Safaricom จับมือ Flytxt วิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกเพื่อยกระดับประสบการณ์ลูกค้า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

บาร์เซโลนา, สเปน และดูไบ, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์–24 ก.พ.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

Flytxt ผู้ให้บริการโซลูชั่นวิเคราะห์ข้อมูลผู้บริโภคกับการใช้งานอุปกรณ์เคลื่อนที่ ประกาศทำข้อตกลงกับ Safaricom ผู้ให้บริการด้านการสื่อสารครบวงจรรายใหญ่ที่สุดในเคนยา เพื่อการติดตั้งและใช้งานโซลูชั่น Customer Value Management (CVM) ของ Flytxt โซลูชั่นการวิเคราะห์ขั้นสูงนี้จะช่วยให้ Safaricom สามารถยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าผ่านการสร้างความผูกพันกับลูกค้าตามบริบทที่เกิดขึ้นในขณะนั้น และตามลักษณะเฉพาะตัวของลูกค้าแต่ละรายไปตลอดวงจรชีวิตลูกค้า

 Flytxt / PR NEWSWIRE INDIA - Flytxt Logo

PR NEWSWIRE INDIA – Flytxt Logo

(โลโก้: http://photos.prnewswire.com/prnh/20140527/10098680)

เราทำงานอย่างต่อเนื่องเพื่อที่จะเข้าใจลูกค้าได้ดีขึ้น เพื่อให้เราสามารถปรับปรุงบริการและนำเสนอโซลูชั่นที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้” Sylvia Mulinge ผู้อำนวยการ Consumer Business ของ Safaricom กล่าว “ความร่วมมือกับ Flytxt มีเป้าหมายเพื่อช่วยให้เราเข้าใจลูกค้าได้อย่างเจาะลึกมากขึ้น ซึ่งจะปูทางให้เราบรรลุเป้าหมายในการมอบประสบการณ์ที่หลากหลายให้แก่ลูกค้า” เธอกล่าวเพิ่มเติม

โซลูชั่นของ Flytxt ใช้ชุดโมเดลการวิเคราะห์เพื่อนำเสนอข้อมูลที่บริษัทโทรคมนาคมสามารถนำไปใช้งานได้ ช่วยให้บริษัทเหล่านี้สามารถตัดสินใจฉับไวในทุกขั้นตอนการดำเนินธุรกิจและจุดสัมผัส โซลูชั่นเหล่านี้เปิดทางให้บริษัทสามารถใส่ความเป็นส่วนตัวไปในบริการลูกค้าได้มากขึ้น อีกทั้งยกระดับคุณค่าตามวงจรชีวิตลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Safaricom เป็นบริษัทโทรคมนาคมรายใหญ่ที่สุดในแอฟริกาตะวันออก ด้วยผู้ใช้บริการกว่า 25 ล้านคน และมีผลิตภัณฑ์ตั้งแต่การสื่อสารผ่านเสียง ข้อมูล การทำธุรกรรมผ่านมือถือ และบริการระดับองค์กร ทั้งนี้ Safaricom เป็นบริษัทในเครือของ Vodafone Group ความร่วมมือครั้งนี้จึงนับเป็นครั้งที่ 3 แล้วที่ Flytxt ทำข้อตกลงกับกลุ่มบริษัทที่มีกิจการครอบคลุมทั่วโลกแห่งนี้

ผมยินดีที่ Safaricom วางใจเลือก Flytxt ความร่วมมือครั้งนี้ทำให้ความสัมพันธ์ของเรากับ Vodaphone แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น” Hetarth Patel รองประธานอาวุโสGlobal Sales ของ Flytxt กล่าว “Flytxt มอบผลลัพธ์ที่น่าประทับใจได้ตั้งแต่การติดตั้งใช้งานเบื้องต้นภายในกลุ่ม ผมมั่นใจว่าความร่วมมือนี้จะรักษาทิศทางนี้เอาไว้ต่อไป และส่งผลต่อ Safaricom อย่างมีนัยสำคัญในทางเศรษฐกิจ”

Flytxt มีกิจการครอบคลุมทั่วทั้งแอฟริกา ผ่านทางความร่วมมือกับบรรดาบริษัทโทรคมนาคมชั้นนำ ซึ่งรวมถึงการบรรลุข้อตกลงในระดับกลุ่มกับ MTN

เกี่ยวกับ Flytxt

Flytxt จับมือเป็นพันธมิตรกับองค์กรต่างๆในการพลิกโฉมระบบดิจิทัล โดยช่วยให้บริษัทเหล่านี้สามารถเปลี่ยนข้อมูลเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจที่วัดผลได้ ผ่านการวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้ากับการใช้งานอุปกรณ์เคลื่อนที่ Flytxt นำเสนอโซลูชั่นที่ช่วยสร้างรายได้จากข้อมูลได้อย่างครบวงจร ช่วยให้องค์กรทั้งหลายสามารถมอบประสบการณ์ที่ตรงกับลูกค้าแต่ละรายผ่านจุดสัมผัสดิจิทัลต่างๆ ตลอดจนช่วยเพิ่มรายได้ ปรับปรุงอัตรากำไร และยกระดับความจงรักภักดีของลูกค้า Flytxt ดำเนินงานโดยใช้แพลตฟอร์มของบริษัทเอง และมีลูกค้ามากกว่า 50 รายใน 30 ประเทศ วิเคราะห์ข้อมูลของผู้ใช้มือถือมาแล้วกว่า 500 ล้านคน มอบมูลค่าทางเศรษฐกิจ 2 – 7% อย่างสม่ำเสมอแก่ลูกค้า ผ่านชุดโซลูชั่นครบวงจรที่ผนวกรวมเทคโนโลยี ชุดระบบวิเคราะห์ การดำเนินงาน และบริการต่างๆเข้าไว้ด้วยกัน Flytxt มีสำนักงานใหญ่อยู่ในเนเธอร์แลนด์ สำนักงานองค์กรในดูไบ อีกทั้งยังมีการดำเนินงานอยู่ในปารีส ลอนดอน ธิรุวะนันทปุรัม มุมไบ สิงคโปร์ โจฮันเนสเบิร์ก ไนโรบี และเม็กซิโกซิตี

ที่มา: Flytxt

“หัวเว่ย” เปิดกว้าง ประสานความร่วมมือ และแบ่งปันความสำเร็จ เพื่อเปลี่ยนโฉมอุตสาหกรรมโทรคมนาคมสู่ระบบดิจิตอลและสร้างโลกที่เชื่อมต่อกันได้ดีขึ้น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

บาร์เซโลนา, สเปน–23 ก.พ.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

 

ผู้นำด้านไอซีทีระดับโลกนำเสนอกลยุทธ์ในการสร้างระบบนิเวศดิจิตอลแบบเปิด แบ่งปันแนวปฏิบัติที่ดีที่สุดในการเปลี่ยนไปสู่ระบบดิจิตอล รวมทั้งจัดแสดงนวัตกรรมเทคโนโลยีในงาน MWC 2016

 

Huawei Unveils Safe City Solution Experience Center at 2016 Mobile World Congress

หัวเว่ยเตรียมแบ่งปันวิสัยทัศน์เพื่อสร้างโลกที่เชื่อมต่อกันได้ดีขึ้น ในงาน Mobile World Congress (MWC) 2016 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 22-25 กุมภาพันธ์นี้ ที่เมืองบาร์เซโลนา ประเทศสเปน โดยหัวเว่ยจะเน้นสนับสนุนการเปิดกว้าง ประสานความร่วมมือ และแบ่งปันความสำเร็จ เพื่อสร้างระบบนิเวศดิจิตอลแบบเปิดร่วมกับพันธมิตรในอุตสาหกรรม มุ่งผลักดันการเปลี่ยนไปสู่ระบบดิจิตอลภายในนานาประเทศและอุตสาหกรรมต่างๆ รวมทั้งส่งเสริมการขยายตัวของเศรษฐกิจดิจิตอลด้วย

 

หัวเว่ยจะเดินหน้าสานต่อธีม “Open ROADS to a Better Connected World” ของบริษัทในงาน MWC เมื่อปีที่แล้ว เพื่อตอบสนองดีมานด์ของผู้บริโภคที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์ “ROADS” (Real-time, On-demand, All-online, DIY และ Social) ในยุคดิจิตอล บริษัทพยายามพัฒนานวัตกรรมที่มีความคล่องตัว สร้างระบบนิเวศแบบเปิด ขยายความร่วมมือทางธุรกิจ และช่วยให้ผู้ให้บริการโทรคมนาคมประสบความสำเร็จในการเปลี่ยนไปสู่ระบบดิจิตอล โดยในงาน MWC 2016 หัวเว่ยจะให้ความสำคัญกับกลยุทธ์และเทคโนโลยีที่สนับสนุนการเปลี่ยนไปสู่ระบบดิจิตอล พร้อมทั้งแสดงให้เห็นว่าโซลูชัน SoftCOM แบบเอ็นด์ทูเอ็นด์ของบริษัท จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในระดับธุรกิจ การปฏิบัติงาน โครงสร้าง และเครือข่ายได้อย่างไร หัวเว่ยจะแบ่งปันวิสัยทัศน์ในอนาคตของบริษัทในรูปแบบของกลยุทธ์และการปฏิบัติที่ทำได้จริง เพื่อเร่งให้เกิดการพัฒนาระบบนิเวศของอุตสาหกรรมที่เดินหน้าไปพร้อมกัน

 

ในยุคของการเชื่อมต่ออย่างเต็มรูปแบบ การเปลี่ยนไปสู่ระบบดิจิตอลอย่างรวดเร็วถือเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับทุกอุตสาหกรรม การเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมไอซีทีคือกลไกสำคัญในการผลักดันการพัฒนาธุรกิจในยุคดิจิตอล ในฐานะที่เป็นผู้สร้างความเป็นไปได้ในอุตสาหกรรมไอซีที หัวเว่ยจึงมีพันธกิจในการช่วยให้อุตสากรรมโทรคมนาคมและอุตสาหกรรมแนวดิ่งสามารถเปลี่ยนโครงสร้าง ระบบการดำเนินงาน และโมเดลธุรกิจไปสู่ระบบดิจิตอลด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย” ซู จีเล่ย ประธานกลุ่มธุรกิจผู้ให้บริการโทรคมนาคมของหัวเว่ย กล่าว “เราเชื่อว่าระบบนิเวศดิจิตอลแบบเปิดมีความสำคัญเชิงกลยุทธ์ต่ออนาคตของอุตสาหกรรม ทั้งนี้ เพื่อมุ่งสู่การเปิดกว้าง ประสานความร่วมมือ และแบ่งปันความสำเร็จ เราจะเดินหน้าขยายความร่วมมือทางธุรกิจ มีส่วนช่วยอุตสาหกรรมมากขึ้น และจับมือเป็นพันธมิตรกับผู้ประกอบการรายใหญ่ในอุตสาหกรรม เพื่อสร้าง “Open ROADS to a Better Connected World” เราเชื่อว่าความสำเร็จในการเปลี่ยนไปสู่ระบบดิจิตอลจะช่วยให้ผู้ให้บริการโทรคมนาคมเป็นผู้นำห่วงโซ่คุณค่า และสามารถเร่งการเปลี่ยนแปลงไปสู่เศรษฐกิจดิจิตอลได้ในอนาคต”

 

หัวเว่ยแบ่งปันมุมมองของบริษัทในการประชุมต่างๆ ภายในงาน MWC

 

กัว ผิง รองประธานและซีอีโอหมุนเวียนของหัวเว่ย ได้กล่าวสุนทรพจน์ในงาน MWC ในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ ร่วมกับซีอีโอของฟอร์ดและเพย์พาล โดยเขาได้ร่วมแบ่งปันมุมมองในหัวข้อ “mobile is connected living

 

วอลเตอร์ วีเกล รองประธานสถาบันวิจัยในยุโรปของหัวเว่ย, พอล สแกนแลน ประธานฝ่ายที่ปรึกษาเครือข่ายและธุรกิจของหัวเว่ย และอัน เจี้ยน ประธานฝ่ายการตลาดเครือข่ายไร้สายระดับโลกและโซลูชันของหัวเว่ย ต่างร่วมแบ่งปันมุมมองกับผู้เข้าร่วมงาน MWC ในหัวข้อต่างๆ ซึ่งรวมไปถึง  “5G: Creating Value for Consumers”, “Internet of Things Connectivity” และ “New Paradigms For Delivering Cost Effective Network QoE”

 

การประชุม Digital Transformation Summit

 

ในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ หัวเว่ยประสบความสำเร็จในการจัดการประชุม Digital Transformation Summit ซึ่งประกอบด้วยการประชุม “4.5G Industry Summit”, “Small Cell Summit”, “Video Everywhere Summit” และ “Digital Operations Transformation Summit” และยังเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม “Global NB-IoT Summit” ร่วมกับ GSMA และผู้นำในอุตสาหกรรมไอซีทีส่วนหนึ่ง การประชุมสุดยอดดังกล่าวจะช่วยผลักดันวิวัฒนาการของการเชื่อมต่อทั่วโลก ด้วยการอำนวยความสะดวกในการแลกเปลี่ยนกลยุทธ์ ประสบการณ์ และแนวคิดต่างๆ

 

เยี่ยมชมพื้นที่จัดแสดงของหัวเว่ยใน Fira Gran Via Hall 1

 

หัวเว่ยจะนำเสนอวิสัยทัศน์แห่งอนาคตและโซลูชันไอซีทีมากมายใน Fira Gran Via Hall 1 โดยมีไฮไลท์สำคัญดังนี้

 

วิสัยทัศน์ของหัวเว่ย: หัวเว่ยจะแบ่งปันมุมมองและข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับแนวโน้มการเปลี่ยนไปสู่ระบบดิจิตอลของอุตสาหกรรมโทรคมนาคม พร้อมทั้งแสดงให้เห็นว่าโซลูชันการเปลี่ยนไปสู่ระบบดิจิตอลแบบเอ็นด์ทูเอ็นด์ภายใต้กลยุทธ์ SoftCOM ของบริษัท สามารถช่วยให้ผู้ให้บริการโทรคมนาคมรักษาศักยภาพด้านการแข่งขันในโลกยุคดิจิตอล และพัฒนาธุรกิจใหม่ๆด้วยการปรับโครงสร้างเครือข่าย สถาปัตยกรรม การดำเนินงานและธุรกิจของตนเอง

 

การเชื่อมต่อด้วยความเร็วสูงทุกหนแห่ง: หัวเว่ยจะนำเสนอโซลูชันนวัตกรรมสำหรับการปรับโครงสร้างเครือข่าย ดังนี้

 

– GigaRadio, Inspiring Mobile Innovation: โซลูชันสถานีฐานรุ่นใหม่ล่าสุด มาพร้อมประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นและความง่ายดายในการเข้าถึงสถานที่ ช่วยให้เชื่อมต่อได้ด้วยความเร็วสูงระดับ Gbps

– Small Cell, Expanding Mobility Potential: เซลล์ขนาดเล็กมีบทบาทสำคัญในกระบวนการเปลี่ยนไปสู่ระบบดิจิตอล โดยจะช่วยปลดปล่อยศักยภาพด้านทราฟฟิก และเผยศักยภาพของเครือข่าย MBB

– Maximizing Spectrum Value: โซลูชันนวัตกรรมที่เพิ่มประสิทธิภาพเครือข่ายสู่ระดับสูงสุด และช่วยให้ผู้ให้บริการโทรคมนาคมสามารถบุกตลาดต่างๆในอุตสาหกรรมได้

– 4.5G, Connecting Giga World: เครือข่าย 4.5G มาพร้อมความเร็วระดับ Gbps และศักยภาพในการรองรับการเชื่อมต่อได้เป็น 10 เท่าของเครือข่าย 4G จึงช่วยสนับสนุนผู้ให้บริการโทรคมนาคมในการเปลี่ยนไปสู่ดิจิตอล โดยช่วยให้นำเสนอบริการได้หลากหลายขึ้น

– 5G, Super Connected World: การสาธิตกรณีการใช้งาน 5G และคุณสมบัติของเครือข่าย เป็นการนำเสนอเทคโนโลยี 5G ล่าสุดของหัวเว่ย และความสำเร็จร่วมกับลูกค้าผู้ให้บริการโทรคมนาคม

– Redefining Experience Benchmark: กำหนดมาตรฐานบนพื้นฐานของประสบการณ์ เพื่อเป็นแนวทางในการนำเสนอเครือข่ายตามประสบการณ์ ซึ่งจะช่วยผู้ให้บริการโทรคมนาคมในการปรับปรุงคุณภาพการให้บริการและประสบความสำเร็จในเชิงพาณิชย์ได้เร็วขึ้น

– Giga Home: เครือข่ายการเข้าถึงกิกะแบนด์ที่ช่วยให้ผู้ให้บริการโทรคมนาคมเข้าถึงได้เร็วขึ้น ยกระดับความทันสมัยอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และใช้ประโยชน์จากกิกะโฮมได้อย่างเต็มที่

– Experience-Driven Ultra Broadband Network: เครือข่ายที่ได้รับการปรับปรุงและปรับโครงสร้างเพื่อประสบการณ์วิดีโอและบริการคลาวด์ที่ดีที่สุด

– Empowering All Connections: แพลตฟอร์มการจัดการที่เชื่อมต่ออย่างเต็มที่และเน้นประสบการณ์ นำเสนอการควบคุมรวมถึงบริการเสียงและวิดีโอแบบเรียลไทม์ พร้อมรับประกันประสบการณ์การใช้งานแบบสมาร์ท และสร้างมูลค่าทางธุรกิจให้แก่ผู้ให้บริการโทรคมนาคม

 

สถาปัตยกรรมที่กำหนดโดยซอฟต์แวร์: หัวเว่ยจะนำเสนอโซลูชันและประสบการณ์ในการปรับโครงสร้างของสถาปัตยกรรม

 

– SDN&NFV, Advancing Network into 2020: แบ่งปันข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของเครือข่ายผู้ให้บริการโทรคมนาคมทั่วโลกก่อนถึงปี 2020และการใช้งาน SDN&NFV รวมทั้งจัดแสดงโซลูชัน SDN&NFV ของหัวเว่ย และเผยความคืบหน้าในการนำมาใช้งานในเชิงพาณิชย์

– Open Cloud: จัดแสดงโซลูชันศูนย์ข้อมูลคลาวด์บนพื้นฐานสถาปัตยกรรมแบบเปิด ที่รองรับการพัฒนาและสถานะในอนาคตของผู้ให้บริการโทรคมนาคม ในฐานะผู้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิตอล

 

การเปลี่ยนการดำเนินงานไปสู่ระบบดิจิตอล: หัวเว่ยจะจัดแสดงโซลูชันสำคัญๆ ที่ช่วยให้ผู้ให้บริการโทรคมนาคมสามารถปรับโครงสร้างการดำเนินงาน รวมถึงความพยายามของบริษัทในการสร้างระบบนิเวศดิจิตอลร่วมกับพันธมิตรในอุตสาหกรรม

 

– Telco OS, Agile Digital Operations: Telco OS ช่วยให้ผู้ให้บริการโทรคมนาคมนำเสนอประสบการณ์ ROADS และช่วยให้การดำเนินงานดิจิตอลมีความคล่องตัว

– Business-Driven ICT Integration: ศักยภาพในการผนวกรวมระบบไอซีทีของหัวเว่ย ที่ช่วยให้ผู้ให้บริการโทรคมนาคมนำเสนอบริการสู่ตลาดได้อย่างรวดเร็ว ยืดหยุ่น และปรับเปลี่ยนได้ เพื่อผลักดันการพัฒนาธุรกิจ

– Customer-centric Operating Model: หัวเว่ยจะช่วยผู้ให้บริการโทรคมนาคมในการปรับโครงสร้างพื้นฐานและการดำเนินงาน ตลอดจนสร้างโมเดลธุรกิจและการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพ ด้วยการใช้เทคโนโลยีดิจิตอลเพื่อรับประกันประสบการณ์ ROADS และการขยายตัวของธุรกิจอย่างแข็งแกร่ง

– Network Experience Plus: หัวเว่ยสร้างเครือข่ายที่มีความสามารถในการแข่งขันสูง โดดเด่น และมีคุณภาพสูงสำหรับผู้ให้บริการโทรคมนาคม ด้วยโซลูชันการเพิ่มประสิทธิภาพ การรวมระบบ และการวางแผนเครือข่ายแบบเอ็นด์ทูเอ็นด์บนพื้นฐานของประสบการณ์ ROADS

 

การสำรวจบริการดิจิตอล: หัวเว่ยจะจัดแสดงโซลูชันครบวงจรสำหรับการปรับโครงสร้างธุรกิจ

 

– Video Everywhere: หัวเว่ยมีความมุ่งมั่นในการสร้างระบบนิเวศร่วมกับพันธมิตรในอุตสาหกรรม เพื่อนำเสนอประสบการณ์วิดีโอที่ดีที่สุด ช่วยให้ผู้ให้บริการโทรคมนาคมประสบความสำเร็จในเชิงพาณิชย์จากวิดีโอในฐานะที่เป็นบริการพื้นฐาน

– IoT-Enabled Vertical Industry: โซลูชัน “1+2+1” IoT ของหัวเว่ย ช่วยให้ผู้ให้บริการโทรคมนาคมสามารถเจาะเข้าสู่ตลาดเกิดใหม่ เช่น รถยนต์ต่ออินเทอร์เน็ตได้ สมาร์ทโฮม และแอปพลิเคชันอุตสาหกรรมแนวดิ่งบนพื้นฐาน NB IoT

– Cloud Business, New Benchmark: ศักยภาพไอซีทีร่วมกับเครือข่ายคลาวด์ที่ครบวงจรของหัวเว่ย ช่วยให้ผู้ให้บริการโทรคมนาคมชั้นนำยกระดับบริการคลาวด์และสร้างระบบนิเวศที่แข็งแกร่งเพื่อความสำเร็จทางธุรกิจในอนาคต

– Making Cities Safer: หัวเว่ยสาธิตโซลูชัน visual convergent command and dispatch เป็นครั้งแรกของโลก ที่ช่วยให้เมืองมีความปลอดภัยมากขึ้น

 

งาน MWC 2016 จัดขึ้นที่บาร์เซโลนาในระหว่างวันที่ 22-25 กุมภาพันธ์นี้ หัวเว่ยจะจัดแสดงผลิตภัณฑ์และโซลูชันใหม่ล่าสุดของบริษัทที่ Fira Gran Via Hall 1 และ Hall 3 สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.huawei.com/en/mwc2016

 

เกี่ยวกับหัวเว่ย

 

หัวเว่ยเป็นผู้ให้บริการโซลูชั่นเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ชั้นนำระดับโลก เรามีจุดมุ่งหมายในการสร้างโลกที่เชื่อมต่อได้ดีกว่าเดิม ด้วยการรับบทเป็นบริษัทที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม ผู้ผลักดันนวัตกรรมในสังคมสารสนเทศ และผู้มีส่วนช่วยเหลืออุตสาหกรรม หัวเว่ยก่อตั้งขึ้นในปี 2530 และเป็นบริษัทเอกชนที่พนักงานเป็นเจ้าของร่วมกัน สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.huawei.com

Megaport จับมือ Akamai ยกระดับประสบการณ์ผู้ใช้ผ่านโครงข่ายการเชื่อมต่อแบบอีลาสติคของ Megaport

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

บริสเบน, ออสเตรเลีย และซานฟรานซิสโก–23 ก.พ.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          – แพลตฟอร์มระดับรางวัลของ Megaport สามารถเชื่อมต่อกับแพลตฟอร์ม CDN ของ Akamai ได้โดยตรงแล้ว

           Megaport ผู้นำด้านบริการเชื่อมโยงเครือข่ายแบบอีลาสติคบนพื้นฐาน SDN ที่ควบคุมด้วยซอฟต์แวร์ ประกาศในวันนี้ว่า Akamai ได้เชื่อมโยงแพลตฟอร์มIntelligent Platform (R) เข้ากับโครงข่ายแบบอีลาสติคของ Megaport ในตลาดทั่วโลก เพื่อให้บริการContent Delivery Network (CDN) กับลูกค้าของ Megaport

 

Megaport Logo

          http://photos.prnasia.com/prnh/20150203/8521500675LOGO

 megaport-dec17-paulmcmillan-007 / Denver Maddux, CEO, Megaport (PRNewsFoto/Megaport)

Denver Maddux, CEO, Megaport (PRNewsFoto/Megaport)

          http://photos.prnewswire.com/prnh/20160222/336163

          การติดตั้งแพลตฟอร์ม Intelligent Platform (R) ของ Akamai จะทำให้ลูกค้าของ Megaport สามารถปรับตั้งค่าการเชื่อมต่อโดยตรงกับแพลตฟอร์ม CDN ของAkamai ได้ง่ายยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะอยู่ในตลาดใดก็ตามที่ Megaport ดำเนินงานอยู่ การดูแลให้ทราฟฟิคสอดคล้องกับพื้นที่ท้องถิ่นเฉพาะผ่านการเชื่อมต่อโดยตรงกับAkamai ช่วยให้การเข้าถึงคอนเทนต์หลักเป็นไปได้อย่างรวดเร็วและน่าเชื่อถือ

          เดนเวอร์ แมดดักซ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Megaport กล่าวว่า “การเพิ่ม Akamai เข้ามาสู่ระบบนิเวศของ Megaport สอดคล้องกับการดำเนินงานทั่วโลกของเราอย่างสมบูรณ์แบบ การมอบความสามารถในการเข้าถึงทราฟฟิคเฉพาะจุดในตลาดหลักๆ แก่ลูกค้าMegaport ช่วยยกระดับการดำเนินงาน และมอบประสิทธิภาพในการกำหนดขอบเขตขีดความสามารถ ด้วยการจำกัดจำนวนช่องสื่อสารภาคพื้นดินที่จำเป็นเพื่อการส่งมอบคอนเทนต์”

          คริสเตียน คอฟมาน ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่าย Network Services จาก Akamai Technologies เสริมว่า “Intelligent Platform ของ Akamai มีการนำไปใช้งานในกว่า 1,400เครือข่าย การทำข้อตกลงระดับโลกของเราร่วมกับ Megaport จะช่วยนำเสนอทางเลือกในการเชื่อมโยงและนำคอนเทนต์ที่ได้รับความนิยมบนเว็บไซต์เข้าสู่กลุ่มเอนด์ยูสเซอร์ได้มากยิ่งขึ้น ดังที่เราตั้งเป้าหมายเพื่อลดค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับแบนด์วิดท์ ขณะที่ได้มีการผนึกพลังเพื่อยกระดับประสบการณ์เว็บสำหรับผู้คนทั่วโลกมากยิ่งขึ้น”

          Megaport ให้บริการที่ศูนย์ข้อมูล 54 แห่ง ซึ่งครอบคลุมตลาด 13 แห่งในออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ สิงคโปร์ ฮ่องกง และสหรัฐอเมริกา ล่าสุด บริษัทกำลังขยายการดำเนินงานเข้าสู่ศูนย์ข้อมูลเพิ่มเติมที่อเมริกาเหนือและยุโรปในตลาดสำคัญๆหลายแห่ง เช่น โตรอนโต ลอนดอน ดับลิน อัมสเตอร์ดัม และสต็อกโฮล์ม

          หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Megaport.org และแนวทางการมีส่วนร่วมด้านการพัฒนาอินเทอร์เน็ต สามารถดูได้ที่ http://megaport.org

          แหล่งที่มาประกอบด้วย:

          – เข้าชมเว็บไซต์ได้ที่ http://megaport.org

          – ติดตาม Megaport ได้ทางทวิตเตอร์ที่ @megaportnetwork

          – ไลค์ Megaport บนเฟซบุ๊ก

          – หรือติดตาม Megaport บน LinkedIn

 

          เกี่ยวกับ Megaport

          Megaport เป็นผู้นำระดับโลกและผู้บุกเบิกการเชื่อมโยงเครือข่ายแบบอีลาสติค นับตั้งแต่เริ่มก่อตั้งและดำเนินงานโดย บีแวน สลัตเตอรี ในปี 2556 Megaportได้สร้างโครงข่ายแบบอีลาสติค ซึ่งมีความเป็นกลางและควบคุมด้วยซอฟต์แวร์แบบแรกของโลก และเปลี่ยนแนวทางที่บริษัท เครือข่าย และบริการต่างๆ เชื่อมต่อถึงกัน โดยความต้องการการเชื่อมโยงถึงกันที่อยู่ในระดับสูง และความจำเป็นในการเปลี่ยนแปลงการเข้าซื้อแบนด์วิดท์ ผลักดันให้Megaport ก้าวเข้าสู่ตลาดใหม่ๆ ทั่วโลก ด้วยการบูรณาการเต็มรูปแบบเพื่อเข้าสู่ตลาดสหรัฐอเมริกา ตามที่คาดการณ์ไว้ในช่วงสิ้นปี 2559 Megaport ก่อตั้งขึ้นโดย ทีมงานผู้มีประสบการณ์สูง  ซึ่งมีความรู้กว้างขวางในการสร้างเครือข่ายผู้ให้บริการโทรคมนาคมขนาดใหญ่ระดับโลก สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Megaport กรุณาเข้าชม www.megaport.com

          โลโก้- http://photos.prnasia.com/prnh/20150203/8521500675LOGO

          รูปภาพ – http://photos.prnewswire.com/prnh/20160222/336163

 

          บรรยายภาพ – เดนเวอร์ แมดดักซ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Megaport

วินคอร์ นิกซ์ดอร์ฟ จับมือ Mahindra Comviva ให้บริการธุรกรรมบนพื้นฐาน NFCและ QR Code ที่ตู้เอทีเอ็มด้วย Mobiquity(R) Wallet

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

MWC 2016, บาร์เซโลน่า, สเปน–23 ก.พ.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          วินคอร์ นิกซ์ดอร์ฟ (Wincor Nixdorf) หนึ่งในผู้ให้บริการชั้นนำด้านการจัดหาโซลูชั่นไอทีให้แก่ธนาคารเพื่อลูกค้ารายย่อย และ Mahindra Comviva ผู้นำระดับโลกที่ให้บริการโซลูชั่นบนอุปกรณ์พกพา ได้ร่วมมือกันเพื่อมอบประสบการณ์การทำธุรกรรมอย่างราบรื่นที่ตู้เอทีเอ็ม ในการนำเสนอโซลูชั่นใหม่นี้ ผู้บริโภคที่ใช้บริการ mobiquity(R) Wallet หรือกระเป๋าสตางค์บนมือถือของ Mahindra Comviva จะสามารถถอนเงินสดและเติมเงินผ่านกระเป๋าสตางค์มือถือได้ที่ตู้เอทีเอ็ม เพียงแค่สแกนหรือแสดง QR code หรือใช้อุปกรณ์ที่มี NFC เพื่อเปิดบริการบนมือถือ ทั้งนี้ มีการสาธิตโซลูชั่นดังกล่าวที่งาน MWC 2016 (บู๊ท Booth 5G51/HALL 5) เพื่อแสดงให้เห็นว่าโซลูชั่นเอทีเอ็มที่ล้ำสมัยนั้น สามารถผสานเข้ากับระบบนิเวศในการชำระเงินบนมือถือได้อย่างราบรื่น

Mahindra Comviva Logo / Mahindra Comviva Logo

Mahindra Comviva Logo

     (โลโก้: http://photos.prnewswire.com/prnh/20130626/625127 )

          วินคอร์ นิกซ์ดอร์ฟ ยังให้บริการโซลูชั่นบนพื้นฐานเซิร์ฟเวอร์/ไคลแอนท์อันครอบคลุมสำหรับบริการ Open Wallet Interface ที่เป็นช่องทางการทำธุรกรรมด้วยตนเองซึ่งไม่ขึ้นอยู่กับผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์ (vendor-neutral) และเป็นการเชื่อมต่อแบบเปิด (Open Interface) Mahindra Comviva สนับสนุนบริการ Open Wallet Interface ของวินคอร์ นิกซ์ดอร์ฟ เพื่อให้ผู้ใช้งานกระเป๋าสตางค์บนมือถือสามารถถอนเงินและฝากเงินที่ตู้เอทีเอ็มได้ด้วยโทรศัพท์มือถือของตนเอง ผู้ใช้ยังสามารถกำหนดการทำธุรกรรมที่ตู้เอทีเอ็มของตนเองได้ผ่านทาง mobiquity(R) Wallet ของ Mahindra Comviva ซึ่งสอดคล้องกับมาตรฐาน NFC (HCE) และ QR code อีกทั้งยังประหยัดเวลาในการใช้งานตู้เอทีเอ็ม เพราะสามารถกำหนดขั้นตอนล่วงหน้าในการทำธุรกรรมการเงินผ่านทางมือถือได้

          Srinivas Nidugondi รองประธานอาวุโสและหัวหน้าฝ่าย Mobile Financial Solutions ของ Mahindra Comviva กล่าวถึงการเป็นพันธมิตรครั้งนี้ว่า “เรากำลังสร้างนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจได้ว่า ผู้บริโภคจะได้รับประสบการณ์การทำธุรกรรมที่ราบรื่น การร่วมมือกับวินคอร์ นิกซ์ดอร์ฟจะสนับสนุนความมุ่งมั่นซึ่งมุ่งเน้นไปที่ผู้บริโภคของเรา “ด้วยการทำให้การทำธุรกรรมผ่านทางกระเป๋าสตางค์บนมือถือที่ตู้เอทีเอ็มเป็นไปได้ ด้วยการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่อย่าง NFC และ QR code การให้บริการ NFC จะพึ่งพิงระบบ HCE ของ mobiquity(R) Wallet เพื่อสร้างการเชื่อมต่อการสื่อสารระหว่างโทรศัพท์ของผู้บริโภคและเอทีเอ็มผ่านการทำธุรกรรมด้วยเครื่องโทเค็น”

          ทางด้าน Hermann Salmen หัวหน้าฝ่าย Mobile Financial Solutions ของ วินคอร์ นิกซ์ดอร์ฟ กล่าวว่า “เครือข่ายเอทีเอ็มซึ่งเป็นช่องทางให้บริการและช่องทางการขายนั้น จะมีบทบาทมากขึ้นในด้านกลยุทธ์กระเป๋าสตางค์บนมือถือให้แก่บรรดาผู้ให้บริการ เพื่อมอบประสบการณ์แบบผสานหลากหลายช่องทาง (omni-channel experience) และความปลอดภัยที่สูงขึ้นในการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้บริโภค ด้วยอินเตอร์เฟสที่ตรงตามมาตรฐาน เช่น Open Wallet Interface สำหรับโซลูชั่นกระเป๋าสตางค์บนมือถือ เราทำให้การผสมผสานเป็นไปได้ง่ายขึ้น และยังรองรับผู้ให้บริการกระเป๋าสตางค์บนมือถือด้วยบริการที่ครอบคลุม ตั้งแต่การติดตั้งไปจนถึงการดำเนินงานเครือข่ายเอทีเอ็มทั้งหมด”

 

          สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ

          Sundeep Mehta

          ผู้จัดการฝ่าย Global PR & Corporate Communications

          โทร: +91-9910030732

          อีเมล: pr@mahindracomviva.com 

          แหล่งข่าว: Mahindra Comviva

เป๊ปซี่ จัดแคมเปญ “Blue Card” เพื่อแฟนบอลทั่วโลก พร้อมเปิดตัวนักเตะเป๊ปซี่ปี 2016

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เพอร์เชส, นิวยอร์ก–23 ก.พ.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

– นักเตะซูเปอร์สตาร์ระดับโลกทั้งอะกูเอโร โรดริเกซ กงปานี ซานเชซ และเดเคอา ต่างตบเท้าสร้างความสนุกสุดเหวี่ยงในแคมเปญใหม่ของเป๊ปซี่

#BLUECARD – เป๊ปซี่ เดินหน้าเติมไฟแห่งความคลั่งไคล้ในกีฬาฟุตบอลทั่วโลก ด้วยการประกาศรายชื่อทีมนักเตะเป๊ปซี่ปี 2016 ซึ่งรวมสุดยอดแข้งดังจากสโมสรชั้นนำของโลกไว้ด้วยกัน พร้อมปลุกความตื่นเต้นตลอดทั้งปีด้วยแคมเปญใหม่ระดับโลกอย่าง Pepsi Blue Card (#BlueCard)

 PepsiCo Blue Card / Pepsi #BlueCard (PRNewsFoto/PepsiCo)

Pepsi #BlueCard (PRNewsFoto/PepsiCo)

รูปภาพ http://photos.prnewswire.com/prnh/20160218/334910

นักเตะดังในทีมเป๊ปซี่ประกอบด้วย เซร์คีโอ อะกูเอโร ตัวบุกชาวอาร์เจนตินาจากแมนเชสเตอร์ ซิตี้, เจมส์ โรดริเกซ นักเตะโคลอมเบียผู้สร้างปรากฏการณ์จากทีมเรอัล มาดริด, แวงซองต์ กงปานี แข้งเบลเยียมกัปตันทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้, อเล็กซิส ซานเชซ ดาวยิงชาวชิลีจากอาร์เซนอล และดาบิด เด เคอา สุดยอดผู้รักษาประตูชาวสเปนจากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ทัพนักเตะเป๊ปซี่ปี 2016 จะมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆภายใต้แคมเปญใหม่นี้ รวมถึงในโฆษณาทีวีที่เปิดตัววันนี้และจะออกอากาศไปทั่วโลก[https://youtu.be/C-FHnnRYYKc] ซึ่งบอกเล่าเรื่องราวของ Pepsi Blue Card ผ่านคนขับรถส่งของ 2 คนที่ได้เซอร์ไพรส์ครั้งใหญ่ของชีวิต โดยได้ดวลแข้งกับนักเตะซูเปอร์สตาร์ทีมเป๊ปซี่

Pepsi Blue Card จะขจัดความน่าเบื่อหน่ายและปลดปล่อยช่วงเวลาแห่งความสนุกสุดเหวี่ยง” คาร์ลา ฮัสซัน รองประธานอาวุโสฝ่ายบริหารแบรนด์ระดับโลกของ PepsiCo Global Beverage Group กล่าว “ในเกมการแข่งขัน ใบเหลืองหรือใบแดงส่งสัญญาณให้หยุดเล่น แต่ Pepsi Blue Card ส่งสัญญาณว่ากำลังจะมีเรื่องน่าตื่นเต้นเกิดขึ้น นับเป็นการเริ่มต้นปีที่สมบูรณ์แบบสำหรับแบรนด์ชั้นนำของเรา”

เป๊ปซี่ยังเปิดให้ดาวน์โหลดแอปฟรีทาง Apple App Store และ Google Play ตั้งแต่วันที่ 23 กุมภาพันธ์เป็นต้นไป นอกจากนั้นยังมีดิจิตอลคอนเทนต์และโซเชียลคอนเทนต์ รวมถึงการตั้งบูธกลางแจ้งและจุดจำหน่ายสินค้าในหลายประเทศทั่วโลกตลอดทั้งปี

นอกจากนี้ แบรนด์เรือธงของ PepsiCo ได้แก่ เป๊ปซี่ เลย์ และเกเตอเรด ยังผนึกกำลังกับการแข่งขันฟุตบอลอันทรงเกียรติของยุโรป ด้วยการรับบทเป็นผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการของการแข่งขันยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ทั้งนี้ รอบชิงชนะเลิศของยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกเป็นการแข่งขันกีฬาประจำปีที่มีผู้ชมมากที่สุดในโลก โดยรอบสุดท้ายของการแข่งขันปี 2015 มีการถ่ายทอดในกว่า 200 ประเทศ สู่สายตาผู้ชมราว 400 ล้านคน ขณะที่ยอดวิวเฉลี่ยของแมทช์ที่ถ่ายทอดสดอยู่ที่ราว 180 ล้านวิว

ความคิดเห็นของนักเตะเป๊ปซี่

เซร์คีโอ อะกูเอโร จากแมนเชสเตอร์ ซิตี้ กล่าวว่า “ผมรู้สึกตื่นเต้นที่ได้ร่วมงานกับเป๊ปซี่อีกครั้ง และดีใจมากที่ได้รับเลือกเป็นนักเตะทีมเป๊ปซี่ปี 2016 ผมตั้งตารอที่จะร่วมทีมกับแวงซองต์ เจมส์ อเล็กซิส และดาบิดตลอดทั้งปี เพื่อนำความสนุกสนานและโอกาสครั้งหนึ่งในชีวิตไปมอบให้แฟนบอลทั่วโลก”

เจมส์ โรดริเกซ จากเรอัล มาดริด กล่าวว่า “ผมภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของทีมเป๊ปซี่ปี 2016 การได้ร่วมงานกับเป๊ปซี่เมื่อปีที่แล้วเป็นประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมมาก และผมตั้งตารอที่จะได้ร่วมทีมเป๊ปซี่ในปีนี้ เพื่อมอบโอกาสที่น่าตื่นเต้นและเหนือความคาดหมายให้แก่แฟนบอลทั่วโลก”

แวงซองต์ กงปานี จากแมนเชสเตอร์ ซิตี้ กล่าวว่า “ถือเป็นเกียรติมากที่ได้ทำงานกับเป๊ปซี่อีกครั้ง แคมเปญนี้คือความสนุกล้วนๆ บวกความบ้าอีกเล็กน้อย เมื่อหยิบ Pepsi Blue Card ออกมา ทุกอย่างจะเปลี่ยนไป ผมว่านั่นคือสิ่งที่เราทุกคนต้องการในทุกวันนี้”

อเล็กซิส ซานเชซ จากอาร์เซนอล กล่าวว่า “เป๊ปซี่คือหนึ่งในแบรนด์ดังที่สุดที่เกี่ยวข้องกับแวดวงฟุตบอลของเรา และผมรู้สึกดีมากที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของทีมนักเตะระดับโลกของเป๊ปซี่ในปีนี้”  

ดาบิด เด เคอา จากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กล่าวว่า “ผมดีใจมากที่ได้ร่วมทีมเป๊ปซี่เป็นครั้งแรกในปีนี้ ผมตื่นเต้นกับสิ่งที่เป๊ปซี่นำเสนอให้แก่วงการฟุตบอลและแฟนๆมาโดยตลอด ทั้งในและนอกสนาม และผมแทบรอไม่ไหวที่จะได้เป็นส่วนหนึ่งของทีม”

เกี่ยวกับเป๊ปซี่โค

 

บรรดาผู้บริโภคต่างเพลิดเพลินกับผลิตภัณฑ์ของเป๊ปซี่โคกว่า 1 พันล้านครั้งต่อวันในกว่า 200 ประเทศและดินแดนทั่วโลก เป๊ปซี่โคมีรายได้สุทธิมากกว่า 6.6 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2556 โดยได้รับแรงหนุนจากธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มของบริษัท เช่น ฟริโต-เลย์ เกเตอเรด เป๊ปซี่-โคล่า เควกเกอร์ และทรอปิคานา เป๊ปซี่โคมีผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มอันหลากหลาย ซึ่งรวมถึงแบรนด์ดัง 22 แบรนด์ที่แต่ละแบรนด์มียอดขายปลีกทั่วโลกมากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ต่อปี เป๊ปซี่โคดำเนินงานอย่างมีจุดมุ่งหมาย (Performance with Purpose) เพื่อนำเสนอศักยภาพทางการเงินอย่างเหนือชั้น พร้อมสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนต่อมูลค่าของผู้ถือหุ้น โดยในทางปฏิบัติ Performance with Purpose หมายถึงการผลิตอาหารและเครื่องดื่มที่มีทั้งความอร่อยและมีประโยชน์ต่อสุขภาพ คิดค้นแนวทางใหม่ๆเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและลดต้นทุนในการดำเนินงาน สร้างสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ปลอดภัยและใส่ใจแก่พนักงานทั่วโลก ตลอดจนให้ความเคารพ สนับสนุน และลงทุนในชุมชนที่เราดำเนินงาน สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมสามารถรับชมได้ที่ www.pepsico.com

Chubb แต่งตั้งทีมผู้บริหารประกันภัยทางทะเลประจำเอเชียแปซิฟิค

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

สิงคโปร์–23 ก.พ.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          Chubb ประกาศแต่งตั้งคริสติน อัลดริช(Christine Aldrich) เป็นผู้จัดการฝ่ายประกันภัยการขนส่งสินค้าทางทะเลประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค และคัลลัม คลาร์ก(Callum Clark) เป็นผู้จัดการฝ่ายประกันภัยตัวเรือประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค

          ทั้ง มิสอัลดริช และมร.คลาร์ก จะทำงานขึ้นตรงต่อแอนโทนี โอไบรเอน ผู้อำนวยการฝ่ายประกันภัยทางทะเลประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค

          ก่อนหน้านี้ อัลดริชดำรงตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายประกันภัยทางทะเลประจำออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ที่ ACE

          นับตั้งแต่ที่ได้เข้าทำงานกับ ACE ในปี 2546 อัลดริชได้พัฒนาศักยภาพของผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นบริหารจัดการความเสี่ยงให้กับกลุ่มลูกค้าเหมืองแร่ในต่างประเทศ โครงการขนส่งสินค้า ตลอดจนความคุ้มครองเกี่ยวกับความล่าช้าในการประกันภัยความเสี่ยงโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งยังมีโซลูชั่นอีคอมเมิร์ซที่จัดทำตามความต้องการของลูกค้าสำหรับกลุ่มผู้ส่งออกที่ต้องทำตามเงื่อนไขการลงทุนทางการเงิน

          ก่อนหน้านี้ คลาร์ก ดำรงตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายประกันภัยตัวเรือประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคที่ Chubb

          คลาร์กเริ่มต้นเส้นทางอาชีพในสายประกันภัยตัวเรือกับบริษัทนายหน้าแห่งหนึ่งในกรุงลอนดอน ซึ่งดำเนินธุรกิจในภูมิภาคเอเชียด้วย ในปี 2553 คลาร์กได้ย้ายไปสิงคโปร์เพื่อสร้างศักยภาพการประกันภัยตัวเรือให้แก่ Chubb ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค ซึ่งนำเสนอการคุ้มครองที่ครอบคลุมแก่เจ้าของเรือ, ผู้จัดการเรือ และผู้เช่าเรือทั่วทั้งภูมิภาค ด้วยบริการประกันภัยตัวเรือและเครื่องจักร, ประกันมูลค่าของเรือที่เพิ่มขึ้น, ประกันภัยสงคราม, ประกันดอกเบี้ยของผู้รับจำนอง, ประกันการเช่าสูญ, ประกันเรือสำราญ และประกันบริษัทต่อเรือ

          มร.โอไบรเอนกล่าวถึงการแต่งตั้งผู้บริหารทั้ง 2 ท่านนี้ว่า “ทั้งคริสตินและคัลลัมได้นำทักษะความชำนาญขั้นสูงมาสู่ธุรกิจประกันภัยทางทะเลของเรา ซึ่งจะช่วยยกระดับความสามารถในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชั้นแนวหน้า, การจัดการความเสี่ยง, โซลูชั่นอีคอมเมิร์ซ และความเป็นผู้นำในการดูแลผลงานผลิตภัณฑ์ ผมมั่นใจว่านายหน้าที่มองหาหุ้นส่วนธุรกิจซึ่งไว้วางใจได้ให้แก่ลูกค้า จะเลือก Chubb มาเป็นลำดับแรกด้วยเครือข่ายทางภูมิศาสตร์ที่กว้างใหญ่และครอบคลุมของเรา”

         เกี่ยวกับ Chubb ใหม่

          Chubb เป็นบริษัทประกันทรัพย์สินและอุบัติเหตุที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์รายใหญ่ที่สุดในโลก บริษัทดำเนินธุรกิจใน 54 ประเทศและให้บริการประกันทรัพย์สินเพื่อการพาณิชย์และทรัพย์สินส่วนบุคคล การประกันอุบัติเหตุ การประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคลและการประกันสุขภาพ การทำประกันต่อและการประกันชีวิตให้กับกลุ่มลูกค้าที่หลากหลาย บริษัทมีความโดดเด่นด้วยข้อเสนอเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และบริการที่หลากหลาย ศักยภาพการจัดจำหน่ายที่กว้างขวาง ความแข็งแกร่งเป็นพิเศษด้านการเงิน ความเป็นเลิศด้านการรับประกัน ความเชี่ยวชาญด้านการให้บริการการเรียกร้องสินไหมทดแทนที่ดีกว่า และยังมีสาขาการดำเนินงานทั่วโลก Chubb Limited ซึ่งเป็นบริษัทแม่ที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นนิวยอร์ก (NYSE: CB) และเป็นส่วนประกอบของดัชนี S&P 500 Chubb มีสำนักงานบริหารในซูริค นิวยอร์ก ลอนดอน และประเทศอื่นๆ และมีพนักงานประมาณ 30,000 คนทั่วโลก สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.new.chubb.com

XCMG เปิดบ้านให้ผู้ฝึกงานจากนานาประเทศได้สัมผัสเทคโนโลยีสุดล้ำสมัย พร้อมเรียนรู้วัฒนธรรมจีนอันเป็นเอกลักษณ์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ซูโจว, จีน–23 ก.พ.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

 

ผู้ฝึกงานจากต่างประเทศจำนวน 5 คน ได้เดินทางมาฝึกงานเป็นเวลา 1 สัปดาห์ ณ สำนักงานใหญ่ของ XCMG ผู้ผลิตอุปกรณ์ก่อสร้างและเหมืองแร่ระดับโลก ในเมืองซูโจว ประเทศจีน ตามโปรแกรมฝึกงานของบริษัท ระหว่างวันที่ 18-24 มกราคมที่ผ่านมา

รับชมข่าวประชาสัมพันธ์ในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่

http://www.multivu.com/players/uk/7764851-xcmg-apprentice-program/

 

โครงการนี้ถือเป็นครั้งแรกของบริษัทที่ได้เปิดบ้านต้อนรับผู้ฝึกงานจากทั่วโลกสู่ประเทศจีน หลังจากที่ได้มีการคัดเลือกผู้ฝึกงานที่มีความโดดเด่นจากทั่วโลกจนเหลือ 5 คน ซึ่งมาจากสหรัฐอเมริกา บราซิล รัสเซีย เคนยา และปากีสถาน

 

ผู้ฝึกงานแต่ละคนมีภูมิหลังที่แตกต่างกัน แต่ทั้งหมดล้วนมีความสนใจในเรื่องเดียวกัน นั่นคือ อุตสาหกรรมเครื่องจักรและการก่อสร้าง พนักงานของ XCMGได้พาผู้ฝึกงานเยี่ยมชมบริษัทอย่างทั่วถึง รวมไปถึงโรงงานประกอบรถเครนและห้องปฏิบัติการด้านเสียงและการสั่นสะเทือนที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย ขณะเดียวกันผู้ฝึกงานยังได้ร่วมทำกิจกรรมต่างๆ เช่น การควบคุมรถขุด เป็นต้น นอกจากนี้ ผู้ฝึกงานยังได้ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยของพนักงาน XCMG เพื่อเรียนรู้เทคโนโลยีล้ำสมัยในแวดวงเครื่องจักรก่อสร้างผ่านการใช้งานจริงตลอดทั้งวัน

 

หวัง หมิน ประธานและกรรมการผู้จัดการของ XCMG กล่าวว่า “XCMG ทุ่มเทให้กับการบ่มเพาะผู้ที่มีความสามารถ พร้อมส่งเสริมการสื่อสารผ่านโครงการให้ความรู้อย่าง XCMG Apprentice โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อนำเสนอความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและนวัตกรรมของ XCMG สู่สายตาทั่วโลก

 

ผู้ฝึกงานต่างรู้สึกประทับใจไปกับสภาพแวดล้อมการทำงานที่สำนักงานใหญ่ของ XCMG ท่ามกลางสิ่งอำนวยความสะดวกระดับเวิลด์คลาส สำหรับพวกเขาแล้ว การเยี่ยมชม XCMG ถือเป็นฝันที่เป็นจริง เนื่องจากมีโอกาสได้สัมผัสประสบการณ์ตรงในแวดวงวิศวกรรม ทั้งยังได้เพื่อนใหม่ผ่านกิจกรรมส่งเสริมการทำงานเป็นทีมด้วย

 

“XCMG เป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ที่มีความเป็นเลิศและเปี่ยมไปด้วยคุณค่า บุคลากรมากความสามารถของที่นี่ใจกว้างและอ้าแขนรับเราเข้าเป็นส่วนหนึ่งของทีมด้วยความเต็มใจ” Sharon Maingi นักศึกษาเอกวิศวกรรมซอฟต์แวร์จากประเทศเคนยา กล่าว ระหว่างการเยี่ยมชม XCMG ดิฉันได้มีโอกาสพบคนมากมายที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญ ซึ่งนับเป็นโอกาสอันยอดเยี่ยมสำหรับดิฉันและเพื่อนๆที่มาร่วมโครงการนี้ด้วยกัน และดิฉันเชื่อว่าเราจะเป็นเพื่อนกันตลอดไป

 

โครงการ XCMG Apprentice Program เปิดโอกาสให้ผู้ฝึกงานได้สัมผัสกับเบื้องหลังการทำงานของผู้ผลิตเครื่องจักรก่อสร้างชั้นนำของโลก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ระดับโลกของทางบริษัท ในการส่งเสริมการแลกเปลี่ยนในอุตสาหกรรมเครื่องจักรก่อสร้างทั่วโลก

 

Laiq Shah นักศึกษาเอกวิศวกรรมเครื่องกลจากปากีสถาน กล่าวว่า ก่อนเดินทางเยี่ยมชม XCMG ผมคาดหวังว่าจะได้สัมผัสประสบการณ์ตรงในแวดวงวิศวกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสาขาที่ผมเรียนมาอย่างวิศวกรรมเครื่องกล ซึ่งก็เป็นไปตามที่ผมคาดหวังจริงๆ ผมมีความสุขมากที่ได้มีโอกาสมาที่นี่

 

สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.xcmg.com หรือเพจของ XCMG ทาง Facebook, Twitter และ YouTube

องค์กรอันทรงเกียรติแห่งผู้จัดการโรงแรมนานาชาติ (HOIHGm) พร้อมให้บริการทั่วโลกแล้ววันนี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ดูไบ, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์– 23 ก.พ.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          HOIHGm เป็นองค์กรซึ่งมีคณะผู้บริหารที่ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านการโรงแรมอันทรงคุณวุฒิที่สุดในโลก

          องค์กรอันทรงเกียรติแห่งผู้จัดการโรงแรมนานาชาติ (HOIHGm) เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้ววันนี้ โดยจะเริ่มปฏิบัติงานที่สำนักงานใหญ่ประจำภูมิภาคซึ่งตั้งอยู่ที่นครดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ องค์กรระหว่างประเทศแห่งนี้ ซึ่งเป็นองค์กรริเริ่มแห่งแรกและแห่งเดียวของโลกที่อุทิศตนให้แก่กลุ่มบริหารจัดการโรงแรมทั่วไปเป็นพิเศษ โดยถูกออกแบบมาเพื่อยกระดับผลการดำเนินงานของผู้จัดการทั่วไปประจำโรงแรม อีกทั้งยังให้ผลประโยชน์ด้านการทำงานและการเป็นสมาชิกส่วนบุคคล  อาทิ ทางเลือกด้านการดูแลสุขภาพและการประกัน

 HOIHGm Leon Larkin / HOIHGm Founder and President Mr. Leon Larkin (PRNewsFoto/HOIHGm)

HOIHGm Founder and President Mr. Leon Larkin (PRNewsFoto/HOIHGm)

          http://photos.prnewswire.com/prnh/20160222/335623

HOIHGm Website / Members can visit www.hoihgm.com to apply for membership and find out about the many benefits, including portable insurance options (PRNewsFoto/HOIHGm)

Members can visit http://www.hoihgm.com to apply for membership and find out about the many benefits, including portable insurance options (PRNewsFoto/HOIHGm)

          http://photos.prnewswire.com/prnh/20160222/335624  

          การเข้าเป็นสมาชิกจะเปิดกว้างให้แก่ผู้จัดการทั่วไปของโรงแรมทุกคน หรือแม้กระทั่งผู้ที่เคยได้รับตำแหน่งนี้ เจ้าของ และผู้ดำเนินการ รวมไปถึงผู้เกษียณอายุและพนักงานวัยหนุ่มสาวที่มีความทะเยอทะยานต่อสายอาชีพในการใฝ่ฝันที่จะก้าวขึ้นมาเป็นผู้จัดการทั่วไปของโรงแรม HOIHGm ก่อตั้งโดยนายลีออน ลาร์คิน ชาวออสเตรเลียผู้มีประสบการณ์ด้านการเป็นผู้จัดการทั่วไปของโรงแรมมากว่า 40 ปี ในโรงแรมต่าง ๆ ทั้งในยุโรป เอเชีย และออสเตรเลีย

          “ในช่วงที่ผมทำงานอยู่ เมื่อมองดูในภาพรวมแล้ว ผมได้ตระหนักว่า มีอะไรสำคัญบางอย่างขาดหายไปสำหรับกลุ่มผู้จัดการทั่วไป ซึ่งเป็นไปในแนวเดียวกันกับที่พนักงานต้อนรับที่โรงแรมซึ่งมีสมาคม Les Clefs d’Or  ก่อนหน้านี้ ผู้จัดการทั่วไปของโรงแรมต้องพบกับทางตันเรื่องการให้ความช่วยเหลือหรือการให้การสนับสนุนอย่างเป็นอิสระทั้งในเวลาทั่วไปหรือโดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาฉุกเฉิน HOIHGm จะเป็นผู้เข้ามาเสริมความต่อเนื่องและมอบสิทธิประโยชน์ซึ่งสามารถตอบสนองต่อความท้าทายที่พวกเขาอาจจะพบเจอในระหว่างการทำงานหรือช่วงเวลาอื่นๆ – สิ่งที่น่าสนใจเป็นอันดับแรกก็คือแผนประกันสุขภาพที่มีความยืดหยุ่นที่พวกเขาสามารถเลือกให้กับตนเองและสมาชิกครอบครัวได้” นายลาร์คิน ผู้ก่อตั้งและประธานของ HOIHGm กล่าว

          นายลาร์คิน กล่าวเสริมว่า “นับตั้งแต่ที่เกษียณอายุงาน ผมได้ดำรงตำแหน่งที่เป็นเกียรติสำหรับการสร้างองค์กรหนึ่งซึ่งอุทิศตนเพื่อสิ่งที่ดีกว่าให้แก่สมาคมผู้จัดการทั่วไปของโรงแรม และเป็นโอกาสให้ผมได้ฝากชื่อเสียงในเรื่องผลประโยชน์ของผู้จัดการทั่วไปของโรงแรมและผู้จ้างงานในอีกหลายปีข้างหน้า ยิ่งมีสมาชิกมากขึ้นเท่าไหร่ เราก็จะสามารถเสนอผลประโยชน์ให้แก่สมาชิกได้มากเท่านั้น และผมก็หวังว่าผู้คนจะร่วมมาเป็นสมาชิกกับเราและทราบว่า ด้วยการรวมตัวกัน เราจะสามารถสร้างโอกาสในการเปลี่ยนแปลงอนาคตของแวดวงอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการโรงแรมของเราไปตลอดกาล”

          นายลาร์คินได้รับการสนับสนุนให้ดำรงตำแหน่งประธาน ซึ่งได้รับการคัดเลือกจากคณะผู้บริหารอันประกอบด้วย ผู้ทรงคุณวุฒิทั้ง 11 ท่าน ซึ่งเป็นบุคลากรที่มีฝีมือและความเชี่ยวชาญในแวดวงอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการโรงแรมจากทั่วโลก ประกอบด้วย:

          – นายริชาร์ด ฮาร์ตแมน ผู้อำนวยการที่ไม่ได้เป็นฝ่ายบริหารของ บริษัท จูเมรา กรุ๊ป อดีตซีอีโอของโรงแรมมิลเลเนียม แอนด์ คอปธอร์น อดีตคณะผู้บริหารและกรรมการผู้จัดการของบริษัท อินเตอร์คอนทิเนนทัล โฮเต็ลส์ กรุ๊ป ในยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกา

          – นาย จิโอวานี แองเจลินี อดีตซีอีโอของโรงแรมและรีสอร์ทแชงกรีลา และได้รับการแต่งตั้งให้เป็นอัศวินจากรัฐบาลอิตาลี

          – นายเฮคกิ จูลิน รองประธานคณะผู้บริหารบริษัท โอลิมเปีย แอร์ แทรเวล และผู้บัญชาการกองทัพอากาศฟินแลนด์

          – นายโจเซฟ เอ แม็คอินเนอร์นี – ประธานกิตติคุณและซีอีโอของสมาคมโรงแรมและห้องพักอเมริกา (American Hotel & Lodging Association)

          – นายคีส์ ฮาร์ทซุยเคอร์ ซีอีโอบริษัท โรยา อินเตอร์เนชั่นแนล ดูไบ อดีตรองประธานบริษัท ฮิลตัน อินเตอร์เนชันแนล ประจำเอเชีย 

          – นายปีเตอร์ ทอมป์สัน อดีตรองประธานบริษัท สตาร์วูด ฮ่องกง มาเก๊า และไทย และอดีตผู้จัดการทั่วไปของโรงแรม เดอะรอยัล ฮาวาเอียน ไวกิกิ บีช โรงแรมเชอราตันออนเดอะพาร์ค และโรงแรมโฟร์ พอยท์ บาย เชอราตัน ณ นครซิดนีย์ 

          – นายฟิลิปส์ คาร์รูเธอร์ อดีตกรรมการผู้จัดการของโรงแรมเครือโอเรียนท์-เอ็กซ์เพรส และอดีตกรรมการผู้จัดการของ โรงแรมโคปาคาบานา พาเลซ ในบราซิล

          – นายฮานซ์ ออลเบิร์ตส์ สมาชิกคณะกรรมการบริหารโรงแรมเครือสไตเจนเบอร์เจร์ ที่ปรึกษาด้านการให้บริการ และอดีตผู้จัดการทั่วไปของโรงแรมเอมิเรตส์ พาเลซ ในกรุงอาบูดาบี และเคยทำงานเป็นเวลานานกับเอชไอจี

          – นางสาวพรู เลธ ซีบีอี เจ้าของภัตตาคาร นักเขียน นักธุรกิจผู้ใจบุญ อดีตสมาชิกคณะกรรมการบริหารบริษัทเบลมอนด์ (อดีตเป็นเครือโรงแรมโอเรียนท์-เอ็กซ์เพรส)

          – นางสาวรูธ ฮันต์ – เจ้าของโรงแรม ผู้ประกอบการ อดีตเจ้าของโรงแรมคอมเบ เฮาส์ เดวอน อังกฤษ ว่าที่โรงแรม เดอะพิก แอท คอมเบ

          – นายเออร์ฮาร์ด ฮอทเทอร์ มืออาชีพมากประสบการณ์ในวงการตลอดระยะเวลากว่า 40 ปีที่ออสเตรเลียและเอเชีย อดีตรองประธานบริษัทสตาร์วูดและกรรมการผู้จัดการในเอเชียใต้

          หลังจากที่ได้เปิดตัวแล้ว ผู้สมัครสมาชิกกลุ่มแรกจะได้เป็น “สมาชิกแรกเริ่ม” และจะได้รับสิทธิพิเศษ ซึ่งรวมถึงสิทธิในการลงคะแนนเสียงเพิ่มเติม ค่าธรรมเนียมการเป็นสมาชิกที่คงที่ตลอด 3 ปี รวมไปถึงสิทธิในการรับส่วนลดพิเศษและสิทธิในการเข้าชมงานมากมาย

          ภายในปีนี้ HOIHGm จะเป็นเจ้าภาพจัดงานเปิดตัวเวิลด์ คองเกรส ที่ดูไบ พร้อมเสวนาในหัวข้อสำคัญว่าด้วย “ความปลอดภัยในโรงแรมแห่งโลกยุคปัจจุบัน” พร้อมทั้งมีการมอบรางวัลแห่งเกียรติประวัติอย่าง “รางวัลผู้จัดการทั่วไปประจำโรงแรมนานาชาติแห่งปี” และ “รางวัลสุดยอดความสำเร็จแห่งชีวิต”

          สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ HOIHGm สามารถดูได้ที่ http://www.hoihgm.com

          หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ:

          รีเบคกา ฮาวเวิร์ด และ แคเรน โฮอี

          membership@hoihgm.com

          โทร.+97145158835

Verizon เดินหน้าทดสอบ 5G เพื่อเร่งผลักดันการใช้งานเชิงพาณิชย์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

บาร์เซโลนา, สเปน–23 ก.พ.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          Verizon และบริษัทเทคโนโลยีชั้นแนวหน้าของโลกกำลังทำงานร่วมกันเพื่อเนรมิตให้ 5G เป็นความจริง โดย Verizon และพันธมิตร 5G Technology Forum ซึ่งเป็นผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงและขับเคลื่อนระบบนิเวศ 5G อยู่ในระหว่างการทดสอบภาคสนาม ทั้งนี้ Ericsson, Intel, Nokia, Samsung Electronics America, Inc.,และ Qualcomm ผนึกกำลังกับ Verizon เพื่อดำเนินงานเชิงรุกในการวางแนวทางด้านเทคนิค ขณะที่มีความคืบหน้าอย่างมากในการทดสอบเครือข่ายภาคสนาม ซึ่งเป็นการทดสอบลักษณะเฉพาะของเทคโนโลยี 5G ในสภาพแวดล้อมจริง

 

          หากต้องการรับชมหรือฝังลิงค์วิดีโอการทดสอบภาคสนามของ Verizon 5G Technology Forum สามารถเข้าไปที่ https://youtu.be/XFjmrzw-9EM

          พันธมิตร 5G Technology Forum ของ Verizon ประกอบด้วยบริษัทในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมและเทคโนโลยีจากทุกแขนง อาทิ  Apple, Cisco, Ericsson, Intel, LG, Nokia, Samsung, และ Qualcomm กลุ่ม 5G Technology Forum ร่วมมือกันเพื่อขับเคลื่อนมาตรฐานทางเทคนิคสำหรับเทคโนโลยี 5G นอกเหนือจากร่วมมือกับผู้นำด้านการสื่อสารและเทคโนโลยีแล้ว 5G Technology Forum ของ Verizon ยังรวมไปถึงกลุ่มธุรกิจเงินร่วมลงทุนชั้นแนวหน้าจากฝั่งตะวันออกและตะวันตกของสหรัฐ ซึ่งมุ่งเน้นไปที่เทคโนโลยีเกิดใหม่

          “Verizon เร่งสร้างนวัตกรรมด้านเทคโนโลยี 5G อย่างต่อเนื่องโดยการทำงานอย่างใกล้ชิดกับพันธมิตรของเรา” เอ็ด ชาน รองประธานอาวุโสฝ่าย Technology Strategy & Planning ของ Verizon กล่าว “เราคือเจ้าแรกที่ให้บริการ 4G ทั่วประเทศ และเราจะขับเคลื่อนนวัตกรรมครอบคลุมแวดวงเทคโนโลยีโดยทั่วถึงอีกครั้งด้วย 5G เพื่อนำโซลูชั่นใหม่ๆเข้าสู่ตลาดเพื่อลูกค้า การทดสอบเทคนิคภาคสนามพิสูจน์ให้เห็นว่า 5G อยู่ที่นี่แล้วและพร้อมให้บริการเชิงพาณิชย์ เราสร้างระบบทดสอบมากมายซึ่งสะท้อนสภาพแวดล้อมจริง”

          การพิสูจน์ผลทดสอบ

          การทดสอบภาคสนามร่วมกับพันธมิตรเทคโนโลยี 5G ครั้งนี้ครอบคลุมสถานการณ์การใช้งานจำนวนมาก มีการนำระบบไร้สายประจำที่และระบบมือถือ 5G มาเชื่อมต่อกับระบบเครือข่ายระดับแกนหลัก และสัญญาณระหว่างสภาพแวดล้อมกลางแจ้งและในร่ม โดยมีการทดสอบทั้งในที่พักอาศัยและอาคารพาณิชย์ ซึ่งทำขึ้นเพื่อเลียนแบบสถานการณ์จริงด้วยแถบคลื่นความถี่ระดับมิลลิเมตร อาทิ แถบคลื่นความถี่ในประกาศ Notice for Proposed Rulemaking ว่าด้วยสเปกตรัม 5G โดยคณะกรรมาธิการการสื่อสารของสหรัฐ (FCC) ลักษณะการแพร่กระจายของแถบความถี่เหล่านี้ถูกทดสอบความวิกฤตในการใช้งานประจำที่และเคลื่อนที่หลายรูปแบบ สามารถส่งปริมาณงานหลายกิกะไบท์ต่อช่วงวินาที และมีการวัดความหน่วงในกรอบมิลลิวินาทีในระยะห่างที่แตกต่างกัน แต่ต่างก็นำเสนอคุณภาพวิดีโอที่ยอดเยี่ยม

          นอกจากการทดสอบภาคสนามแบบพิเศษร่วมกับพันมิตรแต่ละรายแล้ว ยังมีการประเมินองค์ประกอบดังต่อไปนี้ในสถานที่ทั้งหมดด้วย

          – นวัตกรรมสายอากาศที่มีสเปกตรัมคลื่นมิลลิเมตรและเซนติเมตร ซึ่งอาศัยเงื่อนไขการใช้งานหลายรูปแบบ

          – Beamforming, beam tracking, เทคโนโลยี MIMO (multiple input, multiple output) ขนาดใหญ่ และสเปกตรัมแถบกว้าง (ครอบคลุม 200 เมกะเฮิร์ตซ์ ถึง 1 กิกะเฮิร์ตซ์)

          – ความยืดหยุ่นในการใช้งานและฟอร์มแฟคเตอร์ของสายอากาศ รวมถึงขนาดและสายอากาศคลื่นความถี่ระดับมิลลิเมตร

          Verizon มุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำด้านเครือข่ายไปพร้อมกับผลักดันนวัตกรรม 5G เทคโนโลยี 5G ที่กำลังพัฒนาอยู่ในขณะนี้ถือเป็นรากฐานแห่งการเชื่อมต่อของโลกอนาคตและเป็นศูนย์กลางของโลกดิจิทัล ความเร็วหลายกิกะไบท์ต่อวินาทีและความหน่วงเพียง 1 มิลลิวินาทีจะนำเสนอข้อดีของไฟเบอร์ในการเชื่อมต่อแบบไร้สาย นอกจากนี้ 5G ยังสามารถรองรับอุปกรณ์เชื่อมต่อได้มากขึ้นอย่างก้าวกระโดด และสนับสนุนการเฟื่องฟูของ Internet of Things

          “เราวางแผนขยายการทดสอบนี้อย่างมากในช่วงหลายเดือนข้างหน้า นวัตกรรมกำลังเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เราจึงต้องการที่จะตัดสินใจในประเด็นทางเทคนิคที่สำคัญอย่างฉับไวและเร่งการผลิตฟอร์มแฟคเตอร์ก่อนนำออกสู่ตลาดและเพื่อการทดสอบในช่วงต่อไปของปีนี้” อดัม โคปเป รองประธาน Network Technology Planning ซึ่งเป็นผู้นำการทดสอบขั้นเทคนิค กล่าว “เรายังร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับเหล่าพวกพ้องผู้ให้บริการเครือข่ายในตลาดเอเชีย เนื่องจากเราต่างมีจุดยืนเดียวกันที่ต้องการผลักดันการใช้เทคโนโลยี 5G ในปี 2560″

          Verizon Communications Inc. (NYSE, Nasdaq: VZ) มีทีมงานที่หลากหลายรวม 177,700 คน และสามารถทำรายได้เกือบ 1.32 แสนล้านดอลลาร์ในปี 2558Verizon ดำเนินงานเครือข่ายไร้สายที่วางใจได้มากที่สุดในสหรัฐ โดยมีการเชื่อมต่อของลูกค้ารายย่อยกว่า 112 ล้านการเชื่อมต่อทั่วประเทศ บริษัทซึ่งมีสำนักงานใหญ่ในนิวยอร์ก ยังให้บริการการสื่อสารและความบันเทิงผ่านเครือข่ายไฟเบอร์-ออปติกที่ก้าวหน้าที่สุดในสหรัฐ และนำเสนอโซลูชั่นธุรกิจครบวงจรสำหรับลูกค้าทั่วโลก

          VERIZON’S ONLINE NEWS CENTER: ข่าวประชาสัมพันธ์ของ Verizon สุนทรพจน์และชีวประวัติของผู้บริการ รายการติดต่อสำหรับสื่อ และข้อมูลอื่นๆ สามารถเข้าชมได้ที่ Verizon’s online News Center www.verizon.com/news/  นอกจากนี้ยังสามารถเข้าถึงข่าวประชาสัมพันธ์ผ่านทาง RSS feed โดยสมัครรับข่าวสารได้ที่www.verizon.com/about/rss-feeds

          มาร์ค เทรซีย์

          โทร. 908.559.4016

          อีเมล: marc.tracey@verizon.com

Megaport เปิดตัว Megaport.ORG มุ่งสนับสนุนพร้อมยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน มาตรฐาน และชุมชนอินเทอร์เน็ต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

บริสเบน, ออสเตรเลีย และซานฟรานซิสโก–23 ก.พ.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          Megaport ผู้นำด้านบริการเชื่อมโยงเครือข่ายแบบอีลาสติคบนพื้นฐาน SDN ที่ควบคุมด้วยซอฟต์แวร์ ประกาศเปิดตัว Megaport.org โครงการเพื่อชุมชนและธุรกิจที่ช่วยสนับสนุนการยกระดับมาตรฐานและโครงสร้างพื้นฐานทางอินเทอร์เน็ตด้วยการลงทุนในบุคลากรและชุมชนต่างๆ

 

           http://photos.prnasia.com/prnvar/20160222/8521601107

          Megaport.org ได้ให้การสนับสนุนองค์กรในภาคธุรกิจที่สำคัญๆ ที่รวบรวมผู้คน เทคโนโลยี และธุรกิจต่างๆ เข้าไว้ด้วยกัน รวมทั้งองค์กรที่ส่งเสริมความเป็นกลางและเสรีภาพ ตัวอย่างเช่นการเป็นสปอนเซอร์ของบริษัทต่างๆเมื่อไม่นานนี้ ซึ่งประกอบด้วย การประชุม Global Peering Forum, สมาคม Asia Pacific Internet Exchange Association, Euro-IX และ APRICOT การเป็นสปอนเซอร์ในอนาคต ยังจะครอบคลุมถึงองค์กรและการประชุมผู้ให้บริการเครือข่ายที่ลงทุนด้านการพัฒนาอินเทอร์เน็ตในภาคพื้นที่ที่ยังขาดแคลนอยู่

          Megaport.org ยังได้จัดตั้งสภาที่ปรึกษาขึ้น ซึ่งประกอบด้วยสมาชิกระดับสูงหัวก้าวหน้าในวงการอินเทอร์เน็ต สภาจะให้คำแนะนำ Megaport เกี่ยวกับทิศทางและแนวคิดริเริ่มต่างๆ เพื่อสนับสนุนภารกิจของ Megaport.org ในการสร้างสรรค์ชุมชนและส่งเสริมการขยายตัวของโครงสร้างพื้นฐานทางอินเทอร์เน็ต

          เดนเวอร์ แมดดักซ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Megaport กล่าวว่า “Megaport.org คือการตอบแทนชุมชนที่ทำให้อินเmอร์เน็ตกลายเป็นสิ่งที่เป็นไปได้ เรารู้สึกตื่นเต้นที่ได้สนับสนุนองค์กรและโครงการต่างๆ ที่สร้างโอกาสให้ผู้คนได้เรียนรู้และยกระดับขีดความสามารถของตนเอง ในขณะเดียวกัน เราก็เชื่อในการลงทุนเพื่อการขยายโครงสร้างพื้นฐานทางอินเทอร์เน็ตในพื้นที่ที่กำลังขาดแคลน ซึ่งทั้งหมดนี้ช่วยพัฒนารากฐานของอินเทอร์เน็ต หากปราศจากกลุ่มผู้พัฒนาและผู้ให้บริการแล้ว นวัตกรรมด้านการบริการอาจจะมีอยู่เพียงเล็กน้อย โอกาสด้านการจ้างงานลดน้อยลง และถ้าจะพูดตามตรง อินเทอร์เน็ตคงจะไม่เปิดกว้างดังเช่นที่เรารู้จักในทุกวันนี้” 

          ด้านคริสเตียน คอช ผู้อำนวยการฝ่าย Global Interconnection Strategy ของ Megaport กล่าวว่า “โครงสร้างพื้นฐานที่มีความเป็นกลางและอิสระมีความสำคัญต่อการขยายตัวและความยั่งยืนของอินเทอร์เน็ต โดยรูปแบบทั้งหมดของเราตั้งอยู่บนแนวคิดดังกล่าว เรารู้สึกยินดีที่ได้อยู่ในสถานะที่สามารถสนับสนุนแนวคิดริเริ่มซึ่งสร้างความเป็นกลางได้ต่อไป”

          Megaport ให้บริการในศูนย์ข้อมูล 54 แห่งครอบคลุมตลาด 13 แห่งในออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ สิงคโปร์ ฮ่องกง และสหรัฐอเมริกา ล่าสุด บริษัทกำลังขยายการดำเนินงานเข้าสู่ศูนย์ข้อมูลเพิ่มเติมที่อเมริกาเหนือและยุโรปในตลาดสำคัญๆหลายแห่ง เช่น โตรอนโต ลอนดอน ดับลิน อัมสเตอร์ดัม และสต็อกโฮล์ม

          หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Megaport.org และแนวทางการมีส่วนร่วมด้านการพัฒนาอินเทอร์เน็ต สามารถดูได้ที่ http://megaport.org

          แหล่งที่มาประกอบ

          – เข้าชมเว็บไซต์ได้ที่ http://megaport.org

          – ติดตาม Megaport ได้ทางทวิตเตอร์ที่ @megaportnetwork

          – ไลค์ Megaport บนเฟซบุ๊ก

          – หรือติดตาม Megaport บน LinkedIn

          เกี่ยวกับ Megaport

          Megaport เป็นผู้นำระดับโลกและผู้บุกเบิกการเชื่อมโยงเครือข่ายแบบอีลาสติค นับตั้งแต่เริ่มก่อตั้งและดำเนินงานโดย บีแวน สลัตเตอรี ในปี 2556 Megaportได้สร้างโครงข่ายแบบอีลาสติค ซึ่งมีความเป็นกลางและควบคุมด้วยซอฟต์แวร์แบบแรกของโลก และเปลี่ยนแนวทางที่บริษัท เครือข่าย และบริการต่างๆ เชื่อมต่อถึงกัน โดยความต้องการการเชื่อมโยงถึงกันที่อยู่ในระดับสูง และความจำเป็นในการเปลี่ยนแปลงการเข้าซื้อแบนด์วิดท์ ผลักดันให้ Megaport ก้าวเข้าสู่ตลาดใหม่ๆ ทั่วโลก ด้วยการบูรณาการเต็มรูปแบบเพื่อเข้าสู่ตลาดสหรัฐอเมริกา ตามที่คาดการณ์ไว้ในช่วงสิ้นปี 2558

          Megaport ก่อตั้งขึ้นโดยทีมงานผู้มีประสบการณ์สูง ซึ่งมีความรู้กว้างขวางในการสร้างเครือข่ายผู้ให้บริการโทรคมนาคมขนาดใหญ่ระดับโลก สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Megaport กรุณาเข้าชม

www.megaport.com

          รูปภาพ – http://photos.prnasia.com/prnh/20160222/8521601107

          บรรยายภาพ – เดนเวอร์ แมดดักซ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Megaport