‘NCDs’ ภัยเงียบร้ายกว่าโควิด แนะปรับวิถีชีวิตลดป่วย-ตาย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/556334

‘NCDs’ภัยเงียบร้ายกว่าโควิด แนะปรับวิถีชีวิตลดป่วย-ตาย

‘NCDs’ภัยเงียบร้ายกว่าโควิด แนะปรับวิถีชีวิตลดป่วย-ตาย

วันพุธ ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

เมื่อเร็วๆ นี้ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ สมาคมเครือข่ายโรคไม่ติดต่อไทย (Association of Thai NCD Alliance) และภาคีเครือข่าย จัดพิธีลงนามบันทึกความตกลงร่วม (MOU) ระหว่างองค์กรวิชาชีพ หน่วยงานรัฐ และภาคประชาสังคมที่ทำงานด้านโรคไม่ติดต่อ ตั้งเป้าสนับสนุนขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะป้องกันและควบคุมโรคไม่ติดต่อ (NCDs) สู่วาระแห่งชาติ

ศ.(เกียรติคุณ) พญ.วรรณี นิธิยานันท์ นายกสมาคมเครือข่ายโรคไม่ติดต่อไทย กล่าวว่า กลุ่มโรคไม่ติดต่อ (Non-communicable diseases; NCDs) เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคเบาหวาน โรคมะเร็ง และ โรคปอดเรื้อรัง เป็นภัยเงียบในใช้ชีวิตประจำวันที่ร้ายแรงกว่าไวรัสโควิด-19 หลายเท่าตัว เพราะพบผู้เสียชีวิตจากโรคนี้วันละไม่ต่ำกว่า 1,000 คน คิดเป็นมูลค่ามหาศาลที่ระบบบริการสาธารณสุขต้องจ่ายเพื่อดูแลผู้ป่วย เช่น ค่าบุคลากรทางการแพทย์ ยา และเครื่องมืออุปกรณ์

“การควบคุมและป้องกันโรค NCDs คือ ลดปัจจัยเสี่ยงจากการบริโภคที่ไม่จำเป็น ไม่ยุ่งกับอบายมุข ส่งเสริมปัจจัยที่ทำให้สุขภาพดีขึ้นด้วยการมีกิจกรรมทางกาย เช่น เดิน วิ่ง ปั่นจักรยาน วิกฤติโควิด-19 คือโอกาสที่เราควรปรับวิธีดำเนินชีวิต และปรับสิ่งแวดล้อมให้ลดปัจจัยเสี่ยง ซึ่งต้องอาศัยนโยบายยับยั้งปัจจัยเสี่ยงและส่งเสริมปัจจัยคุ้มครอง จึงเสนอฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องให้ความสำคัญแก้ปัญหาโรค NCDs อย่างจริงจัง และเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ เศรษฐกิจ สังคมและการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน” ศ.(เกียรติคุณ) พญ.วรรณี กล่าว

ขณะที่ รศ.นพ.สุรศักดิ์ กันตชูเวสศิริ ประธานเครือข่ายลดบริโภคเค็มและนายกสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย ระบุว่า แม้ตามหลักแล้วไม่ควรบริโภคโซเดียมเกิน 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน (หรือเทียบเท่าเกลือ 1 ช้อนชาหรือ 5 กรัม) แต่ความจริงพบว่า คนไทยบริโภคเกินมาตรฐานกว่า 3 เท่า โดยเฉพาะบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเป็นอาหารที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ทั้งที่มีโซเดียมสูงสุดอันดับ 1 ซึ่งการบริโภคโดยเฉลี่ยต่อปีอยู่ที่ 49 ชิ้นต่อคน ในขณะที่ทั่วโลกบริโภคเฉลี่ยที่ 13.3 ชิ้นต่อคนต่อปี (ข้อมูลจาก World Instant Noodles Association ในปี พ.ศ. 2560)

ส่วนกลุ่มขนมขบเคี้ยว ขนมจำพวกปลาเส้นมีปริมาณโซเดียมสูงสุด รองลงมาเป็นสาหร่ายอบ/ทอดกรอบ และขนมจำพวกข้าวเกรียบและมันฝรั่งอบ/ทอดกรอบ จึงเสนอให้รัฐใช้มาตรการภาษีอาหารที่มีเกลือโซเดียมในปริมาณที่สูงต่อหนึ่งหน่วยบริโภค กระตุ้นภาคอุตสาหกรรมให้ปรับเปลี่ยนสูตรผลิตภัณฑ์อาหารให้มีโซเดียมน้อยลง เพราะเป็นสาเหตุหลักของโรคความดันโลหิตสูงและโรคไตของคนไทย

ด้าน นพ.วิชช์ เกษมทรัพย์ กรรมการบริหารแผนคณะที่ 5 สสส. และรองผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาสุขภาพอาเซียน มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวเสริมว่า เป้าหมายของ สสส. คือ ขับเคลื่อนให้เกิดกิจกรรมที่ลดการบริโภคไม่จำเป็น และส่งเสริมให้ประชาชนหันมารักสุขภาพ ลดความเสี่ยงจากโรค NCDs โดยในปี 2564 สสส. และ ภาคีเครือข่ายจะติดตามและขับเคลื่อนข้อเสนอเชิงนโยบายอย่างน้อย 4 ด้าน คือ 1.การจัดบริการผู้ป่วย ผู้ที่เสี่ยงต่อ NCDs แบบวิถีใหม่ ลดความแออัด ลดการรอคอย และผู้ป่วยมีข้อมูลใช้ติดตามและปรับเปลี่ยนสุขภาพของตนเองได้

2.ด้านการควบคุมสินค้าที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ เช่น บุหรี่-ยาเส้น, เครื่องดื่มแอลกอฮอล์,อาหารหวาน มัน เค็ม 3.ส่งเสริมกิจกรรมทางกาย ด้วยการเดิน โดยส่งเสริมการใช้รถขนส่งมวลชน พัฒนาสวนสาธารณะและทางเดินเท้าในเมืองและทุกท้องถิ่นให้ปลอดภัย เข้าถึงง่ายกับประชาชนทุกเพศ ทุกวัย และ 4.การส่งเสริมหน่วยงาน/องค์กรให้ดูแลสุขภาพบุคลากรในหน่วยงาน/องค์กร เพื่อให้ปราศจาก NCDs และเข้าสู่วัยสูงอายุอย่างมีคุณภาพ

Leave a comment