ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/262646
วันพุธ ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

จากนโยบายของ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ต้องการให้ทุกหน่วยเร่งให้ความช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนเกษตรกรรับมือสถานการณ์ภัยแล้งที่กำลังจะมาถึง กรมพัฒนาที่ดิน ได้ให้เจ้าหน้าที่เข้าไปให้ความรู้กับเกษตรกร เกี่ยวกับวิธีการรักษาความชื้นของดินและการจัดการน้ำอย่างประหยัดในพื้นที่แห้งแล้งที่ถูกต้องไม่ยุ่งยากและมีหลายวิธี เบื้องต้นสามารถปฏิบัติ ดังนี้
1.การให้น้ำแบบประหยัดเหนือผิวดิน เป็นการให้น้ำแก่พืชครั้งละน้อยๆ แต่บ่อยครั้งด้วยอัตราที่ต่ำ เช่น วิธีการให้น้ำแบบหยด การให้น้ำแบบมินิสปริงเกอร์ ซึ่งช่วยประหยัดน้ำได้มาก การระเหยน้ำจากผิวดินน้อยกว่าการให้น้ำวิธีอื่นๆ โดยต้องมีแหล่งเก็บกักน้ำ เครื่องสูบน้ำ และอุปกรณ์อื่นๆ ซึ่งปัจจุบันราคาถูกลงมากและมีจำหน่ายแพร่หลาย อายุการใช้งานนานหลายปี เกษตรกรที่ปลูกผักและไม้ผลโดยใช้ระบบน้ำหยดแบบประหยัด เพิ่มผลผลิตได้มากขึ้น ใช้ได้กับดินทุกประเภท ประหยัดแรงงาน เวลา และพลังงาน
2.การให้น้ำใต้ผิวดิน เหมาะกับไม้ผล ไม้ยืนต้น ที่ค่อนข้างทนแล้งและเพิ่งปลูกใหม่ เพื่อให้ตั้งตัวได้ในระยะแรกปลูก 2-3 ปีแรก จากนั้นก็ปล่อยตามธรรมชาติ เช่น การให้น้ำด้วยการใช้แกลลอนน้ำมันเครื่องที่เจาะรูด้านข้าง แล้วใช้ด้ายดิบเส้นใหญ่ตัดให้ยาว 1 นิ้ว มาอุดรู้ที่เจาะไว้ให้แน่นเมื่อใส่ในแกลลอนน้ำจะค่อยๆ หยดออกมาตามเส้นด้าย นำแกลลอนไปฝังดินห่างจากโคนต้น 1 คืบ โดยหันด้านที่น้ำหยดเข้าหาโคนต้น การฝังแกลลอนควรให้ปากแกลลอนโผล่พ้นผิวดินเล็กน้อย เพื่อความสะดวกในการเติมน้ำ
3.การให้น้ำแบบประหยัดใต้ผิวดิน ได้แก่ การให้น้ำด้วยตุ่มดินเผา นำตุ่มดินเผาที่มีรูพรุนความจุ 5-7 ลิตรมาฝังดินใกล้โคนต้นพืชโดยให้ฝาตุ่มอยู่ในระดับผิวดินใส่น้ำให้เต็มแล้วปิดฝาป้องกันการระเหย น้ำจากตุ่มจะค่อยๆ ซึมออกมาทางรูพรุนรอบตุ่ม เมื่อน้ำหมดก็ค่อยเติมน้ำให้เต็ม นอกจากการให้น้ำด้วยวิธีประหยัดแล้ว ทุกวิธีการเกษตรกรควรจะมีการใช้วัสดุคลุมดินด้วย เช่น ฟางข้าว หญ้าแห้ง ใบหญ้าแฝกให้คลุมบริเวณทรงพุ่มรักษาความชื้น เว้นช่วงระยะเวลาการให้น้ำได้ยาวนานยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ขอความร่วมมือทุกภาคส่วนร่วมกันใช้น้ำอย่างประหยัด คุ้มค่า และมีประสิทธิภาพมากที่สุด เพื่อให้มีน้ำอุปโภคบริโภคและรักษาระบบนิเวศเพียงพอตลอดช่วงฤดูแล้ง