ปรับวิถีเกษตรกรสระบุรี เพาะต้นอ่อนพืชรุกตลาดสุขภาพแทนปลูกนาปรัง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/202890

news_default

วันพฤหัสบดี ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559, 06.00 น.

นายวิเชียร พุฒิวิญญู ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้สำนักงานเกษตรจังหวัดสระบุรี ดำเนินการส่งเสริมเกษตรกรในพื้นที่ปรับเปลี่ยนวิถีการเกษตรจากการทำนาปรัง มาปลูกพืชใช้น้ำน้อย อาทิ ฟักทอง พืชตระกูลถั่ว ซึ่งหนึ่งในกิจกรรมที่มีการดำเนินการ คือ การรวมกลุ่มเพื่อผลิตต้นอ่อนพืช โดยระดมหุ้นและจดทะเบียนเป็นวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเกษตรกรรุ่นใหม่ไร้สารพิษ ต.ธารเกษม ซึ่งมีการปฏิบัติตามมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับพืช GAP พืชอาหาร (มกษ.9001-2556)

ด้านนายเกษม ไตรพิจารณ์ เกษตรจังหวัดสระบุรี กล่าวว่า วิสาหกิจชุมชนกลุ่มดังกล่าว มีการดำเนินการผลิตอย่างมีระบบตั้งแต่การเตรียมเมล็ดพันธุ์จนถึงการเก็บเกี่ยว ให้มีความปลอดภัยต่อเกษตรกร สิ่งแวดล้อม และได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ มีกระบวนการการเก็บรักษาและขนส่งต้นอ่อนพืช ทำการล้างด้วยน้ำสะอาด และผึ่งในร่มให้สะเด็ดน้ำ วางพักผลผลิตบนที่วางที่สะอาด และคัดแยกผลผลิตก่อนบรรจุผลผลิตในบรรจุภัณฑ์ และชั่งน้ำหนัก จากนั้นนำผลผลิตที่บรรจุในบรรจุภัณฑ์แล้วนำไปแช่ตู้แช่เพื่อรักษาความสดของต้นอ่อนพืชก่อนส่งขาย

ทั้งนี้การผลิตต้นอ่อน เป็นการทำเกษตรที่ไม่ยุ่งยาก เกษตรกรสามารถเตรียมเมล็ดพันธุ์ที่มีคุณภาพ ซึ่งมีจำหน่ายในร้านจำหน่ายปัจจัยการผลิตทั่วไป จากนั้นนำมาทำความสะอาดอีกครั้งก่อนนำไปเพาะในวัสดุเพาะที่ปราศจากการปนเปื้อน โดยการโรยเมล็ดพันธุ์ให้เมล็ดเรียงกันจนมองไม่เห็นวัสดุเพาะ จากนั้น โรยด้วยวัสดุเพาะอีกครั้งให้หนาพอประมาณ รดน้ำให้ชุ่มแล้วนำไปวางบนชั้นวางภาชนะแล้วใช้ผ้าสะอาดคลุมภาชนะเพาะต้นอ่อนพืชหลังจากเพาะไปได้ 2 วัน ให้เปิดผ้าคลุมออกแล้วรดน้ำเช้า-เย็น ซึ่งเป็นการให้น้ำแบบน้ำฝอย จึงไม่จำเป็นต้องใช้น้ำในปริมาณมาก เหมาะอย่างยิ่งในภาวะที่มีภัยแล้งอย่างนี้ เมื่อต้นอ่อนพืชอายุประมาณ 7-10 วัน ก็สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตจำหน่ายได้ ซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาดคนรักสุขภาพเป็นอย่างมาก

“การเพาะต้นอ่อนพืช เป็นอีกทางเลือกหนึ่งให้เกษตรกรที่สนใจจะปรับเปลี่ยนวิถีการทำการเกษตรจากทำนาปรังมาเป็นการเพาะปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อย เพราะการเพาะต้นอ่อนพืชมีช่วงอายุในการเพาะปลูกสั้น เพียง 7-10 วันก็สามารถเก็บเกี่ยวได้ และมีตลาดรับซื้อที่แน่นอน ในกลุ่มผู้บริโภคที่ต้องการความปลอดภัย และสุขภาพที่ดี” เกษตรจังหวัดสระบุรี กล่าว

Leave a comment