
12 เม.ย. 2569 10:23 น.
- ข่าว
- ต่างประเทศ
- ไทยรัฐออนไลน์
ชายคลั่งใช้มีดไล่ฟันคนในสถานีรถไฟใต้ดินนิวยอร์ก บาดเจ็บ 3 ราย ก่อนถูกตำรวจวิสามัญ
เกิดเหตุระทึกขวัญกลางสถานีรถไฟใต้ดินแกรนด์เซ็นทรัล ในนครนิวยอร์ก หลังชายวัย 44 ปี ถือมีดมาเชเต้ไล่ทำร้ายผู้บริสุทธิ์ไม่เลือกหน้า โดยอ้างว่าตนเองคือ “ลูซิเฟอร์” ทำให้มีผู้บาดเจ็บสาหัส 3 ราย เจ้าหน้าที่เผยสั่งให้วางอาวุธกว่า 20 ครั้งแต่ไม่เป็นผล ก่อนตัดสินใจวิสามัญฆาตกรรมเพื่อระงับเหตุ
เกิดเหตุความรุนแรงในระบบขนส่งสาธารณะของสหรัฐฯ เมื่อช่วงเช้าวันเสาร์ที่ผ่านมา (ตามเวลาท้องถิ่น) หลังชายรายหนึ่งพกพาอาวุธมีดมาเชเต้ไล่ทำร้ายประชาชนแบบสุ่ม ภายในสถานีรถไฟใต้ดินสถานีแกรนด์เซ็นทรัล-ถนนสาย 42 ซึ่งเป็นสถานีหลักที่พลุกพล่านที่สุดแห่งหนึ่งของนครนิวยอร์ก
เจสซิกา ทิสช์ ผู้บัญชาการตำรวจนิวยอร์ก แถลงว่า เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเหตุทำร้ายร่างกายเมื่อเวลาประมาณ 09:40 น. เมื่อไปถึงพบผู้ก่อเหตุทราบชื่อภายหลังคือ นายแอนโธนี กริฟฟิน วัย 44 ปี กำลังอยู่ในอาการคลุ้มคลั่งและตะโกนซ้ำๆ ว่าตนเองคือ “ลูซิเฟอร์” เจ้าหน้าที่พยายามควบคุมสถานการณ์โดยสั่งให้เขาวางอาวุธมากกว่า 20 ครั้ง แต่ผู้ก่อเหตุขัดขืนและพยายามใช้มีดพุ่งเข้าหาเจ้าหน้าที่ ทำให้ตำรวจตัดสินใจยิงสกัด 2 นัด ส่งผลให้ผู้ก่อเหตุเสียชีวิตในเวลาต่อมาที่โรงพยาบาลเบลวู
เหยื่อจากการสุ่มทำร้ายในครั้งนี้มีทั้งหมด 3 ราย ได้แก่ชายวัย 84 ปี และ ชายวัย 65 ปี มีบาดแผลฉกรรจ์บริเวณศีรษะและใบหน้า โดยรายหนึ่งพบกะโหลกศีรษะร้าว และหญิงวัย 70 ปี มีแผลฉกรรจ์บริเวณไหล่เจ้าหน้าที่ระบุว่า แม้บาดแผลจะน่ากลัวแต่ทั้ง 3 รายได้รับการส่งตัวรักษาและคาดว่าไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต
ผู้อยู่ในเหตุการณ์รายหนึ่งเล่าว่า เขาได้ยินเสียงปืนดังสนั่นทะลุผ่านหูฟัง จากนั้นเห็น “กำแพงมนุษย์” วิ่งกรูมาทางประตูทางออกอย่างบ้าคลั่ง ซึ่งเขาไม่เคยเห็นฝูงชนตื่นตระหนกขนาดนี้มาก่อน ทำให้ต้องตัดสินใจวิ่งหนีขึ้นบันไดไปพร้อมกับฝูงชน
ทางด้านผู้ว่าการรัฐนิวยอร์ก แคธี โฮชูล ได้กล่าวขอบคุณความกล้าหาญและการตัดสินใจที่เด็ดขาดของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่หยุดยั้งเหตุการณ์ได้อย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะมีการสูญเสียมากกว่านี้ ขณะที่การให้บริการรถไฟใต้ดินต้องหยุดชะงักนานหลายชั่วโมงก่อนจะกลับมาเปิดให้บริการปกติในช่วงบ่าย
จากประวัติพบว่าผู้ก่อเหตุเคยถูกจับกุมมาแล้ว 3 ครั้งก่อนหน้านี้ โดยเจ้าหน้าที่สรุปเบื้องต้นว่าเป็นเหตุทำร้ายร่างกายแบบไม่เจาะจงเป้าหมาย.
ที่มา Associated Press