อินโดนีเซียจับหญิง 2 คน ฐานเหยียบคัมภีร์อัลกุรอานว่อนโซเชียล เสี่ยงคุก 5 ปี ตามกม.หมิ่นศาสนา

อินโดนีเซียจับหญิง 2 คน ฐานเหยียบคัมภีร์อัลกุรอานว่อนโซเชียล เสี่ยงคุก 5 ปี ตามกม.หมิ่นศาสนา

13 เม.ย. 2569 12:08 น.

อินโดนีเซียจับหญิง 2 คน ฐานเหยียบคัมภีร์อัลกุรอานว่อนโซเชียล เสี่ยงคุก 5 ปี ตามกม.หมิ่นศาสนา

ตำรวจอินโดนีเซียรวบตัวหญิง 2 ราย หลังมีคลิปเหยียบคัมภีร์อัลกุรอาน ว่อนโซเชียล สร้างกระแสไม่พอใจในประเทศมุสลิมใหญ่ที่สุดในโลก เสี่ยงโทษจำคุกสูงสุด 5 ปีตามกฎหมายดูหมิ่นศาสนา

ตำรวจ อินโดนีเซีย เปิดเผยเมื่อวันอาทิตย์ (12 เม.ย.) ว่า ได้จับกุมหญิง 2 คน ในข้อหาดูหมิ่นศาสนา หลังมีคลิปวิดีโอแสดงให้เห็นหนึ่งในผู้ต้องหากระทำการ “เหยียบคัมภีร์อัลกุรอาน” แพร่กระจายอย่างรวดเร็วบนโซเชียลมีเดีย

เจ้าหน้าที่ระบุว่า ผู้ต้องหาทั้งสองถูกควบคุมตัวในจังหวัด บันเตน โดยหากถูกตัดสินว่ามีความผิดตามกฎหมายดูหมิ่นศาสนา อาจต้องโทษจำคุกสูงสุดถึง 5 ปี

กฎหมายดังกล่าวของอินโดนีเซีย ห้ามมิให้ผู้ใดแสดงออกหรือกระทำการที่เป็นการดูหมิ่นศาสนาใดศาสนาหนึ่งใน 6 ศาสนาที่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการ หรือขัดขวางการนับถือศาสนาของผู้อื่น

รายงานระบุว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ในเมืองเลบัก จังหวัดบันเตน ซึ่งอยู่ห่างจากกรุง จาการ์ตา ประมาณ 140 กิโลเมตร โดยเจ้าของร้านเสริมสวยแห่งหนึ่งกล่าวหาลูกค้าว่าขโมยทรัพย์สิน

เมื่อหญิงคนดังกล่าวปฏิเสธ เจ้าของร้านจึงบังคับให้เธอสาบานความบริสุทธิ์ด้วยการเหยียบคัมภีร์อัลกุรอาน พร้อมถ่ายคลิปวิดีโอไว้

ด้านโฆษกตำรวจบันเตน มารูลี อาฮิเลส ฮูตาเปีย เปิดเผยกับสำนักข่าวเอเอฟพีว่าผู้ที่เหยียบคัมภีร์ และผู้ที่บังคับให้ทำการสาบาน ได้ยอมรับการกระทำแล้ว และขณะนี้ถูกตั้งข้อหาอย่างเป็นทางการ

คลิปเหตุการณ์ดังกล่าวถูกแชร์อย่างรวดเร็วในโลกออนไลน์ จุดกระแสความไม่พอใจในสังคมอินโดนีเซียอย่างกว้างขวาง

ขณะเดียวกัน กลุ่มสิทธิมนุษยชนออกมาแสดงความกังวลต่อการใช้กฎหมายดูหมิ่นศาสนา โดยระบุว่ามักถูกนำมาใช้เล่นงานชนกลุ่มน้อยทางศาสนา

ก่อนหน้านี้ บาซูกี จาฮาจา ปูร์นามา อดีตผู้ว่าการกรุงจาการ์ตา เคยถูกจำคุกเกือบ 2 ปีในปี 2017 จากคดีลักษณะเดียวกัน ขณะที่ในปี 2024 ศาลยังตัดสินจำคุกนักแสดงตลกสแตนด์อัพรายหนึ่ง 6 เดือน จากการพูดมุกเกี่ยวกับชื่อ “มูฮัมหมัด”

ทั้งนี้ อินโดนีเซียถือเป็นประเทศที่มีประชากรมุสลิมมากที่สุดในโลก โดยมีผู้นับถือศาสนาอิสลามมากกว่า 240 ล้านคน ทำให้ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับศาสนามีความอ่อนไหวสูง และมักกลายเป็นกระแสสังคมในวงกว้าง.

ที่มา : channelnewsasia

Leave a comment