Hikvision ประกาศผลประกอบการประจำปี 2558 รายได้ขยายตัว 46.97%

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

 หางโจว, จีน–29 ก.พ.–พีอาร์นิวส์ไวร์ / อินโฟเควสท์

          Hikvision ผู้นำด้านผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นกล้องวงจรปิดชั้นนำของโลก ประกาศผลประกอบการเบื้องต้นประจำปี 2558 ด้วยรายได้ 3.88 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นอัตราการเติบโต 46.97% เทียบรายปี

          ซินเทีย เฮ รองประธาน Hikvision เปิดเผยว่า มีปัจจัยสำคัญมากมายที่อยู่เบื้องหลังการเติบโตอย่างยั่งยืนของบริษัท

          “อุตสาหกรรมด้านการรักษาความปลอดภัยมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และ Hikvision ก็อยู่ในระดับแนวหน้าของการพัฒนาดังกล่าว” ซินเทียกล่าว “การลงทุนอย่างต่อเนื่องด้านการวิจัยและพัฒนาคือองค์ประกอบสำคัญของการติบโตของเรา ในแต่ละปี Hikvision ลงทุน 7 – 8% ของรายได้จากการขายไปกับการวิจัยและพัฒนา โดยมุ่งเน้นไปที่การสร้างสรรค์นวัตกรรมผลิตภัณฑ์ และระบบการพัฒนาผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมชั้นนำที่ครอบคลุมของเรา”

          “เรามีเครือข่ายที่ขยายตัวอย่างไม่สิ้นสุดสำหรับการติดต่อทางธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งช่วยให้เราสามารถรักษาความสัมพันธ์กับตลาด รวมถึงตัดสินใจบนพื้นฐานของความต้องการในการปฏิบัติของลูกค้าทั่วโลกได้ สำหรับประเภทของโซลูชั่นทั้งหมดที่เรามีสำหรับอุตสาหกรรมแนวดิ่งนั้นหมายถึงความสามารถที่จะตอบสนองความหลากหลายของการใช้งานแบบเฉพาะเจาะจงได้”

          “ในปีนี้ Hikvision ตั้งใจจะสานต่อภารกิจอันน่าประทับใจนี้ด้วยความมุ่งมั่นในการพัฒนาพันธมิตรใหม่ๆ การขยายธุรกิจให้เติบโตยิ่งขึ้น รวมถึงพัฒนานวัตกรรมของสินค้าอย่างไม่หยุดยั้ง”

          เกี่ยวกับ Hikvision

          Hikvision เป็นผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นกล้องวงจรปิดรายใหญ่ที่สุดของโลก บริษัทมีความเชี่ยวชาญในเทคโนโลยีกล้องวงจรปิด เช่นเดียวกับการออกแบบ และการผลิตสินค้าประเภทกล้องวงจรปิด แล CCTV อันมีนวัตกรรมอย่างเต็มรูปแบบ เรามีผลิตภัณฑ์หลากหลายประเภท ตั้งแต่กล้องถ่ายรูป เครื่องบันทึกวิดีโอแบบดิจิตอล (DVR) ไปจนถึงซอฟท์แวร์การจัดการผลิตภัณฑ์  อีกทั้งทีมวิจัยและพัฒนา (R&D) ที่ใหญ่ที่สุดในอุตสาหกรรมดังกล่าว รวมถึงกระบวนการผลิตอันล้ำสมัย Hikvision จึงมอบประโยชน์จากผลิตภัณฑ์ระดับโลกที่ได้รับการออกแบบด้วยเทคโนโลยีอันทันสมัยให้แก่ลูกค้า ข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อเว็บไซต์Hikvision ที่ www.hikvision.com

GoDaddy เปิดตัวโดเมนเนม .cn สำหรับลูกค้าทั่วโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ฮ่องกง–29 ก.พ.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          ธุรกิจขนาดเล็กสามารถสร้างประสบการณ์ที่ดีขึ้นให้กับลูกค้าชาวจีน

          GoDaddy (NYSE:GDDY) ผู้ให้บริการเทคโนโลยีรายใหญ่ที่สุดของโลกซึ่งอุทิศตนเพื่อธุรกิจขนาดเล็ก มีโดเมนเนมให้บริการรวมทั้งสิ้น 421 สกุลแล้ว หลังจากที่ได้เพิ่ม .cn เข้ามาเป็นสกุลล่าสุด ทั้งนี้ โดเมนเนม .cn เป็นรหัสประเทศของจีน และแสดงให้เห็นถึงจำนวนผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตในประเทศที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น

GoDaddy Logo / GoDaddy. (PRNewsFoto/GoDaddy)

GoDaddy. (PRNewsFoto/GoDaddy)

          โลโก้ – http://photos.prnewswire.com/prnh/20150330/195302LOGO 

          ปัจจุบันมีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั่วเอเชียมากกว่า 1.6 พันล้านคน[1] ซึ่งกว่า 600 ล้านคนอยู่ในประเทศจีน นอกจากนี้ยังมีการจดทะเบียนโดเมนเนมที่ลงท้ายด้วย .cn กว่า 16 ล้านชื่อ[2] และมีอัตราการใช้งานอินเทอร์เน็ตของประชากรในประเทศอยู่ที่ 50.3%[3] ซึ่งแสดงให้เห็นว่าจีนยังคงมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง

          “การมีศักยภาพที่จะทำการค้าข้ามพรมแดนกับจีนนั้นเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภูมิภาคเอเชีย” โรเจอร์ เฉิน รองประธาน GoDaddy ภาคพื้นเอเชีย กล่าว “เรามีความยินดีที่ได้ให้บริการชื่อโดเมน .cn แก่ธุรกิจขนาดย่อมเพื่อตอบสนองความต้องการดังกล่าวที่เพิ่มสูงขึ้น”

          “GoDaddy เป็นหนึ่งในคู่ค้าที่สำคัญที่สุดของเรา เรากำลังตั้งตารอที่จะขยายธุรกิจภายใต้ชื่อโดเมน .cn กับ GoDaddy ไปทั่วโลก” เสี่ยวตง ลี ประธานและซีอีโอของ CNNIC กล่าว

          การเปิดโดเมนเนม .cn นี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของการขยายธุรกิจในเอเชียของ GoDaddy ให้กว้างขวางยิ่งขึ้น โดยวันนี้ บริษัทได้เปิดตัวใน 11 ตลาดของเอเชีย ทำให้ปัจจุบัน GoDaddy เปิดให้บริการแล้วใน 10 ภาษา ครอบคลุม 14 ตลาดทั่วเอเชีย ได้แก่ ฮ่องกง (อังกฤษและจีนดั้งเดิม) อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น มาเลเซีย (อังกฤษและมาเลย์) ฟิลิปปินส์ (อังกฤษและฟิลิปิโน) สิงคโปร์ (อังกฤษและจีนประยุกต์) เกาหลีใต้ ไต้หวัน ไทย และเวียดนาม สามารถอ่านข่าวที่เกี่ยวข้องได้ที่http://aboutus.godaddy.net/godaddy-continues-global-expansion-with-launch-in-11-markets-across-asia .

          จดทะเบียนโดเมนเนม .cn กับ GoDaddy ได้ที่: http://www.GoDaddy.com/ .

          เกี่ยวกับ GoDaddy

          ภารกิจของ GoDaddy คือการย่อโลกเศรษฐกิจมาไว้ในมือของธุรกิจขนาดเล็ก ด้วยการเสริมสร้างศักยภาพของผู้ประกอบการเพื่อให้การเริ่มต้นเป็นเรื่องง่าย เติบโตอย่างมั่นใจ และประสบความสำเร็จในกิจการของตัวเอง GoDaddy มีลูกค้ากว่า 14 ล้านรายทั่วโลก และบริหารโดเมนเนมกว่า 62 ล้านชื่อ GoDaddy มอบเครื่องมือให้เจ้าของธุรกิจขนาดเล็กสร้างไอเดียของตนให้เป็นรูปธรรม รังสรรค์ตัวตนบนโลกออนไลน์ ดึงดูดลูกค้า และนำพาธุรกิจให้ขับเคลื่อนไป รับชมข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริษัทได้ที่ www.GoDaddy.com 

          (C) 2016 GoDaddy Inc. All Rights Reserved.

          ที่มา: GoDaddy Inc.

          [1] InternetStats.com – Nov. 15, 2015

          [2] CNNIC 37th Statistics Report

          [3] CNNIC 37th Statistics Report

GoDaddy รุกสยายปีก 11 ตลาดทั่วเอเชีย มุ่งรองรับ SME ในภูมิภาค

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ฮ่องกง–29 ก.พ.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมคิดเป็นสัดส่วนถึง 97% ของธุรกิจในเอเชีย ซึ่ง GoDaddy พร้อมนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่เหมาะสมกับภูมิภาค

          GoDaddy Inc. (NYSE: GDDY) ผู้ให้บริการเทคโนโลยีรายใหญ่ที่สุดของโลกซึ่งอุทิศตนเพื่อธุรกิจขนาดเล็ก ประกาศเปิดตัวใน 11 ตลาดเอเชีย วันนี้ เพื่อนำชุดผลิตภัณฑ์ระบบคลาวด์และการดูแลลูกค้าอย่างเชี่ยวชาญมานำเสนอแก่วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) หลายล้านรายทั่วทั้งภูมิภาค

          การเปิดตัวในตลาดใหม่ 11 แห่ง ส่งผลให้ล่าสุด GoDaddy เปิดให้บริการแล้วใน 10 ภาษา ครอบคลุม 14 ตลาดทั่วเอเชีย ได้แก่ ฮ่องกง (อังกฤษและจีนดั้งเดิม) อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น มาเลเซีย (อังกฤษและมาเลย์) ฟิลิปปินส์ (อังกฤษและฟิลิปิโน) สิงคโปร์ (อังกฤษและจีนประยุกต์) เกาหลีใต้ ไต้หวัน ไทย และเวียดนาม

          “เอเชียเป็นบ้านของชุมชนธุรกิจขนาดเล็กที่คึกคักและกว้างขวางเป็นอันดับต้นๆของโลก” เบลค เออร์วิง ซีอีโอของ GoDaddy กล่าว “เนื่องด้วยการเติบโตของอินเทอร์เน็ตและการใช้งานสมาร์ทโฟนยังคงขยายตัวอย่างรวดเร็วทั่วภูมิภาค จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ธุรกิจเหล่านี้จะสามารถสร้างตัวตนบนโลกดิจิตอลให้แข็งแกร่ง เพื่อช่วยให้พวกเขาบรรลุเป้าหมายและแข่งขันทางออนไลน์ได้ GoDaddy มุ่งมั่นที่จะนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการอันจะช่วยให้ผู้ประกอบการในเอเชียเริ่มต้นได้อย่างง่ายๆ เติบโตอย่างมั่นใจ และประสบความสำเร็จในกิจการของตัวเอง”

          ทั้งนี้ SME เปรียบได้ดั่งกระดูกสันหลังของเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย โดย SMEs คิดเป็นสัดส่วนกว่า 97% ของธุรกิจทั้งหมดในภูมิภาค และมีการจ้างงานมากกว่าครึ่งหนึ่งของแรงงานในบรรดาประเทศสมาชิก APEC[1] ในขณะเดียวกัน ประชากรในเอเชียใช้งานอินเทอร์เน็ตและอุปกรณ์เชื่อมต่อเพื่อรับข้อมูลข่าวสารและทำการสั่งซื้อสินค้าเพิ่มมากขึ้น โดยชาวฮ่องกง 72% เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตทุกวัน และ 74% ใช้สมาร์ทโฟน[2] สำหรับในสิงคโปร์นั้น ประชาชน 81% เข้าถึงอินเทอร์เน็ต และ 88% ใช้สมาร์ทโฟน[3] โดยรวมแล้วทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียมีอัตราการเติบโตของอินเทอร์เน็ตสูงถึง 1,319% ในระหว่างปี 2543 – 2558[4]

          การสร้างตัวตนบนโลกออนไลน์ของธุรกิจขนาดเล็กจึงอาจส่งผลได้อย่างมีนัยสำคัญ โดย RedShift Research ได้ทำการสำรวจธุรกิจขนาดเล็กมากในฮ่องกงและสิงคโปร์จำนวน 1,000 รายที่สร้างเว็บไซต์สำหรับกิจการของตนเอง ซึ่งพบว่าธุรกิจ 45% มีการเติบโตเพิ่มขึ้นถึง 25% หรือมากกว่านั้น

          ผลิตภัณฑ์ที่สร้างสรรค์ขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะ พร้อมตอบสนองความต้องการในท้องถิ่น

          GoDaddy นำเสนอชุดผลิตภัณฑ์ระบบคลาวด์ที่ครบถ้วนสมบูรณ์ในภาษาและสกุลเงินท้องถิ่น เพื่อช่วยให้ธุรกิจต่างๆค้นพบชื่อโดเมนที่เหมาะกับตนเอง สร้างเว็บไซต์ที่สวยงาม หาลูกค้าใหม่ และเพิ่มผลผลิตทางธุรกิจ โดยผลิตภัณฑ์ที่เป็นไฮไลท์ประกอบด้วย:

          – โดเมน: GoDaddy เป็นผู้รับจดทะเบียนโดเมนรายใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยจำนวนโดเมนภายใต้การดูแลกว่า 62 ล้านรายชื่อ อีกทั้งยังมีโดเมนระดับบน (TLD) หรือนามสกุลโดเมนเป็นจำนวนมากที่สุดในตลาดเอเชียแต่ละแห่งที่บริษัทเพิ่งเปิดตัว ซึ่งรวมถึงโดเมนเฉพาะประเทศสำหรับตลาดเอเชีย อาทิ .sg สำหรับสิงคโปร์ และ .tw สำหรับไต้หวัน เป็นต้น

                    – ล่าสุด GoDaddy ยังได้เปิดโดเมน .cn สำหรับประเทศจีนด้วย เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกด้านการค้าข้ามพรมแดนระหว่างจีนและตลาดเพื่อนบ้าน

                    – นอกจากนี้ GoDaddy ยังมีตลาดซื้อขายโดเมนเนมให้ผู้ใช้สามารถเข้าไปเลือกหาชื่อโดเมนได้อีกด้วย

          – เว็บโฮสติ้ง: GoDaddy ให้บริการเช่าพื้นที่เว็บไซต์มากกว่า 10 ล้านเว็บไซต์ ครอบคลุมมากกว่า 55,000 เซิร์ฟเวอร์ทั่วโลก โดยให้ความสำคัญในเรื่องความรวดเร็ว ความน่าเชื่อถือ และความง่ายในการใช้เว็บโฮสติ้งเป็นพิเศษ

                    – บริษัทนำเสนอตัวเลือกที่หลากหลาย อาทิ Managed WordPress Hosting ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่เหมาะสมที่สุดสำหรับลูกค้าที่ต้องการประสิทธิภาพและความสามารถในการขยายระบบเพื่อรองรับการใช้งาน โดยมีการดูแลทางเทคนิคให้แก่ลูกค้าอย่างรอบด้าน ตั้งแต่ติดตั้ง อัพเดทซอฟต์แวร์ รักษาความปลอดภัยเครือข่าย และสำรองข้อมูลรายวัน

          – สร้างเว็บไซต์ของคุณ: ผลิตภัณฑ์ของ GoDaddy ที่มีอยู่นั้นช่วยให้ลูกค้าได้เข้าสู่โลกออนไลน์ ถูกค้นพบ และนำพาธุรกิจให้ก้าวกระโดดไปได้อย่างรวดเร็วไร้การสะดุด

                    – GoDaddy Website Builder นำเสนอเครื่องมือการออกแบบที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถสร้างเว็บไซต์เต็มรูปแบบได้อย่างง่ายดายด้วยตนเอง อีกทั้งยังมีแบบให้เลือกสรรได้ตามต้องการหลายร้อยแบบ ไม่ว่าจะเชื่อมต่อกับโซเชียลมีเดีย หรือปรับเปลี่ยนลูกเล่นต่างๆ ก็ทำได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย

          – แอพพลิเคชั่นธุรกิจ: ชุดเครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของ GoDaddy ทำให้การทำธุรกิจเป็นเรื่องง่ายสำหรับลูกค้า โดยช่วยให้ลูกค้าสามารถสร้างและพัฒนาธุรกิจได้อย่างราบรื่น GoDaddy ให้บริการอีเมลระดับมืออาชีพที่เชื่อมต่อกับชื่อโดเมนและโซลูชั่นที่เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน เอื้อให้ลูกค้าสามารถสื่อสารและทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

          การดูแลลูกค้าส่วนบุคคลอย่างเข้าถึง

          ทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลลูกค้าที่เข้าใจความต้องการของเจ้าของธุรกิจขนาดเล็กจะช่วยเติมเต็มให้ผลิตภัณฑ์ของ GoDaddy สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ผ่านการใช้ภาษาท้องถิ่นและโทรศัพท์สายตรงในตลาดใหม่แต่ละแห่งของเอเชียที่ GoDaddy เพิ่งเปิดตัว อันจะช่วยให้ลูกค้าได้รับความช่วยเหลือที่เป็นส่วนตัว ในขณะที่พวกเขาสร้างธุรกิจบนโลกดิจิตอล

          ก้าวที่เติบใหญ่ของ GoDaddy ในระดับสากล

          GoDaddy ไม่เคยละความพยายามที่จะช่วยให้ธุรกิจขนาดเล็กทั่วโลกสร้างตัวตนบนโลกออนไลน์อย่างแข็งแกร่ง ซึ่งจากการเปิดตัวในภูมิภาคเอเชียวันนี้ ทำให้ GoDaddy สามารถให้ความช่วยเหลือแก่ธุรกิจขนาดเล็กใน 53 ตลาด ครอบคลุม 26 ภาษา และ 44 สกุลเงิน พร้อมรองรับลูกค้ากว่า 4 ล้านรายจากนานาประเทศ

          เกี่ยวกับ GoDaddy

          ภารกิจของ GoDaddy คือการย่อโลกเศรษฐกิจมาไว้ในมือของธุรกิจขนาดเล็ก ด้วยการเสริมสร้างศักยภาพของผู้ประกอบการเพื่อให้การเริ่มต้นเป็นเรื่องง่าย เติบโตอย่างมั่นใจ และประสบความสำเร็จในกิจการของตัวเอง GoDaddy มีลูกค้ากว่า 14 ล้านรายทั่วโลก และบริหารโดเมนเนมกว่า 62 ล้านชื่อ GoDaddy มอบเครื่องมือให้เจ้าของธุรกิจขนาดเล็กสร้างไอเดียของตนให้เป็นรูปธรรม รังสรรค์ตัวตนบนโลกออนไลน์ ดึงดูดลูกค้า และนำพาธุรกิจให้ขับเคลื่อนไป รับชมข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริษัทได้ที่ www.GoDaddy.com 

          ที่มา:

          [1]  Asia Pacific Economic Corporation  

          [2], [3]  Google Consumer Barometer  

          [4] Internet World Stats 

“ฟิล์ม ฟอร์ ฟัน” เปิดตัวหนังใหม่ Deadstock รักเก่าเก่า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

“ฟิล์ม ฟอร์ ฟัน” เปิดตัวหนังใหม่ Deadstock รักเก่าเก่า

“เนตั้น” ถูกใจบทพระเอกยุค 90’s ค้นคำตอบ “ความรักต้องเก่าแค่ไหน…ถึงมีราคา”

            บริษัท ฟิล์ม ฟอร์ ฟัน จำกัด การรวมตัวของกลุ่มคนรุ่นใหม่และคนเบื้องหลังไฟแรง จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวภาพยนตร์เรื่องแรกของบริษัทฯ Deadstock รักเก่าเก่า นำแสดงโดย เนตั้น แดนอรุณ รามณรงค์ ประกบคู่นางเอกใหม่แกะกล่อง ที่เพิ่งเซ็นสัญญาโกอินเตอร์เป็นนางแบบกับเอเจนซี่ฮ่องกงสดๆร้อนๆ น้องเล็ก วสุ ปลื้มสกุลไทย ร่วมด้วย ชีวา ลาภิณตั้งสุทธิ ผู้ชายที่หลงใหลความคลาสสิกของของเก่า เจ้าของรายการ ชีวา คลาสสิก อันโด่งดังในกลุ่มนักสะสมของเก่า, แจ๊ป เดอะ ริชแมนทอย, ฮิวโก้ จุลจักร, โจ๊ก อัครินทร์, เต๋า สมชาย, แจ๊ส ชวนชื่น, ลูกเกด เมทินี กำกับภาพยนตร์โดย ศารศาสตร์ รมยานนท์ ผู้กำกับมิวสิควิดีโอรุ่นเก๋าที่หลงใหลและมีความใฝ่ฝันอยากทำหนังในแบบฉบับของตัวเอง บทภาพยนตร์โดย ชีวา ลาภิณตั้งสุทธิ และกำกับภาพโดย สมคิด พุกพงษ์

            Deadstock รักเก่าเก่า….ภาพยนตร์รักสุดคลาสสิกในแนว Fashion Gangster เรื่องราวความผูกพันระหว่างคนกับสิ่งของจนเกิดเป็นแรงบันดาลใจให้ “โละ” เด็กชายจับของขายในตลาดมืด ยุค 90’sดิ้นรนเพื่อการยอมรับในสังคม จนได้ก้าวไปสู่วงการนักค้าของทุกชนิด แต่เมื่อ “โละ” มีความรัก ชีวิตเขาจะเปลี่ยนไปอย่างไร เขาจะเลือกของเก่าหรือเลือกรักเก่าเก่า “ความรักต้องเก่าแค่ไหน ถึงมีราคา?” ร่วมค้นหาคำตอบไปพร้อมกันเร็วๆนี้ เข้าฉายทั่วประเทศ มิถุนายนนี้

            เนตั้น แดนอรุณ กับบทบาทใหม่ที่คิดว่าเป็นตัวเองที่สุด “ผมเป็นคนรุ่นใหม่ที่หลงใหลความคลาสสิก ผมขอบมากที่ได้เล่นเป็นโละเพราะในยุคนั้นรู้สึกเหมือนเวลาจะเดินช้า คนจะใส่ใจรายละเอียดมากขึ้น อย่างเมื่อก่อนเราใช้กล้องฟิล์มถ่ายรูป กว่าจะกดถ่ายได้แต่ละทีเล็งแล้วเล็งอีก พอปัจจุบันอะไรๆก็ง่ายขึ้น เวลาก็เดินเร็วขึ้น หันมาใช้กล้องดิจิตอล กดถ่ายรัวๆแล้วก็ลบทิ้งง่ายๆ ความหมายของการถ่ายรูปมันหายไปเลย เรามองข้ามอะไรหลายๆอย่างไป จนบางทีเราก็เผลอมองข้ามความรัก ความรู้สึกของคนใกล้ตัว รู้ตัวอีกทีก็อาจจะสายเกินไป”

            สำหรับภาพยนตร์เรื่อง Deadstock รักเก่าเก่า นอกจากจะนำเสนอแง่มุมของความรักกับเรื่องของเวลาแล้ว ยังนำเสนอแง่มุมของแฟชั่นก่อนยุค 90’s ที่เรียกได้ว่าขนของเก่าของจริงมาเข้าฉากราคาหลายสิบล้านบาททีเดียว ทั้งเสื้อผ้า นาฬิกา รถยนต์ ฯลฯ และก็ยังขนกองทัพนักแสดงรุ่นใหญ่มาปะทะดราม่ากันอย่างคับคั่ง อาทิ ฮิวโก้ จุลจักร จักรพงษ์ รับบทเป็นหรั่ง นักดนตรีผู้รู้เรื่องเพลงและแผ่นเสียงที่ต้องมาเกี่ยวพันกับโละแบบไม่รู้ตัว ลูกเกด เมทินี กับการสวมบทบาทเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวที่ไม่เคยมีเวลาให้ลูก รวมไปถึงเต๋า สมชาย กับบทช่างเต๋าและโจ๊ก อัครินทร์กับบทช่างโจ๊ก สองช่างซ่อมรถคลาสสิกแก๊งเพื่อนสนิทพี่ศักดาที่ได้ชักนำ “โละ”สู่วงการขายของตลาดมืด

นอกจากนั้นยังได้ แจ๊ป เดอะริชแมนทอย มาแต่งเพลงประกอบภาพยนตร์ รักเก่าเก่า(ราคาเท่าไหร่) และร่วมแสดงในภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วยกับบท “เจ๋ง” เพื่อนสนิทโละ เด็กสายอาชีพที่หารายได้พิเศษจากการเล่นดนตรีตอนกลางคืน ผู้ซึ่งช่วยกอบกู้ปัญหาชีวิตรักระหว่างโละกับแอน ที่รับบทโดย น้องเล็ก  วสุ ปลื้มสกุลไทย นางเอกใหม่แกะกล่อง ขอพิสูจน์ฝีมือกับบท แอน สาวเปรี้ยวซ่าส์ ผู้ทะเยอทะยาน จนกลายมาเป็นคนรักของโละ ซึ่งโละไม่มีเวลาดูแลเปรียบเสมือนของเก่าที่โละสะสมไว้เต็มบ้าน แล้วแอนจะหาทางออกอย่างไร?

            เท่านั้นไม่พอ ยังมีกองทัพนักแสดงที่จะมาเรียกเสียงหัวเราะอย่างคับคั่ง นำทีมโดย แจ๊ส ชวนชื่น รับบท “อุดม” จิ๊กโก๋ประจำซอย ปะทะแอนนา ชวนชื่น เจ้าของร้านขายของชำประจำซอย ดาว ขำมิน นักสะสมแก้วตูดจีบ ที่ถึงจะดูมึนๆแต่มองการณ์ไกลเป็นนักสะสมของเก่าที่ตาแหลมคมมาก

            และอีกหนึ่งบทบาทตัวเดินเรื่องที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยก็คือ “พี่ศักดา” รุ่นพี่ในวงการขายของในตลาดมืด ที่สอนการใช้ชีวิตและการทำมาหากินให้โละ จนสุดท้ายจะเกิดอะไรขึ้นกับพี่ศักดาเมื่อโละหลงก้าวไปทางผิด รับบทโดย ชีวา ลาภิณตั้งสุทธิ ผู้ชายที่หลงใหลความคลาสสิกของของเก่า เจ้าของรายการ ชีวา คลาสสิก อันโด่งดังในกลุ่มนักสะสมของเก่า และยังควบตำแหน่งคนเขียนบทภาพยนตร์ด้วย ซึ่งฝากทิ้งท้ายสำหรับบทสรุปของภาพยนตร์เรื่อง Deadstock รักเก่าเก่า ไว้ว่า….

เราเก่าไปด้วยกัน เก่าเพราะเรารักกัน มันจะใหม่ทุกเวลา

“ของมันมีอนาคต” โละ…รับบทโดย เนตั้น แดนอรุณ รามณรงค์

“กูไม่ใช่ของเก่านะโว้ย” แอน….รับบทโดย น้องเล็ก วสุ ปลื้มสกุลไทย

“มึงเลิกทำตัวเก่าได้แล้ว” ศักดา…รับบทโดย ชีวา ลาภิณตั้งสุทธิ

“มึงมันเก่าแล้ววะ” เจ๋ง…รับบทโดย แจ๊ป เดอะริชแมนทอย หรือ วีรณัฐ ทิพยมณฑล

“เพลงนี้กูแต่งเพื่อรออนาคต” หรั่ง….รับบทโดย ฮิวโก้ จุลจักร จักรพงษ์

“สนิมพวกนี้ กูรอราคา” ช่างโจ๊ก…รับบทโดย โจ๊ก อัครินทร์ อัครนิธิเมธารัฐ

“เก็บไว้ ปั่นราคาได้” ช่างเต๋า…รับบทโดย สมชาย เข็มกลัด

“พูดไปก็ไลฟ์บอย” อุดมจิ๊กโก๋ประจำซอย รับบทโดย แจ๊ส ชวนชื่น

“ตอนนี้ได้ฟรี  อนาคตต้องซื้อ” ก๋อง…รับบทโดย ดาว ขำมิน

“อีจะเอาแต่ของฟรี” แจ๊ค ชุน….รับบทโดย แอนนา ชวนชื่น

ฝ่ายประชาสัมพันธ์ภาพยนตร์ Deadstock  รักเก่าเก่า

คุณรภัสสรณ์ ชมกลิ่น (โส) Tel: 084-100-8809 Email: so.raphassorn@gmail.com

RCI เพิ่มรีสอร์ทใหม่กว่า 170 แห่งเข้าสู่เครือข่ายแลกเปลี่ยนที่พักทั่วโลกในปี 2558

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

พาร์ซิปปานี, นิวเจอร์ซี–29 ก.พ.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

RCI ผู้นำระดับโลกในธุรกิจแลกเปลี่ยนที่พักระหว่างการท่องเที่ยว (vacation exchange) และเป็นแบรนด์หนึ่งในเครือ Wyndham Worldwide (NYSE: WYN) ประกาศว่า บริษัทได้เพิ่มรีสอร์ทใหม่กว่า 170 แห่งเข้าสู่เครือข่ายแลกเปลี่ยนที่พักของบริษัทในปี 2558 โดยรีสอร์ทเหล่านี้มาจาก 6 ทวีปทั่วโลก และรีสอร์ทบางแห่งกำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง

RCI

http://photos.prnasia.com/prnvar/20141219/8521407668LOGO

เครือข่ายแลกเปลี่ยนที่พักของ RCI(R) มีชื่อเสียงทั้งในเรื่องความครอบคลุมและคุณภาพของที่พัก และรีสอร์ทใหม่กว่า 170 แห่งนี้จะช่วยให้สมาชิกของ RCI จำนวน3.8 ล้านรายมีตัวเลือกในการท่องเที่ยวพักผ่อนที่หลากหลายยิ่งขึ้น” กอร์ดอน เกอร์นิค ประธาน RCI กล่าว “รีสอร์ทเหล่านี้กระจายตัวอยู่ตามสถานที่ท่องเที่ยวสุดตื่นตาตื่นใจทั่วโลก และอยู่ภายใต้การบริหารงานของบริษัทที่เชื่อถือได้ เราภูมิใจที่ได้ร่วมมือกับบริษัทเหล่านี้เพื่อมอบช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนอันแสนวิเศษให้แก่ทุกครอบครัว”

รีสอร์ทเด่นๆที่เพิ่มเข้ามาประกอบด้วยรีสอร์ท 19 แห่งในเครือ Iberoclub ซึ่งตั้งอยู่ตามสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมหลายแห่ง อาทิ Cancun, Playa del Carmen และCozumel ประเทศเม็กซิโก, Montego Bay ประเทศจาไมกา และ Bayahibe Beach สาธารณรัฐโดมินิกัน โดยหนึ่งในนั้นคือรีสอร์ท Iberostar Punta Cana ที่เพิ่งปรับปรุงใหม่เมื่อไม่นานนี้ และตั้งอยู่ริมแนวชายหาด Bavaro Beach บนชายฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะในสาธารณรัฐโดมินิกัน แขกผู้เข้าพักจะได้เพลิดเพลินไปกับกิจกรรมอันหลากหลาย ตั้งแต่กีฬาสำหรับทั้งครอบครัวไปจนถึงคลับและคาสิโนในยามราตรี

ส่วนในเอเชีย RCI ได้เพิ่มรีสอร์ทใหม่มากกว่า 25 แห่งเข้าสู่เครือข่าย ซึ่งรวมถึงรีสอร์ท 4 แห่งของบริษัท Paxton Vacances Hotel Management Group โดยหนึ่งในนั้นคือรีสอร์ท Paxton Vacances Resort Qionghai Bay Xichang อันเปี่ยมด้วยมนต์เสน่ห์ของทิวทัศน์ริมทะเลอันงดงาม เพียบพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกชั้นเลิศภายในห้องพัก รวมถึงมีกิจกรรมสันทนาการและสปาให้บริการด้วย

บริษัทหลายแห่งที่ร่วมเครือข่ายอยู่แล้วก็ได้เพิ่มรีสอร์ทแห่งใหม่เข้าสู่เครือข่ายแลกเปลี่ยนที่พักเช่นกัน โดย Sterling Holiday Resorts ได้เพิ่มรีสอร์ทใหม่ 6 แห่งในอินเดีย ซึ่งหนึ่งในนั้นคือรีสอร์ท Dindi by the Godavardi  ที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโคทาวรี แม่น้ำที่ยาวที่สุดเป็นอันดับสองของอินเดีย Dindi คือดินแดนลับแลแห่งธรรมชาติอันงดงาม โดยมีผืนน้ำอันสงบนิ่ง ทะเลสาบกว้างใหญ่ และลำคลองที่มีต้นปาล์มเรียงรายตลอดสาย

ขณะเดียวกัน รีสอร์ท 4 แห่งจาก Bluegreen Vacations Unlimited, Inc. ยังเข้าร่วมเครือข่ายของ RCI ด้วยเช่นกัน หนึ่งในนั้นคือรีสอร์ท The Club at Big Bear Village ในเซาเทิร์นแคลิฟอร์เนีย นักเดินทางสามารถไปยังเทือกเขา San Bernardino Mountains ได้อย่างง่ายดายจากบ้านพักขนาด 3 หรือ 4 ห้องนอน ซึ่งมีห้องครัวพร้อมอุปกรณ์ครบครัน รวมถึงระเบียงสำหรับชมวิวและสูดอากาศอันสดชื่นไปพร้อมๆกัน

นอกจากนี้ The Registry Collection(R) ซึ่งเป็นโปรแกรมแลกเปลี่ยนที่พักสุดหรูของ RCI ยังให้การต้อนรับสมาชิกใหม่เข้าสู่เครือข่าย นั่นคือ Elephant Point Estate บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์จากแอฟริกาใต้ ซึ่งนำเสนอความงามตามธรรมชาติควบคู่กับความหรูหราทันสมัย ด้วยบ้านพักที่ตั้งอยู่ในทุ่งหญ้าแอฟริกา ท่ามกลางทิวทัศน์ของแม่น้ำซาบีและอุทยานแห่งชาติครูเกอร์ ที่มีทั้งม้าลาย ช้าง และสิงโตอาศัยอยู่ บ้านพักแต่ละแห่งมีดีไซน์เฉพาะตัวพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกหรูหรา เช่น ห้องอาบน้ำกลางแจ้ง ดาดฟ้าขนาดใหญ่ และสระว่ายน้ำส่วนตัว เป็นต้น

สามารถ รับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ RCI.com หรือ RCIAffiliates.com

เกี่ยวกับ RCI

RCI เป็นผู้นำระดับโลกในธุรกิจแลกเปลี่ยนที่พักระหว่างการท่องเที่ยว โดยมีรีสอร์ทที่อยู่ในเครือราว 4,300 แห่งในกว่า 100 ประเทศ RCI เป็นผู้ริเริ่มแนวคิดการแลกเปลี่ยนที่พักระหว่างการท่องเที่ยวในปีพ.ศ.2517 เพื่อนำเสนอทางเลือกการท่องเที่ยวพักผ่อนที่ยืดหยุ่นและหลากหลายมากขึ้นให้แก่สมาชิก ปัจจุบัน โปรแกรม RCI Weeks(R) ซึ่งเป็นระบบแลกเปลี่ยนที่พักรายสัปดาห์ และโปรแกรม RCI Points(R) ซึ่งเป็นระบบแลกเปลี่ยนที่พักทั่วโลกโดยใช้คะแนนสะสมระบบแรกของวงการ ได้มอบทางเลือกการท่องเที่ยวพักผ่อนที่ยืดหยุ่นให้แก่สมาชิกถึง 3.8 ล้านรายในแต่ละปี นอกจากนั้นยังมี The Registry Collection(R) ซึ่งเป็นโปรแกรมแลกเปลี่ยนที่พักสุดหรูที่ใหญที่สุดในโลก โดยมีที่พักในเครือประมาณ 200 แห่งใน 6 ทวีป ซึ่งมีทั้งที่สามารถเข้าใช้บริการได้เลยหรือกำลังอยู่ในระหว่างการพัฒนา ทั้งนี้ RCIเป็นบริษัทในเครือ Wyndham Destination Network และเป็นแบรนด์หนึ่งในเครือ Wyndham Worldwide (NYSE: WYN) สามารถรับชมข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ RCIได้ที่ศูนย์ข้อมูลของเรา หรือติดตามความเคลื่อนไหวของเราได้ทางเฟซบุ๊ก ยูทูบ และทวิตเตอร์

ข้อมูลติดต่อสำหรับสื่อมวลชน

Steven Alessandrini
อีเมล: Steven.Alessandrini@rci.com  
โทร. (973) 753-8278

Catherine Reynolds
อีเมล: Catherine.Reynolds@rci.com  
โทร. (973) 753-4662

โลโก้ – http://photos.prnasia.com/prnh/20141219/8521407668LOGO

ฟิลิปปินส์ รับบทเจ้าภาพจัดงาน Madrid Fusion Manila 2016 ครั้งที่ 2 วันที่ 7-9 เม.ย. นี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

มะนิลา, ฟิลิปปินส์–26 ก.พ.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          – เทศกาลอาหารชั้นนำที่จะดึงดูดความสนใจจากเชฟทั่วโลกและผู้ที่ชื่นชอบในการรับประทาน

          ผู้ที่ชื่นชอบการรับประทานอาหารห้ามพลาดงาน Madrid Fusion ที่จะจัดขึ้น ณ กรุงมะนิลาในเดือนเม.ย. นี้ ซึ่งเป็นเทศกาลอาหารงานแรกและงานเดียวของสเปนที่จัดขึ้นในเอเชียเป็นครั้งที่ 2 ใจกลางกรุงมะนิลา งาน Madrid Fusion Manila (MFM) จัดขึ้นโดยกระทรวงการท่องเที่ยวฟิลิปปินส์ เตรียมเปิดฉากในวันที่ 7-9 เม.ย. 2559 บริเวณ SMX Convention Center ในศูนย์การค้า SM Mall of Asia Complex

           ภายในงาน คณะกรรมการ International Gastronomy Congress จะสนทนากันภายใต้หัวข้อ “The Manila Galleon: East Meets West.”

          นอกจากนี้ เชฟชื่อดังระดับโลกที่จะเข้าร่วมภายในงาน ได้แก่:

          – Joan Roca, El Cellar de Can Roca (เชฟอันดับ 1 จากบัญชีรายชื่อ 50 ร้านอาหารยอดเยี่ยมระดับโลก)

          – Dani Garcia, Bibo Andalussian Brasserie and Tapas

          – Jose Andres, Minibar

          – Ricard Camarena, Ricard Camarena

          – Angel Leon, Aponiente

          – Jordi Butron, EpaiSucre

          – Michael Voltaggio, Ink.

          – Yoshihiro Narisawa, Les Creations de Narisawa Restaurant

          – Virgilio Martinez, Central Restaurante (อันดับ 1 ในรายการ 50 ร้านอาหารยอดเยี่ยมในละตินอเมริกา)

          – Michael Aspiras, Scout’s Honor

          – Amy Besa and Romy Dorotan, Purple Yam

          – Myke Sarthou, Alab,

          – Kevin Cherkas of Cuca

          – Leah Cohen, Pig & Khao

          – Paul Qui, Qui

          – David Thompson, Nahm

          – Nurdin Topham, Nur

          – Jungsik Yim, Jungsik

          – Enrique Olvera, Pujol and

          – Jorge Vallejo, Quintonil

           ขณะเดียวกัน งาน MFM 2016 ยังมีงานแสดงสินค้า Trade Expo ที่จัดแสดงผลิตภัณฑ์อาหาร ส่วนผสมอันมีเอกลักษณ์ และอาหารจานเด็ดจากฟิลิปปินส์ สเปน เอเชีย ยุโรป และทวีปอเมริกา โดยผู้เข้าชมงานด้วยจุดประสงค์เพื่อการค้า สามารถเข้าในโซน Trade Expo ได้โดยไม่เสียค่าบริการ

           นอกจากงาน Madrid Fusion Manila แล้ว ยังมีงาน Flavors of the Philippines Festival ที่จะจัดขึ้นตลอดทั้งเดือนเม.ย. ซึ่งจะรวบรวมกิจกรรมต่างๆที่เกี่ยวกับอาหารจากทั่วฟิลิปปินส์ ตั้งแต่ทัวร์อาหาร การจัดแสดงสินค้าและตลาดขายอาหาร ตลอดจนการรับประทานอาหารมื้อค่ำร่วมกับเชฟชั้นนำ ทริปอาหารและเทศกาลอาหารโรงแรม 

           งาน Madrid Fusion จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในเมืองมาดริด นับตั้งแต่ปี 2546 ซึ่งถือเป็นงานที่รวบรวมศิลปะการทำอาหารระดับชั้นนำของโลก

           ผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันนี้ ราคาของบัตรเข้าชมงานอยู่ที่ 450 ดอลลาร์สหรัฐ/คน หรือหากมาเป็นกลุ่มขั้นต่ำ 20 คน ราคาบัตรอยู่ที่ 290 ดอลลาร์/คน ด้านบัตรสำหรับนักเรียน-นักศึกษาอยู่ที่ 410 ดอลลาร์สหรัฐ หรือหากมาเป็นกลุ่ม (ขั้นต่ำ 20 คน) ราคาจะอยู่ที่ 245 ดอลลาร์สหรัฐ/คน

           หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ อีเมล: congress@madridfusionmanila.com, โทร: (+632) 893-7973 หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์www.madridfusionmanila.com

           เปิดโอกาสให้ผู้แสดงสินค้าก้าวเข้าสู่ตลาดใหม่ หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ (+632) 929-7993 และ 929-7963 หรือ อีเมล:exhibits@madridfusionmanila.com

           ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Flavors of the Philippines food festival: flavorsofthephilippines1@gmail.com หรือโทร +632) 832-5401

           ติดต่อ:

           MFM2016@catchonco.com

          Joanne.liu@catchonco.com

          Elaine.chow@catchonco.com

          โลโก้ – http://photos.prnasia.com/prnh/20160226/8521601266LOGO

แคนตัน แฟร์ เปิดตัวกิจกรรมโปรโมตงานรูปแบบใหม่ ผ่านการประชุมทางไกล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

กว่างโจว, จีน–26 ก.พ.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

           แคนตัน แฟร์ ครั้งที่ 119 ประกาศจัดการประชุมทางไกลเพื่อดึงดูดผู้เยี่ยมชมงาน โดยแคนตัน แฟร์ ได้เริ่มใช้เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตเพื่อการโปรโมตงานระดับโลกนี้เป็นครั้งแรกเมื่อปี 2557 และจะขยายขอบเขตของงานปี 2559 ให้กว้างขึ้น เพื่อเป็นการยกระดับการสื่อสารระหว่างงานแคนตัน แฟร์ และผู้เยี่ยมชมงาน

           http://photos.prnasia.com/prnvar/20160225/0861601543-b

           สำหรับงานแคนตัน แฟร์ ครั้งที่ 119 นี้ มีกำหนดจัดการจัดประชุมทางไกลหลายวาระโดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 18 กุมภาพันธ์ไปจนถึงสิ้นเดือนมีนาคม รวมเป็นจำนวน 15 ครั้งใน 15 ประเทศ ทั้งนี้ ตลาดเป้าหมายประกอบไปด้วย รัสเซีย ตุรกี อินเดีย ซาอุดิอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อียิปต์ และอื่น ๆ ในขณะเดียวกัน งานแคนตัน แฟร์ ยังจะทำการศึกษาตลาดสหรัฐอเมริกาในเชิงลึกอีกด้วย และจะมีการจัดประชุมทางไกลทั้งสิ้น 36 ครั้งตลอดปี 2559 โดยจะจัดขึ้นใน 33 ประเทศจาก 6 ภูมิภาค ได้แก่ เอเชีย เอเชียตะวันตกและแอฟริกา ยูเรเชีย ยุโรป อเมริกา และโอเชียเนีย

           “ขณะนี้ แคนตัน แฟร์ กำลังเดินหน้าหาพันธมิตร และกำลังทำงานร่วมกับบรรดาองค์กรอุตสาหกรรมและพาณิชย์ ตลอดจนตัวแทนท่องเที่ยวและสายการบินชั้นนำทั่วโลก” นายหลิว ฉวนตง รองผู้อำนวยการสำนักกิจการต่างประเทศของแคนตัน แฟร์ กล่าว “เราได้ลงนามในข้อตกลงความร่วมมือและบันทึกความเข้าใจกับสถาบันอุตสาหกรรมและพาณิชย์ 106 แห่ง ซึ่งรวมไปถึงองค์กรยักษ์ใหญ่อย่าง New York Chamber of Commerce, Australia China Business Council, New Zealand China Trade Association และ Camera Di Commercio Italo Cinese นอกจากนี้กิจกรรมโปรโมตผ่านการเชื่อมต่อวิดีโอเหล่านี้ยังได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรของเราทั่วโลกด้วยเช่นกัน”

           การเปิดตัวการประชุมทางไกลดังกล่าวมีจุดประสงค์เพื่อส่งเสริมการใช้แนวทางที่อิงตลาด เพื่อการพัฒนาธุรกิจและการไหลเวียนของข้อมูล

           คลิกเพื่อรับชมกำหนดการจัดประชุมทางไกล: http://static.prnasia.com/pro/media/201602/cf/video_schedule.jpg

           สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ: vip_service@cantonfair.org.cn

           เกี่ยวกับแคนตัน แฟร์ 

          มหกรรมนำเข้าและส่งออกจีน หรือที่รู้จักกันในนาม แคนตัน แฟร์ จัดขึ้นปีละ 2 ครั้ง ที่นครกว่างโจว ในช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วง ด้วยประวัติอันยาวนาน 60 ปี นับตั้งแต่จัดตั้งขึ้นในช่วงฤดูใบไม้ผลิของปี 2500 แคนตัน แฟร์ เป็นงานมหกรรมแสดงสินค้าที่ครอบคลุมและมีประวัติยาวนานที่สุด เป็นงานระดับสูงสุด มีขนาดใหญ่ที่สุด และมีผลิตภัณฑ์จำนวนมากที่สุด อีกทั้งยังมีการกระจายผู้ซื้อจากทั่วโลกอย่างกว้างขวางที่สุด และมีปริมาณธุรกิจสูงที่สุดในจีนอีกด้วย งานแคนตัน แฟร์ ดึงดูดบริษัทในจีนได้มากกว่า 24,000 แห่ง และจากต่างประเทศอีกกว่า 500 แห่ง ด้วยความน่าเชื่อถือและจุดแข็งที่โดดเด่น แคนตัน แฟร์ มุ่งเน้นการจัดงานเพื่อรองรับการนำเข้าและส่งออก ด้วยรูปแบบการค้าที่ยืดหยุ่นและหลากหลาย รวมไปถึงการให้บริการแก่ผู้จัดแสดงและผู้ซื้อ

          รูปภาพ – http://photos.prnasia.com/prnh/20160225/0861601543-b

เอพีอาร์ เอ็นเนอร์จี เปิดใช้งานโรงไฟฟ้ากังหันก๊าซรองรับลูกค้าอุตสาหกรรมในอียิปต์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

แจ็คสันวิลล์, ฟลอริดา–26 ก.พ.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

 

เอพีอาร์ เอ็นเนอร์จี (APR Energy) ผู้นำด้านโซลูชั่นพลังงานแบบฟาสแทร็คระดับโลก เปิดเผยว่า บริษัทได้เปิดใช้งานโรงไฟฟ้าแห่งใหม่ในประเทศอียิปต์ เพื่อรองรับการก่อสร้างโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ของบริษัท Egyptian Ethylene and Derivatives Company (ETHYDCO) ซึ่งเป็นผู้นำด้านการผลิตและจัดหาผลิตภัณฑ์พลาสติกและยาง

 APR ENERGY LOGO / APR Energy. (PRNewsFoto/APR Energy) (PRNewsFoto/)

APR Energy. (PRNewsFoto/APR Energy) (PRNewsFoto/)

โลโก้ – http://photos.prnewswire.com/prnh/20120207/FL48583LOGO

 

โซลูชั่นเทิร์นคีย์ของเอพีอาร์ เอ็นเนอร์จี ประกอบด้วยกังหันก๊าซเคลื่อนที่[http://www.aprenergy.com/sites/default/files/mobile_gas_turbine_solutions.pdf] แบบ aeroderivative ของ GE จำนวน 3 เครื่อง ซึ่งใช้ก๊าซธรรมชาติเผาไหม้หมดจดเป็นเชื้อเพลิง รวมถึงระบบอุปกรณ์ประกอบอื่นๆ (Balance of plant) โดยเอพีอาร์ เอ็นเนอร์จี จะให้บริการครบวงจรตามมาตรฐาน ตั้งแต่การออกแบบ การติดตั้ง การใช้งานโรงไฟฟ้า ตลอดจนการบริหารงานและการซ่อมบำรุงในอนาคต โรงไฟฟ้าดังกล่าวจะเปิดดำเนินงานเป็นเวลาอย่างน้อย 12 เดือน

 

โครงการนี้เป็นโครงการสำคัญสำหรับภาคอุตสาหกรรมของอียิปต์ที่กำลังเติบโต และเรายินดีที่ได้เอพีอาร์ เอ็นเนอร์จี มาเป็นพันธมิตรด้านการผลิตไฟฟ้า” อับเดล ราห์มัน เซอิด ประธานของ ETHYDCO กล่าว “เราต้องการโซลูชั่นก๊าซธรรมชาติที่คุ้มค่าและไว้ใจได้ และกังหันก๊าซแบบเคลื่อนที่ของเอพีอาร์ เอ็นเนอร์จี ก็สามารถตอบสนองความต้องการด้านการผลิตไฟฟ้าได้ดีที่สุด เราประทับใจมากกับความรวดเร็วและยืดหยุ่นของเอพีอาร์ เอ็นเนอร์จี ในการตอบสนองความต้องการที่เฉพาะเจาะจงของโครงการเราได้ในกรอบเวลาที่กำหนด และประทับใจกับการตอบสนองของทีมงานในทุกๆขั้นตอนของการดำเนินงาน”

 

จอห์น แคมเปียน ประธานบริหารของเอพีอาร์ เอ็นเนอร์จี กล่าวว่า “ผมขอแสดงความยินดีกับทีมงานติดตั้งและดำเนินงานของเราที่สามารถส่งมอบโรงไฟฟ้าแห่งใหม่ได้อย่างปลอดภัย มีประสิทธิภาพ ตรงเวลา และตรงตามความต้องการของลูกค้า โครงการนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากช่วยให้เราวางรากฐานในตลาดที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาค ทั้งยังเป็นการสนับสนุนการลงทุนในภาคอุตสาหกรรมครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของอียิปต์ นอกจากนั้นยังเป็นการเพิ่มพูนประสบการณ์ของเราในภาคอุตสาหกรรม ช่วยให้เรามีฐานลูกค้าที่หลากหลายขึ้น และเป็นการสานต่อความสำเร็จของเราในภาคสาธารณูปโภคด้วย”

 

คุณแคมเปียนกล่าวเสริมว่า “โรงไฟฟ้าในอียิปต์ของเอพีอาร์ เอ็นเนอร์จี เป็นตัวอย่างของการใช้กังหันก๊าซแบบเคลื่อนที่ในการผลิตไฟฟ้าด้วยตัวเองในราคาประหยัด ซึ่งเหมาะสำหรับลูกค้าในอุตสาหกรรมที่ใช้ไฟฟ้ามาก เช่น ปิโตรเคมี, เหมืองแร่, วิศวกรรม การจัดซื้อ และการก่อสร้างแบบเบ็ดเสร็จ (EPC) รวมถึงน้ำมันและก๊าซ โซลูชั่นเทิร์นคีย์ของเราไม่ใช่แค่แหล่งพลังงานที่มีความน่าเชื่อถือสูงที่ช่วยให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างต่อเนื่องเท่านั้น แต่ยังช่วยให้ลูกค้าสามารถโฟกัสไปที่ธุรกิจหลักได้อย่างเต็มที่โดยไม่ต้องพะว้าพะวังกับการผลิตไฟฟ้าอีกด้วย”

 

คลิกที่นี่ [https://vimeo.com/152294480] เพื่อรับชมวิดีโอแสดงการก่อสร้างโรงงานนับตั้งแต่การวางศิลาฤกษ์ไปจนถึงการเปิดดำเนินงาน

 

เกี่ยวกับเอพีอาร์ เอ็นเนอร์จี

 

เอพีอาร์ เอ็นเนอร์จี คือผู้นำระดับโลกด้านการผลิตไฟฟ้าแบบฟาสท์แทร็คจากกังหันก๊าซแบบเคลื่อนย้ายได้ โซลูชั่นพลังงานที่รวดเร็ว ยืดหยุ่น และครบวงจรของเรา ช่วยให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงไฟฟ้าที่น่าเชื่อถือได้อย่างรวดเร็วทุกที่ทุกเวลาตามความต้องการ โรงไฟฟ้าแบบเทิร์นคีย์ของเราซึ่งผสมผสานเทคโนโลยีประหยัดพลังงานที่ทันสมัยเข้ากับความเชี่ยวชาญระดับผู้นำในอุตสาหกรรม ได้ผลิตกระแสไฟฟ้าเพื่อตอบสนองความต้องการของอุตสาหกรรม เมือง และประเทศต่างๆทั่วโลก ทั้งประเทศพัฒนาแล้วและประเทศกำลังพัฒนา สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.aprenergy.com

ยูเนี่ยนเพย์ อินเตอร์เนชั่นแนล จับมือ 4 ธนาคารชั้นนำของไทย พัฒนาระบบสวิทชิ่งสำหรับบัตรธนาคารภายในประเทศ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

 เซี่ยงไฮ้,จีน–26 ก.พ.–ซินหัว-เอเชียเน็ท/อินโฟเควสท์

          เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ยูเนี่ยนเพย์ อินเตอร์เนชั่นแนล ร่วมกับธนาคารพาณิชย์ยักษ์ใหญ่ 4 อันดับแรกในประเทศไทย ประกาศเปิดตัวบริษัท ไทย เพย์เมนต์ เน็ตเวิร์ก (Thai Payment Network) หรือ TPN อย่างเป็นทางการ ซึ่งทำหน้าที่เป็นเครือข่ายสวิทชิ่งสำหรับบัตรธนาคารในประเทศไทยที่ใช้มาตรฐานด้านเทคนิคของยูเนี่ยนเพย์ โดยก่อนหน้านี้ มาตรฐานบัตร ยูเนี่ยนเพย์ IC ได้กลายมาเป็นมาตรฐานสำหรับอุตสาหกรรมการธนาคารในประเทศไทย และด้วยความร่วมมือที่เกิดขึ้นจากบริษัทร่วมทุนแห่งนี้ ปัจจุบัน ยูเนี่ยนเพย์จึงได้นำเสนอมาตรฐานด้านเทคนิคสำหรับการสร้างระบบสวิทชิ่งให้แก่บัตรธนาคาร ทั้งนี้ นายเก่อ หัวหย่ง ประธานไชน่า ยูเนี่ยนเพย์ นายไช่ เจียนโป ซีอีโอของยูเนี่ยนเพย์ อินเตอร์เนชั่นแนล และนายโชค ณ ระนอง ประธานบริษัท TPN ได้เข้าร่วมพิธีเปิดตัวครั้งนี้ โดยมีนายบัญชา มนูญกุลชัย ผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายระบบการชำระเงินและผู้อำนวยการสำนักงานตรวจสอบของธนาคารแห่งประเทศไทยเดินทางมาร่วมงานเพื่อแสดงความยินดี

          เมื่อปี 2555 ธนาคารแห่งประเทศไทยได้กำหนดไว้ว่า การโอนเงินระหว่างธนาคารในประเทศโดยการใช้บัตรเดบิตของธนาคารในไทยจะสามารถดำเนินการได้ภายในประเทศเท่านั้น ซึ่งหลังจากนั้น บริษัท TPN จึงถูกจัดตั้งขึ้นในเดือนกันยายน 2557 และประเทศไทยก็มีนโยบายที่จะสร้างแบรนด์บัตรเดบิตแบบอิสระภายใต้แบรนด์ TPN และได้ออกบัตร UnionPay TPN ซึ่งผู้ใช้สามารถนำบัตรไปใช้งานได้อย่างสะดวกผ่านเครือข่ายยูเนี่ยนเพย์ที่มีอยู่ทั่วโลก

          TPN เป็นอีกหนึ่งความพยายามที่ประสบความสำเร็จของยูเนี่ยนเพย์ เพื่อบุกเบิกช่องทางใหม่ๆในการขยายตลาดประเทศ ด้วยการนำเสนอมาตรฐานด้านเทคนิค การใช้ประโยชน์จากความสามารถด้านเทคโนโลยี ซึ่งยูเนี่ยนเพย์ได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินในตลาดเหล่านี้ พร้อมทั้งผนวกรวมเทคโนโลยี สินค้า การให้บริการ และอิทธิพลของแบรนด์ของยูเนี่ยนเพย์เข้าไปยังตลาดเหล่านี้ด้วยเช่นกัน

          การเปิดตัว TPN มีความสำคัญหลายประการ ดังนี้ 1. นับเป็นความก้าวหน้าครั้งใหม่ของจีนในการนำเสนอมาตรฐานเทคนิคด้านการเงินที่พัฒนาขึ้นเอง และยูเนี่ยนเพย์ก็ได้กลายเป็นต้นแบบให้แก่บริษัทต่างๆของจีนใน “การก้าวสู่ระดับโลก” 2. ความร่วมมือระหว่างยูเนี่ยนเพย์และอุตสาหกรรมการธนาคารของประเทศไทยได้ก้าวหน้าขึ้นจากความร่วมมือด้านบัตรธนาคารที่มีอยู่เดิมสู่ความร่วมมือด้านมาตรฐานเทคนิคเชิงลึก เพื่อวางรากฐานที่มั่นคงสู่การเป็นที่ยอมรับในวงกว้างและการให้บริการบัตรยูเนี่ยนเพย์ในประเทศ; 3. TPN จะช่วยให้ยูเนี่ยนเพย์สร้างนวัตกรรมในรูปแบบการขยายธุรกิจที่สามารถทำซ้ำได้ และเร่งเดินหน้าการวางพื้นฐานธุรกิจระดับโลกของบริษัท

          นายเก่อ หัวหย่ง ประธานไชน่า ยูเนี่ยนเพย์ กล่าวว่า “การสร้างเครือข่ายสวิทชิงในประเทศเป็นอีกหนึ่งหลักชัยของความร่วมมือด้านการเงินระหว่างจีนและไทย เราจะนำเสนอประสบการณ์ของเราในประเทศไทยเพื่อสนับสนุนการเติบโตของตลาดการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-payment) ในประเทศ และช่วยสนับสนุนการชำระเงินผ่านบัตรธนาคารในสาขาอื่นๆ นอกจากนี้ เราจะเข้าร่วมในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินและการยกระดับอุตสาหกรรมในตลาดต่างประเทศด้วยรูปแบบที่ยืดหยุ่นมากขึ้น เพื่อสนับสนุนกลยุทธ์ “โครงการพื้นที่และเส้นทางเศรษฐกิจของจีน (Belt and Road)”

          ขณะนี้ บัตรยูเนี่ยนเพย์สามารถงานได้ใช้กับตู้เอทีเอ็มเกือบทุกตู้และผู้ค้ากว่า 70% ในประเทศไทยที่มีการออกบัตรยูเนี่ยนเพย์กว่า 1 ล้านใบ และจะเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ

          สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.unionpayintl.com/

          แหล่งข่าว: ยูเนี่ยนเพย์ อินเตอร์เนชั่นแนล

“หัวเว่ย” ผนึกกำลัง “ไลก้า คาเมร่า” เปิดศักราชใหม่ของการถ่ายภาพด้วยสมาร์ทโฟน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ลอนดอน–25 ก.พ.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

ผู้นำแห่งวงการสมาร์ทโฟนและวงการกล้องจับมือกันสร้างสรรค์ยุคใหม่ของการถ่ายภาพขั้นเทพ

วันนี้ หัวเว่ย คอนซูเมอร์ บิสิเนส กรุ๊ป (Huawei Consumer Business Group: BG) และไลก้า คาเมร่า เอจี (Leica Camera AG) มีความยินดีที่จะประกาศความเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ระหว่างสองบริษัท อันเป็นการทำงานร่วมกันโดยมีเจตนารมณ์และจุดมุ่งหมายเดียวกัน โดยจะเปิดทางให้ทั้งสองแบรนด์ได้ผสานรวมศิลปะการรังสรรค์ผลงาน วิศวกรรมที่พิถีพิถัน และความมุ่งมั่นในการร่วมมือกันสู่ความสำเร็จ เพื่อสร้างขุมพลังในการเปิดศักราชใหม่ของการถ่ายภาพด้วยสมาร์ทโฟน

ในปี 2555 หัวเว่ยขึ้นแท่นผู้ผลิตสมาร์ทโฟนรายใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 3 ของโลก จากนั้นในปี 2558 หัวเว่ยได้กลายเป็นบริษัทจีนแห่งแรกที่จำหน่ายโทรศัพท์มือถือได้มากกว่า 100 ล้านเครื่องในปีเดียว นอกจากนี้ หัวเว่ยยังเป็นแบรนด์จีนรายแรกที่ติดอันดับ Interbrand Best Global Brands ในปี 2557 และทะยานขึ้นสู่อันดับ 88 ในปี 2558 ในขณะที่กำลังเปิดตัว Huawei Watch และ Huawei P8 ซึ่งได้รับกระแสตอบรับที่ดีทั่วโลก ส่วนในปี 2559 นี้ หัวเว่ยเตรียมสานต่อความสำเร็จร่วมกับไลก้า คาเมร่า สุดยอดแบรนด์ดังในโลกแห่งการถ่ายภาพ ภายใต้ความร่วมมืออันเป็นประโยชน์กับทั้งสองฝ่าย เพื่อนำเสนอประสิทธิภาพการถ่ายภาพอันเหนือชั้นให้แก่ผู้บริโภค

เป็นเวลากว่า 100 ปีแล้วที่ผู้ผลิตกล้องถ่ายรูประดับพรีเมียมอย่างไลก้า คาเมร่า ได้สร้างสรรค์กล้องน้ำหนักเบาซึ่งเป็นที่นิยมในหมู่ผู้บุกเบิกการถ่ายภาพข้างถนน รวมถึงเลนส์ระดับเวิลด์คลาส เพื่อเติมเต็มความต้องการของบรรดานักถ่ายภาพ วิศวกรรมด้านกล้องที่เปี่ยมด้วยอัจฉริยภาพและงานฝีมืออันน่าทึ่ง ได้ทำให้กล้องไลก้าที่โดดเด่นด้วยสัญลักษณ์จุดสีแดงกลายเป็นสุดยอดผลงานทางวิศวกรรมของเยอรมนี และยังคงดึงดูดใจผู้บริโภครุ่นใหม่ๆที่อยากมี ลุคแบบไลก้าและต้องการครอบครองผลงานชิ้นเอกเหล่านี้ นอกเหนือจากการนำเสนอผลงานชั้นเลิศที่รังสรรค์ขึ้นอย่างพิถีพิถันแล้ว ไลก้ายังมีส่วนช่วยสนับสนุนช่างภาพชื่อดังและนักถ่ายภาพดาวรุ่งจากทั่วโลกด้วย

ริชาร์ด หยู ซีอีโอของหัวเว่ย คอนซูเมอร์ บีจี กล่าวว่า เราเลือกหุ้นส่วนของบริษัทด้วยความรอบคอบ สำหรับความร่วมมือครั้งพิเศษนี้ เราจะนำเสนอสิ่งที่ดีที่สุดของสองแบรนด์ให้แก่ผู้บริโภคและลูกค้าในวงกว้าง อันได้แก่ การผสานนวัตกรรมและดีไซน์อย่างลงตัว การยกระดับประสบการณ์ผู้ใช้ และการเดินหน้าจุดประกายความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยี ผ่านการถ่ายภาพระดับพรีเมียมด้วยคุณภาพเหนือชั้น ไลก้าคือตำนานแห่งวงการถ่ายภาพ เราเชื่อว่าไม่มีผู้ผลิตกล้องรายใดที่ปฏิวัติวงการได้มากเท่าไลก้าอีกแล้ว หัวเว่ยมีความภูมิใจสูงสุดในเรื่องคุณภาพของสมาร์ทโฟน และไลก้าก็เป็นผู้นำด้านคุณภาพในวงการกล้องเช่นกัน

โอลิเวอร์ คัลท์เนอร์ ซีอีโอของไลก้า คาเมร่า เอจี กล่าวว่า ความเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ระหว่างหัวเว่ยและไลก้า คาเมร่า สะท้อนความปรารถนาของสองแบรนด์ที่เติบโตอย่างรวดเร็วในตลาดโลก ในการขยายขอบเขตความเป็นไปได้ทางเทคโนโลยี นอกจากนวัตกรรมอันแข็งแกร่งและมาตรฐานระดับพรีเมียมแล้ว ทั้งสองบริษัทยังมีความมุ่งมั่นร่วมกันในการสร้างสรรค์สุดยอดคุณภาพที่ไม่เป็นสองรองใคร การสร้างความร่วมมือทางเทคโนโลยีกับหัวเว่ยได้มอบโอกาสครั้งพิเศษให้แก่ไลก้า คาเมร่า ในการนำความเชี่ยวชาญด้านกล้องไปสู่ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่อเปิดทางสู่ธุรกิจอุปกรณ์มือถือ สมาร์ทโฟนมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในโลกแห่งการถ่ายภาพ ทั้งยังเปิดโอกาสครั้งสำคัญให้ไลก้าได้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายใหม่และการใช้งานในรูปแบบใหม่ๆด้วย”

ดร.แอนเดรียส คอฟแมน ผู้ถือหุ้นรายใหญ่และประธานคณะกรรมการกำกับดูแลของไลก้า คาเมร่า เอจี กล่าวว่า แบรนด์ระดับตำนานอย่างไลก้าเปี่ยมด้วยนวัตกรรม ความแม่นยำขั้นสูง และการรังสรรค์อย่างพิถีพิถัน ผมยินดีและเชื่อมั่นว่าบริษัทขนาดกลางอย่างไลก้า คาเมร่า จะนำคุณค่าและความชำนาญด้านวิศวกรรมกล้องมาสู่หัวเว่ย เพื่อให้เราได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดจากการถ่ายภาพด้วยสมาร์ทโฟน และเพื่อยกระดับคุณภาพไปอีกขั้น

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลสำเร็จของการร่วมมือกันระหว่างหัวเว่ยและไลก้า ซึ่งครอบคลุมทั้งในด้านการวิจัยและพัฒนา การออกแบบ วิศวกรรมร่วม ประสบการณ์ผู้ใช้ การตลาด และการจัดจำหน่ายนั้น จะมีการเปิดเผยต่อไปในอนาคต

เกี่ยวกับ หัวเว่ย คอนซูเมอร์ บิสิเนส กรุ๊ป

หัวเว่ยนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการในกว่า 170 ประเทศ รองรับความต้องการของประชากรกว่าหนึ่งในสามของโลก บริษัทมียอดส่งมอบโทรศัพท์มือถือมากเป็นอันดับสามของโลกในปี 2557 และได้จัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนา 16 แห่งในสหรัฐอเมริกา เยอรมนี สวีเดน รัสเซีย อินเดีย และจีน หัวเว่ยดำเนินธุรกิจ 3 ส่วน ซึ่งหนึ่งในนั้นคือหัวเว่ย คอนซูเมอร์ บิสิเนส กรุ๊ป ที่นำเสนอผลิตภัณฑ์ต่างๆ ได้แก่ สมาร์ทโฟน อุปกรณ์บรอดแบรนด์เคลื่อนที่ อุปกรณ์ภายในบ้าน และบริการคลาวด์ หัวเว่ยดำเนินธุรกิจผ่านเครือข่ายทั่วโลกด้วยความเชี่ยวชาญที่สั่งสมมานานกว่า 20 ปีในวงการโทรคมนาคม และมีความมุ่งมั่นเพื่อมอบความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีให้แก่ผู้บริโภคทั่วโลก

รับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://consumer.huawei.com/

ติดตามความเคลื่อนไหวของหัวเว่ย คอนซูเมอร์ บีจี เป็นประจำได้ที่

            เฟซบุ๊ก: facebook.com/HuaweiDevice

            ทวิตเตอร์: twitter.com/HuaweiDevice

            กูเกิลพลัส: google.com/+HuaweiDevice

            ยูทูบ: youtube.com/HuaweiDevice

            ฟลิกเกอร์: flickr.com/HuaweiDevice

เกี่ยวกับ ไลก้า คาเมร่า

 

ไลก้า คาเมร่า เอจี คือผู้ผลิตกล้องถ่ายรูปและกล้องส่องสำหรับกิจกรรมกีฬา (Sport Optics) สำหรับกลุ่มลูกค้าพรีเมียม ซึ่งดำเนินธุรกิจในระดับนานาชาติ ไลก้าเป็นแบรนด์ระดับตำนานที่มีความเป็นเลิศในการผลิตเลนส์ ปัจจุบัน เทคโนโลยีที่เปี่ยมด้วยนวัตกรรมได้ทำให้ผลิตภัณฑ์ของไลก้าสามารถรังสรรค์ภาพถ่ายที่ดีที่สุดในทุกสถานการณ์ ทั้งในแง่ของความงามและการสื่อความหมาย ไลก้า คาเมร่า เอจี มีสำนักงานใหญ่อยู่ในเมืองเวทซลาร์ รัฐเฮสเซิน ประเทศเยอรมนี และมีฐานการผลิตแห่งที่ 2 ในเมืองวิลลา โนวา เดอ ฟามาลิเคา ประเทศโปรตุเกส นอกจากนั้นยังมีสำนักงานสาขาในจีน อังกฤษ ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น สิงคโปร์ สวิตเซอร์แลนด์ เกาหลีใต้ อิตาลี ออสเตรเลีย และสหรัฐอเมริกา ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆที่ทันสมัยของไลก้าเป็นแรงผลักดันให้บริษัทเติบโตอย่างสดใสตลอดหลายปีที่ผ่านมา

 

แหล่งข่าว: หัวเว่ย คอนซูเมอร์ บิสิเนส กรุ๊ป และไลก้า คาเมร่า