 10 บาทในสัปดาห์เดียว ทำให้ชาวบ้านต้องเติมน้ำมันในราคาเศรษฐี  แต่สามารถขายผลผลิตในราคาขอทาน ตนตั้งคำถามถึงการจัดการกับไอ้โม่งกักตุนน้ำมันว่า รัฐบาลจัดการแล้วหรือไม่ รวมถึงนโยบายประกันกำไร ที่พรรคร่วมรัฐบาลเคยหาเสียงไว้ ตอนนี้กลับหายไปจากเล่มนโยบายอย่างน่าสงสัย

นายพิทักษ์เดช กล่าวต่อว่า ส่วนประเด็นเรื่องปุ๋ยและหนี้สิน รวมถึงประเด็นนโยบายดอกเบี้ยคนละครึ่งว่าเป็นการซ้ำเติมมากกว่าช่วยเหลือ เพราะปัญหาปุ๋ยแพงเกิดจากการนำเข้าที่ผูกขาดโดยกลุ่มทุน ไม่ใช่เพราะเกษตรกรขาดความรู้ การที่รัฐบาลส่งเสริมให้กู้เพิ่มก็เหมือนกับการมองเห็นหนี้สินเกษตรกรเป็นคนหัวล้าน แล้วรัฐบาลพยายามเอา “วิก” มาใส่ให้เพื่อให้ดูดีขึ้น แต่ในความเป็นจริงผมบนหัวหรือรายได้ของเกษตรกรกลับไม่เคยงอกเงยเพราะราคาผลผลิตตกต่ำ รัฐบาลเขียนนโยบายมุ่งเน้นเกษตรกรเป็นกลาง แต่ทางปฏิบัติกลับให้กลุ่มทุนเป็นศูนย์กลางและทิ้งให้เกษตรกรเป็นคนแบกภาระอย่างเจ็บช้ำ

“การนำเทคโนโลยี AI มาขายฝันให้กับเกษตรกรที่ท้องไม่อิ่ม เสมือนว่าชาวบ้านบอกว่ากำลังจะจมน้ำ แต่รัฐบาลบอกว่าเดี๋ยวผมส่งโดรนไปถ่ายรูปให้วันนี้ชาวสวนอยู่ไม่ได้แล้ว อย่ามัวแต่สร้างภาพ สร้างหอคอย AI เป็นยอดพร้าว ยอดข้าวให้กับเกษตรกร ในวันที่รากเหง้ากำลังจะเน่าและเป็นพิษ ผมไม่อยากให้ชาวบ้านมองท่านเสนาบดีทั้งหลายว่าท่านมีอาชีพเป็นรัฐมนตรี”นายพิทักษ์เดช กล่าว

Leave a comment