#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/entertain/573060

โอ๊ยเล่าเรื่อง : ปักษาพยาบาท (The Nightingale)
วันเสาร์ ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.
“ก้องเพลงร้องเกี่ยวก้อยสองนกบาดเจ็บไว้ด้วยกันตราบดวงตะวันเปิดฟ้าใหม่”
สะดุดตาตั้งแต่เห็นคัทเอ้าท์ใหญ่บนทางขึ้นโรงหนัง จนเกิดความอยากดู คอยมานานแต่พอถึงเวลาหนังเข้าฉาย กลับจำกัดโรงฉาย ปักษาพยาบาท (The Nightingale) เป็นเรื่องราวในยุคอังกฤษล่าอาณานิคม ในปี 1825 ในออสเตรเลีย ชาวไอริสถูกกดขี่ เป็นเพียงทาสผู้รับใช้ ผู้หญิงไร้สิทธิคนดำอะบอริจิน ชาวพื้นเมืองเจ้าบ้าน ถูกไล่ล่า ต้องไปอยู่ตามป่าเขา
“แคลร์” สาวชาวไอรีส เจ้าของสมญา นกไนติงเกล พยายามทุกทางในการขอใบผ่านแดนเพื่อพาครอบครัวไปใช้ชีวิตในเมืองที่ดีขึ้น “ฮอว์คิ้นส์” นายทหารหนุ่มซาดิสม์ จอมโหดเหี้ยมก้าวเข้ามาทำให้ครอบครัวของ “แคลร์” พังพินาศ พังทลาย ก่อนที่จะย้ายไปเมืองอื่น
“แคลร์” ตัดสินใจบุกป่าที่เต็มไปด้วยอันตราย ไปพร้อมม้าคู่ใจ ปืนเก่าของผัวรัก ออกตามไล่ล่า บิลลี่ หนุ่มผิวดำ จับพลัดจับผลูให้กลายเป็นพรานป่านำทางหนึ่ง “สาวไอริส” ด้อยค่า คนนำทางผิวดำพื้นเมืองที่มีเพียงม้ากับปืน เดินทางเอาคืนแก้แค้นนายทหารชั่วช้า
ปักษาพยาบาท (The Nightingale) เป็นหนังออสเตรเลียออกฉายในปี 2018 แต่ในบ้านเราเพิ่งมีคนนำมาเข้าโรงให้ดูกันบนจอใหญ่ๆ ในปี 2021 ในปีนี้ เป็นผลงานของ เจนนิเฟอร์ เคนท์
ผู้กำกับหญิงที่เคยสร้างความหลอนมาแล้วจากหนังผี The Bababook
หนังรันทด หดหู่ ให้ความรู้สึกรุนแรง เอาใจช่วยผู้ถูกกระทำโดนกดขี่ ข่มเหง และรอดูผลกรรมของผู้กระทำ หนังไม่บันยะบันยังหรือผ่อนปนกับคนดูหนัง สร้างความกดดันด้วยความรุนแรงที่มีให้เห็นแบบจะจะ เต็มๆ มาแบบเรื่อยๆ หรือจะมากับบรรยากาศรอบๆ ข้าง ที่ชวนให้อ้างว้าง หดหู่ ทั้งในหมู่บ้าน ในป่า ที่แทบจะหาความปลอดภัยไม่เจอ อะไรก็เกิดขึ้นได้แม้แต่ภายในบ้านของเราเองตัวหนังชัดเจนในการสะท้อนภาพเรื่องเพศ พูดถึงการกดขี่ สิทธิสตรีผู้ชายมีสิทธิเหนือกว่าทุกอย่าง ตบตี กดขี่ห่มเหง มาแบบครบชุดมาแบบจัดเต็ม ไม่ว่าจะทำต่อผู้หญิง คนแก่ เด็ก หรือแม้คนพื้นเมืองที่ไม่มีทางสู้ ทั้งตั้งใจและสนุกสนาน ผ่านทางการไล่ล่า ฆ่า ทรมานขมขื่นยิงทิ้งตบตี ทารุณ ข่มขืน ทารุณกรรม การทรมาน การฆ่าในทุกๆ รูปแบบ มาแบบเรื่อยๆ เป็นระยะๆ มาแบบไม่ทันตั้งตัว เลือดกระฉูด
แม้จะดูเครียด กดดัน หดหู่ เดียวดาย ไม่น่าอภิรมย์สักเท่าไหร่แต่ตัวหนังก็มีความสนุก ชวนติดตาม จนทำให้ดูเพลินๆ ดูไปเรื่อยๆ 150 นาที ผ่านไปอย่างรวดเร็ว ลืมเวลา จนคิดว่าหนังไม่ยาวมากนักแป๊บเดียวจบ แล้วปกติจะไม่ค่อยสนุก ไม่นิยม ไม่ชื่นชอบ หนังกดขี่ทางเพศ หนังเหยียดผิว หนังคนดำ คนพื้นเมือง ผิดกับเรื่องนี้กลับสนุก ดูได้แบบไม่เบื่อ
ไอส์ลิง ฟรานซิโอซี รับบท “แคลร์” แบบลื่นไหล เข้มแข็ง แข็งแรง เป็นผู้หญิงแกร่ง อึดถึกลุย พร้อมที่จะสู้กับ ความรุนแรงทุกสิ่ง ในขณะเดียวกัน ก็ให้ความรู้สึกถึงความบอบบางของ ผู้หญิง เป็นตัวที่ทรงพลัง
แซม คราฟิน เหี้ยม/โหด/เลว ได้ใจ ทั้งภายนอกภายใน ออร่าความร้ายกาจออกมาเต็มที่ ดิบเถื่อนแบบจัดเต็ม เล่นได้แบบลื่นไหลมีพลัง
เบคาลิ กานัมแบร์ ดูมีมากๆ ในบท “บิลลี่” คนนำทางผู้มีอดีตเป็นตัวที่เข้ามาเสริม มาช่วยขยี้ ในการแสดงในเรื่องเด่นขึ้นชัดเจนในความมีปม จนค่อยๆ เกิดความสงสาร
นอกจากเนื้อหาอันรุนแรง หนักหน่วง นักแสดงเล่นดี โปรดักขั่นของ ปักษาพยาบาท (The Nightingale) ดูดี ลงตัวไปหมด ไม่ว่าจะเป็นภาพป่าเขาลำเนาไพร การตัดต่อ และดนตรีประกอบ ปักษาพยาบาท (The Nightingale) ยังเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ชอบชื่อภาษาไทยมากๆ สั้นๆ เรียบง่าย ไม่หวือหวา แต่มีเสน่ห์สะดุด ชวนให้อยากเข้าไปดูรันทด แต่งดงาม
หดหู่แต่ชวนดูบินไปหาอิสรภาพ ร่วมกันหนังดีที่ไม่น่าพลาด…9/10 คะแนนครับ