ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/266932
ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์ รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า กรมชลประทานได้ดำเนินการศึกษาทบทวนความเหมาะสมและวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) โครงการบรรเทาอุทกภัยในลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่างทั้งฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตก
เพื่อเพิ่มศักยภาพการระบายน้ำเหนือสู่ทะเล โดยพื้นที่ฝั่งตะวันออก ปัจจุบันมีศักยภาพระบายน้ำ 150 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ต่อวินาที ไม่สามารถรองรับน้ำเหนือในปริมาณมากได้ กรมชลประทานจึงมีแผนที่จะสร้างคลองระบายควบคู่กับคลองส่งน้ำชัยนาท-ป่าสัก ซึ่งจะสามารถระบายน้ำได้ถึง 800 ลบ.ม.ต่อวินาที อย่างไรก็ตาม ปริมาณน้ำที่จะระบายเพิ่มขึ้นดังกล่าว จำเป็นต้องหาแนวทางระบายออกสู่ทะเลเพิ่มขึ้นด้วย ซึ่งกรมชลประทานได้ศึกษาไว้ 3 แนวทางคือ
1.ปรับปรุงโครงสร้างระบบชลประทานเดิมที่มีอยู่ ที่ระบายน้ำผ่านทางคลองระพีพัฒน์และคลองสาขาต่างๆ แต่จะเพิ่มศักยภาพการระบายน้ำจากปัจจุบัน 210 ลบ.ม.ต่อวินาที เป็น 400 ลบ.ม.ต่อวินาทีเท่านั้น เพราะมีการก่อสร้างอาคาร บ้านเรือน รอบแนวคลองชลประทานเกือบทั้งหมด ทำให้ไม่สามารถขยายคลองได้
2.สร้างคลองระบายน้ำสายใหม่จากแม่น้ำป่าสักลงสู่ทะเลโดยตรง สามารถระบายน้ำได้สูงสุดประมาณ 600 ลบ.ม.ต่อวินาที แนวทางนี้จำเป็นต้องมีเขื่อนทดน้ำสักเหนือเขื่อนพระราม 6 เพิ่มอีกแห่ง ซึ่งคลองสายใหม่ดังกล่าว นอกจากช่วยตัดยอดน้ำแล้วยังใช้ระบายน้ำจากแม่น้ำป่าสักลงสู่ทะเลโดยไม่ผ่านแม่น้ำเจ้าพระยา ขณะนี้ศึกษา EIA เสร็จเรียบร้อยแล้ว อยู่ระหว่างจัดทำเอกสารส่งให้ สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(สผ.)
3.สร้างคลองระบายน้ำควบคู่กับถนนวงแหวนรอบ 3 ฝั่งตะวันออก เพื่อตัดยอดน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณ อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา หลังแม่น้ำป่าสักไหลมาบรรจบกับแม่น้ำเจ้าพระยา ลงสู่ทะเลโดยตรง ได้ประมาณ 500 ลบ.ม.ต่อวินาที ขณะนี้กำลังทำการศึกษาความเหมาะสมและความเป็นไปได้เบื้องต้น ก่อนจะทำการศึกษา EIA ควบคู่กับการก่อสร้างถนนวงแหวนรอบที่ 3