ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/262649
วันพุธ ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.
กรมส่งเสริมการเกษตร เตือนเกษตรกรอย่าเสี่ยงทำนารอบที่ 3 ย้ำน้ำเหลือน้อยมาก เสี่ยงได้รับความเสียหายหนักสั่งล็อกเป้าพื้นที่ 5 จังหวัด “เชียงใหม่-พระนครศรีอยุธยา-สระบุรี-ร้อยเอ็ด-ชัยนาท” ส่งเสริมปลูกพืชอายุสั้น ใช้น้ำน้อย โดยเฉพาะพืชไรตระกูลถั่วทดแทน พร้อมสนับสนุนกิจกรรมอาชีพเสริมอื่นช่วงฤดูแล้งลดความเสี่ยงปลูกพืชจนเสียหาย
นายสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า จากปริมาณฝนตกสะสมในปี 2559 ส่งผลให้ปริมาณน้ำฝนที่สะสมทั้งปีสูงกว่าค่าเฉลี่ยร้อยละ 8 และสูงกว่าปี2558 ร้อยละ 21 ทำให้ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั้งประเทศโดยรวมอยู่ในเกณฑ์ดี ทำให้พื้นที่ปลูกข้าวนาปรังทั้งประเทศของปี 2559/60 เมื่อเปรียบเทียบกับแผนการปลูกข้าวนาปรังพบว่าสูงกว่าแผนที่กำหนดไว้ ประกอบกับในบางพื้นที่ได้มีการเก็บเกี่ยวข้าวนาปรังแล้ว ทำให้มีแนวโน้มสูงที่จะมีการปลูกข้าวรอบที่ 3 จึงมีความเสี่ยงที่จะเกิดความเสียหายจากการขาดแคลนน้ำได้ โดยเฉพาะในพื้นที่นอกเขตชลประทาน ที่มีการใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ำธรรมชาติ สระน้ำ หรือน้ำใต้ดิน
ด้วยเหตุนี้กรมส่งเสริมการเกษตรจึงเตรียมมาตรการลดความเสี่ยงในการปลูกข้าวรอบที่ 3 ในช่วงฤดูแล้ง ปี 2559/2560 เป้าหมายคือพื้นที่ในเขตและนอกเขตชลประทานที่มีแนวโน้มที่จะปลูกข้าวในรอบที่ 3 ในพื้นที่ 5 จังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดสระบุรี จังหวัดร้อยเอ็ด และจังหวัดชัยนาท เกษตรกร 10,500 ราย พื้นที่รวม 215,242 ไร่ โดยมุ่งเน้นไปที่การส่งเสริมการปลูกพืชที่สอดคล้องกับปริมาณน้ำต้นทุน ศักยภาพของพื้นที่ และช่วงเวลาที่เหมาะสม เพื่อลดความเสี่ยงจากการแคลนน้ำในช่วงฤดูแล้งที่จะส่งผลกระทบต่อกิจกรรมการเกษตรและเกิดความเสียหาย ซึ่งการใช้มาตรการดังกล่าวด้วยการส่งเสริมการปลูกพืชที่มีความเหมาะสมกับพื้นที่และการใช้น้ำ น่าจะช่วยลดความเสี่ยงที่จะแคลนน้ำในช่วงหน้าแล้งได้ดีกว่าที่จะมีการปลูกข้าวแล้วเกิดความเสียหายตามมาในภายหลัง
นอกจากมาตรการส่งเสริมการปลูกพืชดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น กรม ยังใช้แนวทางการสนับสนุนกิจกรรมอาชีพเสริมเพื่อพัฒนาเกษตรกรไปพร้อมๆกัน เป็นการเสริมสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรที่ทำกิจกรรมด้านการเกษตรในช่วงฤดูแล้ง อาทิ การแปรรูปผลผลิต 15 กลุ่ม หัตถกรรม/จักสาน 5 กลุ่ม ซ่อมเครื่องจักรกลการเกษตร หรือช่างเกษตรประจำหมู่บ้านจำนวน 100 คน โดยมาตรการดังกล่าวจะมีขั้นตอนการดำเนินงานคือ ประชุมชี้แจงการดำเนินงานให้กับเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องได้รับทราบ จากนั้นก็จะวิเคราะห์พื้นที่เป้าหมายและเลือกกิจกรรมทางเลือกให้เหมาะสมแต่ละพื้นที่ ประชาสัมพันธ์การรับสมัครเกษตรกรเข้าร่วมโครงการ ดำเนินการสนับสนุนปัจจัยการผลิตและฝึกอบรมให้ความรู้กับเกษตรกร และมีการติดตาม ประเมินผล พร้อมทั้งรายงานผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง
