ส่องเกษตร : เร่งแก้เหลื่อมล้ำตั้งแต่เด็ก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/262647

วันพุธ ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

449007

สัปดาห์ที่แล้ว สศก.-สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรโดยท่านเลขาธิการ-จริยา สุทธิไชยา ได้แถลงข่าวดัชนีราคาสินค้าเกษตรเดือนกุมภาพันธ์ 2560 ปรากฏว่า รายได้เกษตรกรโดยรวมปรับตัวเพิ่มขึ้น ทั้งคาดว่า รายได้เกษตรกรเดือนมีนาคมนี้ ยังคงขยายตัวเพิ่มขึ้นต่อ นับเป็นข่าวที่น่ายินดี

ลองดูรายละเอียดสักนิด…ภาพรวมดัชนีราคาสินค้าเกษตร ก.พ.2560 เพิ่มขึ้น 12.72% จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา (ก.พ. 2559) แต่เทียบกับ ม.ค.2560 ดัชนีราคาลดลงเล็กน้อย 0.39% โดยสินค้าที่ราคาสูงขึ้นได้แก่ ยางพารา,ปาล์มน้ำมัน,กุ้งขาวแวนนาไม, ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ส่วนที่ราคาลดลง ได้แก่ มันสำปะหลัง,สับปะรดโรงงาน,หอมแดง ทั้งคาดว่าเดือนมี.ค.นี้ ดัชนีราคาจะเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับมี.ค. 2559 ซึ่งสินค้าที่ราคาเพิ่มขึ้นได้แก่ ยางพารา,อ้อย,กุ้งขาวแวนนาไม และปาล์มน้ำมัน

ด้านดัชนีผลผลิตสินค้าเกษตร ก.พ.2560 เพิ่มขึ้น 8.16% เมื่อเทียบกับก.พ.ปีที่ผ่านมา สินค้าที่ผลผลิตเพิ่มได้แก่ ปาล์มน้ำมัน,ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์, สุกร และกุ้งขาวแวนนาไม ส่วนที่ลดลง ได้แก่ ยางพารา แต่เมื่อเทียบกับม.ค.2560 ดัชนีผลผลิตฯลดลงเล็กน้อย 0.72% อย่างไรก็ตามคาดว่า เดือนมี.ค.นี้ ผลผลิตจะเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับมี.ค.2559 ได้แก่ อ้อยโรงงาน ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ สุกร หอมแดง และกุ้งขาวแวนนาไม

เมื่อทั้งราคาและผลผลิตต่างเพิ่มขึ้น ทำให้ภาพรวมดัชนีรายได้เกษตรกรเดือนก.พ.2560 จึงเพิ่มขึ้นจากก.พ.2559 มากถึง 21.91% ทั้งคาดว่าเดือนมี.ค.2560 รายได้เกษตรกรยังคงขยายตัวขึ้นเมื่อเทียบกับมี.ค.2559 เป็นผลจากดัชนีผลผลิตและดัชนีราคายังปรับตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งจะสะท้อนถึงกำลังซื้อของครัวเรือนภาคเกษตรที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

การที่เกษตรกรซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศไทยมีรายได้เพิ่มขึ้น มีกำลังซื้อสูงขึ้น แน่นอน ย่อมส่งผลดีต่อเศรษฐกิจของประเทศ แต่ตัวเลขที่ดีขึ้น 1-2 เดือน ยังไม่เพียงพอ ต้องพยายามดูแลเดือนต่อๆให้ดีขึ้นหรือทรงตัว ให้ได้ตลอดทั้งปี อย่าได้ทรุดลงไปมากๆอีก ถ้าทำได้ ปีนี้ก็น่าจะเห็นภาพพี่น้องเกษตรกรยิ้มได้สดใสยิ่งขึ้น และเศรษฐกิจไทยคงจะฟื้นดียิ่งขึ้นตามไปด้วย

และการที่เกษตรกรมีรายได้ที่ดีขึ้น ยังจะช่วยลดปัญหาของประเทศในทุกๆด้านโดยเฉพาะปัญหา “ความเหลื่อมล้ำ” ที่เป็นต้นตอให้เกิด “วิกฤติ” ชาติมาโดยตลอด

ผมเองหลังจากได้รับฟัง ม.ร.ว.ดิศนัดดา ดิศกุล เลขาฯมูลนิธิปิดทองหลังพระสืบสานแนวพระราชดำริไปพูดเรื่อง“สื่อมวลชนกับการสืบสานพระราชปณิธานในหลวงรัชกาลที่ ๙” ในงานวันนักข่าวที่ผ่านมา ผมก็ตั้งใจว่า จะพยายามทำหน้าที่สื่อสะท้อนปัญหา“ความเหลื่อมล้ำ” ในทุกวาระที่มีโอกาสเพื่อกระตุ้นให้สังคมได้ตระหนัก นำไปสู่การร่วมกันแก้ไขต่อไป เฉกเช่นที่ในหลวงรัชกาลที่ ๙ ทรงทุ่มเทดำเนินพระราชกรณียกิจเพื่อแก้ไขปัญหานี้ตลอด 70 ปีแห่งการครองราชย์

เลยขอถือโอกาสนี้นำข้อมูลที่องค์การยูนิเซฟและสำนักงานสถิติแห่งชาติได้สำรวจสถานการณ์เด็กและสตรีในประเทศไทยล่าสุด ที่เพิ่งแถลงเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยได้จัดเก็บข้อมูลเกี่ยวกับเด็กและสตรีด้านต่างๆ เช่น สุขภาพ,พัฒนาการ,การศึกษา และการคุ้มครองเด็ก จากกว่า 28,000 ครัวเรือน ทั่วประเทศ ระหว่างพ.ย.2558 ถึงมี.ค.2559 พอสรุปได้ว่า แม้หลายๆด้านจะมีพัฒนาการที่ดีขึ้น แต่เมื่อดูในรายละเอียด ผลสำรวจยังสะท้อนให้เห็น“ความเหลื่อมล้ำ” ที่น่ากังวล ชี้ให้เห็นว่า เด็กและเยาวชนในพื้นที่ชนบท,ในครอบครัวยากจน และเด็กที่พ่อแม่ขาดการศึกษา ยังล้าหลังทั้งด้านสุขภาพ,การศึกษา และพัฒนาการโดยรวม เมื่อเทียบกับเด็กกลุ่มอื่นๆ

เช่น ผลสำรวจชี้ว่า เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปีในไทยราว 1 ใน 10 มีภาวะเตี้ยแคระแกร็น ความสูงต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน อัตรานี้สูงขึ้นในเด็กที่แม่ไม่มีการศึกษา เด็กในครัวเรือนยากจนมีน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน มีภาวะเตี้ยแคระแกร็นสูงกว่าเด็กกลุ่มอื่น นอกจากนี้ 1 ใน 5 ของเด็กอายุต่ำกว่า 17 ปีหรือราว 3 ล้านคนไม่ได้อยู่กับพ่อ-แม่ ทั้งๆที่พ่อ-แม่ยังมีชีวิตอยู่ สูงสุดอยู่ในภาคอีสานและกลุ่มเด็กจากครัวเรือนยากจนมาก ชี้ให้เห็นว่า เด็กในชนบทและครอบครัวยากจน ต้องเผชิญเส้นทางชีวิตยากลำบากที่สุดในการเติบโตขึ้นมา

นายโธมัส ดาวิน ผู้แทนองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทยระบุว่า ผลสำรวจครั้งนี้ตอกย้ำความเป็นอยู่ที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิงของเด็กกลุ่มต่างๆ ขึ้นอยู่กับพื้นที่อาศัย,ชาติพันธุ์,รายได้ครอบครัวและระดับการศึกษาของแม่ ความไม่เท่าเทียมนี้ ถือเป็นเรื่องที่ต้องแก้ไขอย่างจริงจังและเร่งด่วน

ความเหลื่อมล้ำตั้งแต่เด็ก โตไปก็ยิ่งเหลื่อมล้ำ จึงต้องช่วยกันแก้ไขตั้งแต่เด็กๆ นี่แหละครับ

สาโรช บุญแสง

Leave a comment