ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/204697
29 ก.พ.59 ที่กรมชลประทาน นายณรงค์ ลีนานนท์ รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยภายหลังประชุมคณะอนุกรรมการติดตามวิเคราะห์สถานการณ์น้ำ โดยมีกรมอุตุนิยมวิทยา กรมทรัพยากรน้ำ การไฟฟ้าฝ่ายผลิต (กฟผ.)การประปาส่วนภูมิภาค(กปภ.) และ สำนักสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร ว่าสถานการณ์น้ำในเขื่อนหลัก4 แห่งยังมีน้ำใช้การได้ปริมาณ 2,980 ล้านลบ.ม. ระบายวันละ17.8 ล้านลบ.ม. เขื่อนภูมิพล ระบาย 5 ล้านลบ.ม. เขื่อนสิริกิติ์ ระบาย 10 ล้านลบ.ม. เขื่อนแควน้อยฯ ระบาย 1 ล้านลบ.ม. และเขื่อนป่าสักฯระบาย 1.7 ล้านลบ.ม. ซึ่งได้ปริมาณที่ระบายลงมายืนยันว่าไม่มีการนำไปใช้นอกแผน หรือดักสูบกลางทาง จะคงอัตรการระบายนี้ไปจนถึงเดือน พ.ค.จะสิ้นสุดฤดูแล้ง ส่วนการไฟฟ้าฝ่ายผลิต (กฟผ.)ที่ดูแลเขื่อนภูมิพล สิริกิติ์ ระยุว่า ยังมีระดับน้ำ16%ของเขื่อน สามารถผลิตไฟฟ้าได้
“การระบายน้ำคงปริมาณนี้ไว้สำหรับการทำประปาส่งให้กับ360 สถานีสูบน้ำตลอดลุ่มเจ้าพระยา 22 จ. จนถึงปากคลองสำแล จ.ปทุมธานี แหล่งน้ำดิบผลิตน้ำประปาให้คนกรุงเทพ ไม่ขาดแคลน และผลักดันน้ำเค็ม รักษาระบบนิเวศ โดยวัดระดับที่เหนือเขื่อนเจ้าพระยาในอัตราการไหล 150 ลบ.ม.ต่อวินาที และท้ายเขื่อน 75 ลบ.ม.ต่อวินาที ได้ทำหนังสือขอความร่วมมือผู้ว่าทุกจังหวัด ให้ประสานท้องถิ่น ไม่ให้สูบน้ำเข้าพื้นที่นาปรัง ตอนนี้ทุกพื้นที่ให้ความร่วมมืออย่างดี
ทั้งนี้ได้เตรียมปริมาณน้ำสำรองไว้อีก1,500 ล้านลบ.ม.ในรกรณีฝนมาล่าช้า ช่วงเดือนมิ.ย.และก.ค.อีกด้วย เนื่องจากกรมอุตุนิยมฯคาดการณ์ว่าปริมาณฝนเฉลี่ยปีนี้อยู่ในเกฑณ์น้อยเท่ากับปี58 ในช่วงต้นฤดูฝนเดือนพ.ค.จะมีฝนตกเท่ากับปีที่แล้ว โดยมีน้ำไหลเข้าเขื่อน4 แห่งตอนต้นฤดูประมาณ 150 ล้านลบ.ม.ซึ่งก็ถือว่าเป็นผลดีกับภาคเกษตร สามารถเริ่มฤดูปลูกข้าวนาปีได้ แต่อย่างไรให้เกษตรกรติตตามสภาพอากาศ อย่างใกล้ชิดก่อนลงมือปลูกข้าวเพราะคาดว่า สภาพฝนจะเหมือนกับปี58 กว่าสองเดือนเข้าฤดูฝนเต็มตัว นับว่าเป็นปีฝนน้อยอีกปี ขอวิงวอนทุกคนช่วยกันประหยัดน้ำอย่างจริงจัง ซึ่งประเมินว่าช่วงเดือนมี.ค. เม.ย.จะแล้งจัด ร้อนมาก การระเหยของน้ำมีมาห ชาวนาจะกลัวข้าวตาย อาจสูบน้ำกันเข้านากันในช่วงนั้น ได้ให้ผู้ว่าฯและท้องถิ่นต้องเฝ้าระวัง เพราะกระทบการทำประปาในพื้นที่ด้วย
นายณรงค์ กล่าวว่า ขณะนี้ได้ประกาศพื้นที่ภัยพิบัติ 12 จ. 47 อำเภอ 217 หมู่บ้าน เป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติด้านเกษตรแล้ว 10 จ. และอีก2 จ เป็นภัยพิบัติขาดแคลนน้ำอุปโภค บริโภค คือจ.นครสวรรค์ และอุตรดิตษ์ โดยการประปาส่วนภูมิภาค ได้ลดแรงดันน้ำ และปล่อยน้ำสลับเวลา ซึ่งการประปาฯรายงานว่ามีพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำประปา 11 สาขา เป็นพื้นที่ภาคเหนือ 5 จ. ภาคอีสาน 4 จ. ภาคกลาง 4 จ. และภาคตะวันออก 3 จ. รวมทั้งมีพื้นที่เฝ้าระวังขาดแคลนน้ำประปา 51 สาขา โดยทุกจังหวัดทั่วประเทศ มีผู้ว่าฯเป็นประธาน บูรณาร่วมกับทุกหน่วยงาน ลงพื้นที่แก้ไขอย่างรวดเร็วทำให้ยังไม่วิฤกติ ใช้รถบรรทุกน้ำ ขุดบ่อบาดาล ขุดลอกคลองเชื่อมแหล่งน้ำใกล้เคียง โดยกรมชลฯมีรถบรรทุกน้ำ271 คัน เครื่องสูบน้ำ1,500 เครื่อง นำลงไปช่วยประชาชนได้ทันที
ทั้งนี้กปภ.สาขาที่มีความเสี่ยงสูง 11 สาขา ได้แก่ กปภ.สาขาฉะเชิงเทรา บางคล้า บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา กปภ.สาขาพิมาย จ.นครราชสีมา สาขาศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี สาขาปากท่อ จ.ราชบุรี สาขาสายบุรี จ.ปัตตานี สาขาหนองเรือ จ.ขอนแก่น สาขาแก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ สาขาหนองบัวลำภู จ.หนองบัวลำภู และสาขาท่าตะโก จ.นครสวรรค์
สำหรับ กปภ.สาขาที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด 51 สาขา ครอบคลุมทั่วประเทศ ประกอบด้วย กปภ.สาขาจันทบุรี จ.จันทบุรี สาขาชลบุรี พนัสนิคม บ้านบึง พัทยา จ.ชลบุรี สาขากบินทร์บุรี ปราจีนบุรี จ.ปราจีนบุรี สาขาอรัญประเทศ จ.สระแก้ว สาขานครนายก จ.นครนายก สาขาปักธงชัย จ.นครราชสีมา สาขาคลองหลวง ธัญบุรี ปทุมธานี รังสิต จ.ปทุมธานี สาขาพระนครศรีอยุธยา ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา สาขาชัยบาดาล บ้านหมี่ ลพบุรี จ.ลพบุรี สาขาบ้านหมอ พระพุทธบาท มวกเหล็ก หนองแค จ.สระบุรี สาขาบ้านโป่ง จ.ราชบุรี สาขาอู่ทอง สุพรรณบุรี จ.สุพรรณบุรี สาขากระบี่ จ.กระบี่ สาขากันตัง จ.ตรัง สาขาเกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี สาขาตะกั่วป่า ท้ายเหมือง จ.พังงา สาขานครศรีธรรมราช จ.นครศรีธรรมราช สาขาเมืองพล จ.ขอนแก่น สาขาจัตุรัส จ.ชัยภูมิ สาขาบ้านผือ อุดรธานี จ.อุดรธานี สาขาพังโคน จ.สกลนคร สาขาหนองบัวลำภู(หน่วยบริการโนนสัง นากลาง ศรีบุญเรือง) จ.หนองบัวลำภู สาขารัตนบุรี สุรินทร์ จ.สุรินทร์ สาขาอำนาจเจริญ จ.อำนาจเจริญ สาขาเดชอุดม อุบลราชธานี จ.อุบลราชธานี สาขาเลิงนกทา จ.ยโสธร สาขานางรอง จ.บุรีรัมย์ สาขาเชียงใหม่ แม่ริม จ.เชียงใหม่ สาขาพะเยา จ.พะเยา สาขาแพร่ จ.แพร่ สาขาลำพูน จ.ลำพูน และสาขาชนแดน จ.เพชรบูรณ์