กรมชลฯเดินเครื่องหนุนโครงการเหลียวหลัง นำร่องเพิ่มประสิทธิภาพอ่างฯหนองช้างใหญ่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/592160

กรมชลฯเดินเครื่องหนุนโครงการเหลียวหลัง นำร่องเพิ่มประสิทธิภาพอ่างฯหนองช้างใหญ่

วันอังคาร ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า กรมชลประทานนำแนวทางการพัฒนาแหล่งน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่ ภายใต้โครงการเหลียวหลัง มาดำเนินโครงการปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพการเก็บกักให้อ่างเก็บน้ำหนองช้างใหญ่ ต.ยางสักกระโพ อ.ม่วงสามสิบ จ.อุบลราชธานี ให้สามารถใช้งานได้เต็มศักยภาพตามนโยบายของ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยได้ทำการขุดลอกอ่างเก็บน้ำเพื่อเพิ่มปริมาณความจุอีก 11.5 ล้านลูกบาศก์เมตร(ลบ.ม.) พร้อมทั้งปรับปรุงเสริมสันอ่างและปรับปรุงอาคารระบายน้ำล้น (Spillway)สูงขึ้น 50 เซนติเมตร ทำให้ได้ปริมาณน้ำเพิ่มอีก 3.83 ล้านลบ.ม. ดังนั้นเมื่อดำเนินโครงการแล้วเสร็จจะสามารถกักเก็บน้ำได้เพิ่มขึ้นอีก 15.33 ล้านลบ.ม. จากความจุเดิม 7.67 ล้านลบ.ม. รวมเป็นปริมาณน้ำที่กักเก็บได้ท้ั้งหมดกว่า 23 ล้านลบ.ม.

“การดำเนินโครงการเหลียวหลัง ของกรมชลประทานนั้นเป็นการนำโครงการชลประทานที่มีอยู่เดิมหรือชำรุดทรุดโทรมมาปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น โดยไม่กระทบกับพื้นที่ข้างเคียง สร้างความมั่นคงด้านน้ำได้ในระยะเวลาอันสั้นประหยัดงบประมาณ ซึ่งขณะนี้ได้สั่งการให้ขยายผลไปดำเนินโครงการในพื้นที่อื่นๆด้วย” อธิบดีกรมชลประทานกล่าว

นายสัมพันธ์ เดือนศิริรัตน์ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานอุบลราชธานี กรมชลประทาน กล่าวว่า อ่างเก็บน้ำหนองช้างใหญ่ เดิมเป็นหนองน้ำธรรมชาติที่กรมชลประทานได้เข้าไปสร้างทำนบกั้นน้ำไว้ อายุการใช้งานมานานกว่า 60 ปี ไม่สามารถรองรับปริมาณน้ำที่ไหลลงอ่างฯเฉลี่ยปีละประมาณ 23.4 ล้านลบ.ม. ได้ จึงทำให้ในฤดูฝนน้ำจะไหลเอ่อล้นทำนบเข้าท่วมบ้านเรือน สร้างความเสียหายเป็นประจำ โดยเฉพาะเมื่อปี 2562 อ่างฯไม่สามารถกักเก็บน้ำได้เต็มประสิทธิภาพทำให้น้ำไหลลงสมทบกับน้ำจากแม่น้ำมูลและชีเข้าท่วมตัวเมืองจังหวัดอุบลราชธานี ในขณะที่ฤดูแล้งปริมาณน้ำที่มีอยู่ไม่เพียงพอสำหรับการอุปโภค-บริโภค และการเกษตร

“โครงการปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพการเก็บกักให้อ่างเก็บน้ำหนองช้างใหญ่ ไม่ได้แค่เพิ่มความจุน้ำเท่านั้น ยังจะมีก่อสร้างสถานีสูบน้ำจำนวน 4 แห่งเพื่อส่งน้ำให้พื้นที่ด้านบนอ่างฯ ได้แก่ บ้านแคน บ้านนาดีบ้านทุ่งใหญ่ และบ้านยางสักกระโพหลุ่ม ทำให้พื้นที่ชลประทานเพิ่มจากเดิม 4,300 ไร่ อีก 8,000 ไร่รวมได้พื้นที่ชลประทาน 12,300 ไร่ พื้นที่รับประโยชน์เพิ่มจากเดิม 3,500 ไร่ อีก 15,000 ไร่ รวมพื้นที่รับประโยชน์ 18,500 ไร่ นอกจากนี้สามารถบรรเทาปัญหาอุทกภัยให้พื้นที่อีกกว่า 9,000 ไร่ และในอนาคตจะเพิ่มประสิทธิภาพการส่งน้ำให้เต็มศักยภาพ คุ้มค่ากับน้ำที่เรามี” นายสัมพันธ์กล่าว

สำหรับดินจำนวนมากกว่า 10 ล้านลบ.ม. ที่ขุดขึ้นมาได้นำไปสร้างถนนรอบอ่างฯ พร้อมเลนปั่นจักรยานระยะทางรวม 16 กิโลเมตร ประโยชน์เพื่อเกษตรกรลำเลียงพืชผลทางการเกษตร และประชาชนทั่วไปใช้ออกกำลังกาย ขณะเดียวกับกรมชลประทานได้ดำเนินการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ผลิตกระแสไฟฟ้าให้กับสถานีสูบน้ำ และเสาไฟถนนรอบโครงการฯ เป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายค่ากระแสไฟอีกด้วย

นอกจากนี้กรมชลประทานยังได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานในจังหวัดหลายหน่วยงาน เช่น ประมงจังหวัด ปศุสัตว์จังหวัด เกษตรจังหวัด เป็นต้น เพื่อสนับสนุนพันธุ์สัตว์น้ำ และเมล็ดพันธุ์พืชให้เกษตรกร เพื่อสร้างรายได้เพิ่มขึ้นจากน้ำต้นทุนที่เพิ่มขึ้นถึง3 เท่า รวมถึงประสานงานร่วมกับสำนักออกแบบและการท่องเที่ยวจังหวัดอุบลราชธานี ในการปรับปรุงภูมิทัศน์รอบอ่างฯหนองช้างใหญ่เพื่อใช้เป็นแหล่งพักผ่อนของชาวอุบลราชธานี ทั้งนี้ โครงการทั้งหมดมีกำหนดแล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคม 2564 พร้อมทั้งได้มีการสำรวจพื้นที่อื่นๆ ที่จะดำเนินโครงการในลักษณะเดียวกันกลับพบว่า ในพื้นที่จ.อุบลราชธานี มีอ่างเก็บน้ำมากกว่าสิบแห่งที่สามารถปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพได้ภายใต้โครงการเหลียวหลัง

Leave a comment