ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/204271
26 ก.พ. 59 พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงสถานการณ์วิฤกติภัยแล้งว่าขณะนี้กระทรวงเกษตรฯ มีแผนเพื่อการบริหารจัดการน้ำทั่วประเทศ โดยได้สำรวจพบพื้นที่ที่คาดว่าจะมีความเสี่ยงขาดแคลนน้ำในช่วง 3 เดือนนี้ จำนวนทั้งสิ้น 391 อำเภอทั่วประเทศ ได้เร่งดำเนินการช่วยเหลือในพื้นที่เสี่ยงดังกล่าวอย่างเร่งด่วน เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบน้ำอุปโภคบริโภค ท้ังนี้ไม่สามารถส่งน้ำทำการเกษตรได้ เพราะมีปริมาณน้ำในเขื่อนจำกัดและยังไม่มีปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนจำเป็นต้องรักษาปริมาณน้ำไว้ใช้ได้ถึงสิ้นเดือน ก.ค.59 สำหรับสถานการณ์น้ำ ในวันนี้มีปริมาณน้ำใช้การได้ทั้งนอกและในเขตชลประทาน 18,613 ล้าน ลบ.ม. ขณะที่ปริมาณความต้องการใช้น้ำทั้งประเทศ 15,487 ล้าน ลบ.ม.
“ประชาชนไม่ต้องห่วงเรื่องจะขาดแคลนน้ำกินน้ำใช้ ได้เตรียมแหล่งน้ำไว้แล้ว จากบ่อบาดาล และสนับสนุนรถบรรทุกน้ำจากทุกหน่วยงานเข้าช่วยเหลืออย่างเต็มที่ทุกพื้นที่ เริ่มจากวันที่1 มี.ค. เป็นต้นไป ส่วนการปลูกพืชไร่ต่อเนื่องยังไม่เหมาะสมที่จะปลูกในขณะนี้ ขอให้ทุกภาคส่วนตระหนักถึงการใช้น้ำประหยัดอย่างจริงจังด้วย”พล.อ.ฉัตรชัย กล่าว
รมว.เกษตรฯ กล่าวว่า โดยขณะนี้มีการประกาศเขตพื้นที่ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน(ภัยแล้ง) แล้ว จำนวน 12 จังหวัด 46 อำเภอ 216 ตำบล 1,893 หมู่บ้าน ได้แก่ จังหวัด เชียงใหม่ อุตรดิตถ์ พะเยา สุโขทัย นครสวรรค์ นครราชสีมา นครพนม มหาสารคาม บุรีรัมย์ กาญจนบุรี เพชรบุรี และสระแก้ว โดยพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายมากที่สุด คือ จ.นครราชสีมา มีจำนวน 10 อำเภอ 62 ตำบล 659 หมู่บ้านและยังมีพื้นที่ที่เสี่ยงใกล้วิกฤตภัยแล้ง จำนวน 28 จังหวัด
ทั้งนี้ในส่วนมาตรการช่วยเหลือเพื่อบรรเทาผลกระทบจากภัยแล้ง ได้ร่วมบูรณการจากทุกกระทรวงโดย กระทรวงมหาดไทย ได้ดำเนินการ 4 โครงการ ได้แก่ โครงการตามมาตรการส่งเสริมความเป็นอยู่ระดับตำบล (ตำบลละ 5 ล้าน) โครงการมาตรการสำคัญเร่งด่วนเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรและคนยากจน(กยจ.) โครงการสนับสนุนการจัดการเครื่องจักรกลการเกษตร และมาตรการกระตุ้นการลงทุนขนาดเล็กของรัฐบาล ซึ่งได้เร่งรัดดำเนินการอย่างเต็มที่ กระทรวงกลาโหม 1 โครงการ ได้แก่ โครงการราษฏร์-รัฐ ร่วมใจสู่ภัยแล้ง กระทรวงการคลัง มี 3 โครงการ ได้แก่ โครงการสินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายฉุกเฉินของเกษตรกรที่ประสบภัยแล้ง โครงการสินเชื่อ 1 ตำบล 1 SME และโครงการชุมชนปรับเปลี่ยนการผลิตสู้วิกฤตภัยแล้ง ในพื้นที่ประสบภัยแล้งในลุ่มน้ำเจ้าพระยาและลุ่มแม่น้ำแม่กลอง 26 จังหวัด จำนวน 1 แสนราย
รมว.เกษตรฯ กล่าวต่อว่า ขณะที่การดำเนินการ 8 มาตรการของกระทรวงเกษตรฯ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง อาทิ มาตรการส่งเสริมความรู้และสนับสนุนปัจจัยการผลิต มาตรการชะลอหรือขยายเวลาชำระหนี้ มาตรการจ้างงาน มาตรการเสนอโครงการการพัฒนาอาชีพตามความต้องการของชุมชน มาตรการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำ มาตรการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุน มาตรการเสริมสร้างสุขภาพและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน และมาตรการสนับสนุนอื่นๆ โดยทั้งหมดนี้อยู่ในระหว่างการดำเนินการอย่างเต็มที่ ซึ่งบางโครงการได้ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว และบางโครงการอยู่ในระหว่างดำเนินการประมาณร้อยละ 50-70 อย่างไรก็ตาม มาตรการช่วยเหลือเกษตรกรที่ผ่าน ครม. แล้ว บางมาตรการอาจติดขัดล่าช้าในกระบวนการเบิกจ่าย ตนได้หารือกับสำนักงบประมาณ ในการเร่งรัดการดำเนินงานการเบิกจ่ายเพื่อช่วยเหลือลงพื้นที่ในระยะที่กำลังเดือดร้อนปัจจัยการผลิตต่างๆถึงมือเกษตรกรให้รวดเร็วยิ่งขึ้นจะได้มีรายได้ช่วงงดทำนา และมาตรการบรรเทาความเดือดร้อนแก้ไขภัยแล้งทั้งหมดนายกรัฐมนตรี ต้องให้จบสิ้นภายในเดือนนี้