ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/263461
วันจันทร์ ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ตามติดตามเรื่องงานการกระทรวงเกษตรฯ กันมาติดๆ ต้องบอกว่า หลายเรื่องมึนกับนโยบายปลายทางในการช่วยเหลือเกษตรกรของกระทรวงเกษตรจริงๆว่า วันนี้กระทรวงเกษตรยึดหลักอะไรในการทำงาน ที่บอกว่า อย่างนี้มันมีที่มานั้นคือ สัปดาห์ที่ผ่านมากระทรวงเกษตรฯมีการประชุมหัวหน้าส่วนราชการ ที่มีท่านรัฐมนตรี พลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ นั่งหัวโต๊ะ และจบด้วยการแถลงข่าว ถึงการประชุม พร้อมด้วยการชี้แจงเรื่องที่สังคม อยากได้ความกระจ่าง และหนึ่งในจำนวนนั้นคือ เรื่องของการอนุญาตการใช้พื้นที่ของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ว่าทำได้หรือเหมาะสมหรือไม่ หลังจากที่ศาลปกครอง มีการตัดสินว่า กังหันลม ในพื้นที่จังหวัดชัยภูมิ ที่ขอใช้พื้นที่ ผิดและควรยกเลิก อันเกิดจากประชาชนในพื้นที่ ไม่ได้รับผลประโยชน์นั้นเอง ซึ่งทันทีที่มีคำสั่งดังกล่าว ทำให้มีการตั้งคำถามมากมายว่า ส่วนที่เหลืออีกทั้งหมด อีก 10 แห่งที่ทั้งสร้างไปแล้วผลิตไฟฟ้าได้แล้ว จะเข้าข่ายเดียวกันหรือไม่ ว่าทำไมต้องยกเลิก เพราะอันเป็นเหตุว่า คำสั่งศาลปกครองมันต้องผูกพันกับกรณีลักษณะกิจการที่คล้ายกันนั้นเอง
ต้องบอกว่า คำตอบมีชัดเจนเมื่อ “สมปอง อินทร์ทอง” เลขาฯ ส.ป.ก. จ้อกับสื่อว่า ทั้งหมดทั้งมวลที่เหลือ มันสามารถดำเนินกิจการได้ต่อไป ไม่ต้องหยุดกิจกรรม เพราะทั้งหมด มีการขออนุญาตเป็นขั้นเป็นตอน ที่สำคัญคือ ประชาชนในพื้นที่ได้ประโยชน์มากมายก่ายกองจากการใช้พื้นที่ใต้กังหันลม เพราะบางรายที่ทางบริษัทกังหันลมขอใช้พื้นที่นั้น เขามีรายได้มากถึงปีละกว่า 1 แสน 5 หมื่นบาทต่อปี ทำให้ทั้งครอบครัวเขากินดีอยู่ดีมีเงินส่งลูกจนจบปริญญาตรีแบบสบายๆ และเงินที่ได้ก็นำไปพัฒนาอย่างอื่นได้ อย่างเป็นล่ำเป็นสัน…ทีเดียว และไม่ใช่จบแค่นั้น ชุมชนในพื้นที่ใกล้เคียงกับกังหันลม ยังได้ถนนหนทางไฟสว่าง โล่งแจ้งจางปาง แบบว่าดีเลิศ หรูกว่าทำนา ทำไร่ทำนาอย่างอื่น งานนี้ต้องบอกว่า….โฮ้..พระสงฆ์เป็นไปได้อย่างไรกันนี้ เพราะหลายที่ยังมีแว่วว่า สร้างผลกระทบหลายสิ่งหลายอย่าง เพราะพื้นที่ใกล้เคียงกังหันลม ก็มีคนบางคนหละครับที่ส.ป.ก. เขาแอบบอกกระจอกข่าวว่า มันทำการเกษตรไม่ได้ต้องระวังเป็นพิเศษไม่งั้นจะกระทบต่อกังหันลมที่ลงทุนสูงลิบนั้นเอง ไม่ใช่ทำการเกษตรได้ต้องไปดูข้อมูลให้ดี อ้าวยังไงหละคราวนี้ ท่าน “สมปอง” แต่ที่แน่ๆ ทันทีที่มีการการันตีว่าทำได้ เล่นเอาแค่วันเดียวผลประโยชน์ ก็เกิดขึ้นมหาศาล แต่มันไม่ใช่กับเกษตรกรดอกนาย เพราะคนที่ได้ เขาคือคนรวยรวยยังไง ก็ดูสิครับท่าน ทันทีที่ “สมปอง” บอกว่า กังหันลมทำได้ ก็มีรายได้กับคนบางกลุ่มทันที เพราะหุ้น ของกลุ่มที่เกี่ยวเนื่องกังหันลมก็นำโด่งในกระดาน อย่างนี้ใครได้ประโยชน์ กันหละขอรับ คิดกันให้ดี
งานนี้ต้องบอกว่ามันมีที่มาที่ไปมีคนแอบกระชิบว่า หากอยากหาเงินเข้ารัฐจริงทำไมท่าน เลขาฯส.ป.ก. ไม่เสนอให้รัฐมนตรียกที่ให้กรมธนารักษ์เขาเป็นคนจัดการ ไม่ใช่ส.ป.ก. มาทำเอง หากยึดผลประโยชน์ประเทศเป็นหลัก เพราะมันมีขบวนการจัดการที่ชัดเจนและเรื่องนี้เคยมีแนวคิดมาก่อนที่จะมีรัฐมนตรีชื่อ “ฉัตรชัย” เพราะขบวนการจัดเก็บรายได้เข้าประเทศ มีศักยภาพว่า ส.ป.ก.ลองไปดูกันนะขอรับ ที่ตั้งเสาส่งสัญญาณต่างๆ ที่บริษัท ที่ประกอบธุรกิจโทรคมนาคมเช่าชาวบ้านอยู่เขาคิดอัตราเท่าไหร่ แต่ที่แน่ๆ ไม่น่าจะใช่35,000 บาทต่อไร่ต่อปี เหมือนที่กังหันลมเช่าที่ส.ป.ก. แน่นอน และต้องถามกันให้ชัดเจนว่า ทำไมเอกชนถึงจ้องเช่าแต่ที่ส.ป.ก. เพราะอะไร ทั้งที่เอกชนใกล้เคียง มันก็ยังพอมี มันไม่น่าจะเกี่ยวกันทิศทางลมอย่างเดียว ถ้าดีเลิศอย่างนี้ สร้างรายได้งามให้กับเกษตรกรอย่างนี้ ส่งเสริมทำแปลงใหญ่กังหันลมเลยดีไหมครับท่าน
และสุดท้ายต้องบอกว่า กังหันลมไม่น่าจะเป็นเรื่องเดียวที่ส.ป.ก. กำลังจะอญุญาต เพราะแว่วว่า ท่าน “สมปอง” กำลังจะพิจารณาอนุญาตให้ประกอบกิจการอื่นที่ไม่ใช่เกษตรกรรมในพื้นที่ ส.ป.ก.ได้ แต่ต้องเปลี่ยนชื่อให้งามแงะ แค่นั้นเอง เบื้องแรกอาจเอาเรื่องรีสอร์ทเสียก่อน ซึ่งอาจจะเปลี่ยนชื่อเป็นโอมสเตย์ อย่างนี้ และอาจจะทำนวด…ไปด้วย เพราะเป็นกิจกรรมเกี่ยวเนื่อง…ยังไง ไอเดียดีไหมคะท่านท่านเกษตรกร และที่กำลังอยากเป็นเกษตรกรอ้าวยังไงเตรียมเฮครับพี่น้อง เกษตรกรไทยเราจะรวยกันแล้ว แล้วอย่างนี้ อยากถามดังๆ ว่าจากนี้ไป นิยามคำว่าเกษตรกรและคุณสมบัติของเกษตรกรเดิมยึดตามหลักเดิมไหมครับท่านเลขาฯ “สมปอง” เผื่อ อยากเป็นเกษตรกรกับเขาบ้างครับ จะได้เข้าถูกที่ถูกเวลาจะได้เปลี่ยนอาชีพนะครับท่าน เผื่อรวย…
ราชดำเนิน