วันไตโลก 2562 รณรงค์ ‘ทุกคนทั่วไทยไตแข็งแรง’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/405148

วันไตโลก 2562 รณรงค์  ‘ทุกคนทั่วไทยไตแข็งแรง’

วันไตโลก 2562 รณรงค์ ‘ทุกคนทั่วไทยไตแข็งแรง’

วันจันทร์ ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

มีรายงานพบว่า คนไทยเป็นโรคไตเรื้อรังกันมากขึ้น ข้อมูลจากการศึกษาจากสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทยพบว่า คนไทยป่วยเป็นโรคไตเรื้อรังประมาณร้อยละ 17.6 ของประชากรหรือประมาณ 8-10 ล้านราย มีผู้ป่วยที่ต้องได้รับการบำบัดทดแทนไตประมาณ 1,439 รายต่อล้านประชากร และมีแนวโน้มมากขึ้นเป็นทุกปีๆ โรคไตจึงไม่ใช่โรคที่ไกลตัวอีกต่อไป พร้อมรณรงค์คนไทยใส่ใจสุขภาพไตในโอกาสวันไตโลก ในเดือนมีนาคม ของทุกปี

ผศ.พญ.วรางคณา พิชัยวงศ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญอายุรกรรมโรคไตโรงพยาบาลราชวิถี กล่าวว่า โรคไตเรื้อรังเกิดได้จากหลายสาเหตุ โดยสาเหตุสำคัญ ได้แก่ โรคเบาหวาน โรคภาวะความดันโลหิตสูง โรคเอสแอลอี (SLE) หรืออาจเกิดจากผลข้างเคียงที่จากการใช้ยาบางชนิดเป็นประจำ โดยเฉพาะกลุ่มยาแก้ปวดหรือ“ยาเอ็นเสด” รวมทั้งโรคไตที่เกิดจากพันธุกรรม

“สัญญาณอันตรายของโรคไต ได้แก่ อาการบวม บวมรอบดวงตา ขากดบุ๋มสองข้าง ปัสสาวะลำบาก ปัสสาวะแดงเป็นเลือดหรือมีฟอง ปัสสาวะบ่อยตอนกลางคืน ปวดบั้นเอว ในขณะที่ผู้ป่วยโรคไตส่วนมากมักไม่ปรากฏอาการใดๆ การจะทราบว่าเป็นโรคไตหรือไม่ต้องอาศัยการคัดกรองโรคไต ซึ่งทำได้ไม่ยากด้วยการตรวจวัดความดันโลหิต การตรวจเลือดหาค่าซีรั่มครีเอตินินหรือค่าอัตราการกรองของไต (eGFR) เพื่อหาระดับการทำงานของไตร่วมกับตรวจปัสสาวะ ทั้งนี้ประชาชนทั่วไปควรได้รับการตรวจสุขภาพประจำปีอย่างสม่ำเสมอเพื่อคัดกรองโรคไตและหาความเสี่ยงอื่นๆ ในการเกิดโรคผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงควรตรวจติดตามการทำงานของไตถี่มากขึ้น

อย่างไรก็ตาม หากท่านเริ่มมีการของทำงานไตลดลงโรคไตเรื้อรังจะไม่หายขาด แต่สามารถชะลอความเสื่อมของไตได้เพื่อลดการเข้าสู่ระยะที่ต้องได้รับการบำบัดทดแทนไต ท่านอาจสอบถามแพทย์ผู้ดูแลว่าไตท่านมีความเสื่อมอยู่ในระดับใดระยะของไตเรื้อรัง ซึ่งแบ่งตามอัตราการกรองของไตมีทั้งหมด 5 ระยะ ท่านควรได้รับคำแนะนำการรักษาจากอายุรแพทย์โรคไตเมื่อการทำงานไตของท่านอยู่ในระดับ 4 หรือ 5 เนื่องจากไตเรื้อรังระดับ 5 เป็นระยะที่ท่านต้องเตรียมความพร้อมสำหรับการบำบัดทดแทนไต”

การป้องกันการเกิดโรคไต ผศ.พญ.วรางคณา แนะนำว่า ควรดื่มน้ำสะอาดเป็นประจำ ออกกำลังกายปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการเลือกรับประทานอาหารโดยเฉพาะลดการบริโภคเค็ม งดดื่ม เหล้าสูบบุหรี่ จะช่วยป้องกันและชะลอการเสื่อมของไตได้ มีข้อมูลพบว่าคนไทยมีพฤติกรรมการบริโภคเค็มมากกว่าปกติกว่า 2 เท่า มากกว่าค่าที่กำหนดหรือมากกว่า 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน(โซเดียม 4,320 มิลลิกรัม) หรือเปรียบเทียบเป็นเกลือ 10.8 กรัมต่อวันโดยทั่วไปแนะนำไม่ควรบริโภคเกลือเกิน 5 กรัมต่อวัน หรือเทียบเท่ากับ 1 ช้อนชาต่อวันน้ำปลา หรือซอสปรุงรสไม่เกิน 4 ช้อนชาหรือ 1 ช้อนโต๊ะต่อวัน การลดความเค็มในอาหารจะลดการเกิดโรคที่เกิดจากการบริโภคโซเดียมเกินได้ ซึ่งรวมถึงโรคไตเรื้อรังและโรคภาวะความดันโลหิตสูง รวมถึงการระมัดระวังความเค็มที่มีอยู่ในอาหารที่ได้รับการแปรรูปมาแล้วรวมทั้งอาหารกระป๋องโดยท่านจะทราบปริมาณโซเดียมในอาหารได้จากข้อมูลฉลากข้างผลิตภัณฑ์

แม้ว่าปัจจุบันประเทศไทยจะมีระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า (สปสช.) ที่ทำให้ประชาชนเข้าถึงการบริบาลได้ทุกรายมีสิทธิประโยชน์ครอบคลุมการรักษา แต่หากมีจำนวนผู้ป่วยมากเกินไปจะเป็นภาระงบประมาณทางสาธารณสุขในอนาคตได้และส่งผลต่อการเข้าถึงการรักษาได้ ดังนั้น การคัดกรองหาความเสี่ยงรวมถึงการชะลอความเสื่อมของไตจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่สุด

Leave a comment