#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/local/556521

‘คลัง’จับมือ’ศธ.’ส่งเสริมความรู้การออม นำร่องกลุ่มนักเรียนในสังกัดสพฐ.พร้อมขยายครอบคลุมทั่วไทย
วันพุธ ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2564, 13.37 น.
3 มีนาคม 2564 ที่ ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพฯ (กอช.) กระทรวงการคลัง ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการโครงการสถานศึกษาส่งเสริมวินัยการออมกับ กอช. สำหรับผู้บริหารระดับสูง ในสังกัด สพฐ. เพื่อบูรณาการความร่วมมือในการส่งเสริมการออมในกลุ่มนักเรียนที่มีอายุ 15 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ที่ศึกษาอยู่ในสถานศึกษา ภายใต้สังกัด สพฐ. และหน่วยงานภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงศึกษาธิการ
โดย นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้ ถือเป็นการเตรียมความพร้อมการก้าวเข้าสู่การเป็นสังคมผู้สูงอายุของประเทศ ทั้งยังเป็นการวางแผนทางการเงิน และส่งเสริมการออมให้แก่นักเรียนที่มีอายุ 15 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ที่ศึกษาอยู่ในสถานศึกษาสังกัด สพฐ. ให้เริ่มวางแผนในการออมเงินเพื่ออนาคต
“ปัจจุบัน กอช. เปิดดำเนินการมาแล้ว 5 ปี จำนวนสมาชิกทั้งสิ้นกว่า 2.4 ล้านคน (ข้อมูล ณ วันที่ 31 มกราคม 2564) โดยสมาชิก กอช. ที่มีช่วงอายุระหว่าง 15 ถึง 30 ปี มีจำนวนเพียง 354,810 ราย คิดเป็นร้อยละ 14.81 จากสมาชิก กอช. และคิดเป็นร้อยละ 4 ของกลุ่มเป้าหมายประชากรไทยที่มีอายุ 14-24 ปี ที่มีจำนวนอยู่เกือบ 9 ล้านคน (ข้อมูลสถิติประชากร สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน) อย่างไรก็ตาม เป็นที่ทราบกันดีว่าประเทศไทยก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุตั้งแต่ปี 2548 และกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุระดับสมบูรณ์ในปี 2564 ซึ่งแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ.2561 – 2580) ในยุทธศาสตร์ที่ 4 นั้น ในด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม ได้เน้นเรื่องการรองรับสังคมสูงวัยอย่างมีคุณภาพ โดยเตรียมความพร้อมในทุกมิติ ทั้งมิติเศรษฐกิจ สังคม สุขภาพ และสภาพแวดล้อม โดยเฉพาะการส่งเสริมการออมและการลงทุนระยะยาวของประชาชนตั้งแต่ก่อนเกษียณอายุ เพื่อสร้างหลักประกันและความมั่นคงในการดำรงชีวิตหลังเกษียณในระดับพื้นฐาน ซึ่งปัจจุบันภาครัฐมีนโยบายเตรียมความพร้อมเข้าสู่สังคมสูงอายุ เพื่อให้ประชาชนเข้าสู่วัยเกษียณอย่างมีคุณภาพ มีรายได้และชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี ด้วยระบบการออมเงินเพื่อการเกษียณของประเทศไทยมี 2 รูปแบบ ทั้งการออมภาคบังคับ และภาคสมัครใจ โดย กอช.เป็นการออมภาคสมัครใจสำหรับประชาชนอายุ 15-60 ปี ซึ่งในปีนี้ กอช.จะเร่งสร้างความรู้ ความเข้าใจเรื่องการวางแผนการออมเงินกับ กอช. ในกลุ่มเป้าหมายที่เป็นเยาวชนอายุ 15 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปให้รู้จักการออมเงินเพื่ออนาคต และสมัครเป็นสมาชิก กอช. เพื่อวางรากฐานชีวิตที่มั่นคงในอนาคต” รมว.คลัง กล่าว
.jpg)
ด้าน ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รักษาการ รมว.ศึกษาธิการ กล่าว กอช.จะเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมให้เด็กนักเรียน ได้ตระหนักถึงการออมตั้งแต่วัยเรียน เป็นการปลูกฝังให้เด็กได้รู้จักค่าของเงิน รู้จักเก็บออม เริ่มจากการเก็บเล็กผสมน้อย สร้างนิสัยการออมเงินเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็นรากฐานของการออมเงิน สำหรับน้องนักเรียนที่ยังเรียนอยู่ เพียงเริ่มวางแผนออมเงินวันละ 1 บาท พอมีเงินครบ 50 บาท ก็สามารถนำมาออมกับ กอช.ได้ ความน่าสนใจ คือ รัฐบาลจะสมทบเงินให้ตามสัดส่วนของเงินออมในแต่ละช่วงอายุ เช่น อายุ 15 – 30 ปี รัฐสมทบให้ 50% ของเงินออมสะสม สูงสุดไม่เกิน 600 บาทต่อปี เป็นต้น ซึ่งในอนาคตเมื่อเรามีรายได้มากขึ้นเงินเก็บของเราก็จะได้เพิ่มพูนขึ้นจะทำให้ชีวิตมีความมั่นคงมีกินมีใช้และยังมีประโยชน์กับประเทศชาติอีกด้วย
“การทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการส่งเสริมการออม ที่ สพฐ. ร่วมกับ กอช. จะอบรมให้ความรู้ด้านวางแผนการออมเงินแก่ผู้อำนวยการ โรงเรียน ครู และอาจารย์โรงเรียน ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) เขต 1 และ เขต 2 จำนวน 119 โรงเรียน และในปีนี้จะดำเนินการต่อให้ครอบคลุม สพม. ทุกเขตทั่วทั้งประเทศ ให้ได้ตระหนักถึงวิธีการวางแผนทางการเงิน การออมเงิน เทคนิคการบริหารจัดการเงิน ซึ่งบุคลากรเหล่านี้จะนำไปขยายผลการอบรมให้ความรู้แก่นักเรียนในสถานศึกษา ที่มีอายุ 15 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ในสถานศึกษาที่มีอยู่เกือบ 1 ล้านคน ได้มีการวางแผนออมเงินเพื่ออนาคตและสมัครเป็นสมาชิก กอช. ครอบคลุมทุกสถานศึกษาทั่วประเทศ” ดร.คุณหญิงกัลยา กล่าว

ขณะที่ น.ส.จารุลักษณ์ เรืองสุวรรณ เลขาธิการ กอช. กล่าวว่า กอช.จัดตั้งขึ้นตาม พ.ร.บ.กองทุนการออมแห่งชาติ พ.ศ. 2554 และได้เปิดดำเนินการตั้งแต่วันที่ 20 ส.ค. 2558 มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อส่งเสริมการออมเงิน เปิดโอกาสให้คนไทยที่อายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป เข้าร่วมออมเงินกับรัฐบาลเพื่ออนาคต โดยทุกครั้งที่สมาชิกส่งเงินออมสะสม รัฐบาลจะเติมเงินสมทบเพิ่มให้ตามช่วงอายุ อายุ 15 – 30 ปี รัฐสมทบให้ 50% ของเงินออมสะสม สูงสุดไม่เกิน 600 บาทต่อปี อายุ >30 – 50 ปี รัฐสมทบให้ 80% ของเงินออมสะสม สูงสุดไม่เกิน 960 บาทต่อปี อายุ >50 – 60 ปี รัฐสมทบให้ 100% ของเงินออมสะสม สูงสุดไม่เกิน 1,200 บาทต่อปี
“ความร่วมมือครั้งนี้ จะเป็นการช่วยส่งเสริม สนับสนุนให้นักเรียนในสังกัด สพฐ. ได้รู้จักการออมเงินเพื่ออนาคต และสมัครเป็นสมาชิก กอช.เพื่อเป็นการสร้างหลักประกันหลังเกษียณเป็นรายเดือน และสร้างความมั่นคงทางการเงินในชีวิต ให้มีกินมีใช้ในอนาคต เพียงออมเงินขั้นต่ำ 50 บาทต่อครั้ง เมื่อเรียนจบได้ทำงานในระบบ หรือรับราชการ สถานะการเป็นสมาชิกยังคงอยู่ ออมต่อได้เรื่อย ๆ จนอายุครบ 60 ปี พร้อมรับเงินสมทบเพิ่มขึ้นตามช่วงอายุของสมาชิก และเมื่ออายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ กอช.ก็จะจ่ายเงินบำนาญรายเดือนให้สมาชิก”เลขาธิการ กอช.
ส่วน ดร.อัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(เลขาธิการ กพฐ.) กล่าวว่า การออมถือเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตที่จะต้องสอนให้เด็กมีวินัยในการออมว่ามีความสำคัญอย่างไร ซึ่งเรื่องนี้ก็มีอยู่ในหนวดวิชาสังคม วิชาเศรษฐศาสตร์อยู่แล้ว เพียงแต่ครูจะต้องหยิบเรื่องนี้ไปปลูกฝังหรือเติมในหน่วยการเรียนอย่างไร สร้างวินียการออมให้กับตัวนักเรียน ชี้ให้เห็นถึงประโยชน์ของการออมเงิน และถ้าเริ่มออมตั้งแต่วันนี้ สิ่งที่จะได้ในอนาคตจะเป็นอย่างไร เมื่อเด็กเห็นประโยชน์ก็จะลงมือออม









