รังสียูวีก็ทำร้ายผิวได้ แม้จะเวิร์กฟรอมโฮม (WFH) #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/592630

รังสียูวีก็ทำร้ายผิวได้ แม้จะเวิร์กฟรอมโฮม (WFH)

รังสียูวีก็ทำร้ายผิวได้ แม้จะเวิร์กฟรอมโฮม (WFH)

วันพฤหัสบดี ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

เนื่องด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ชีวิตประจำวันของคนส่วนใหญ่ในปัจจุบัน จึงวนไปมากับ “การอยู่บ้าน และเวิร์ก ฟรอม โฮม”  ทำให้การเดินทางไปที่ต่างๆโดยเฉพาะการทำงานนอกบ้านลดน้อยลงหลายๆ คนอาจจะคิดว่า ไม่จำเป็นต้องดูแลผิวพรรณอะไรมาก เพราะไม่ต้องผจญกับปัญหาแสงแดดที่ทำร้ายผิว แต่รู้หรือไม่ค่ะว่าถึงแม้ทำงานอยู่ที่บ้านแต่รังสียูวีจากแสงแดดก็ยังตามมาทำร้ายจนถึงในบ้านได้

ความจริงแล้ว แม้ว่าเราจะอยู่ในบ้านหรืออาคารที่มีหลังคาและกำแพงบดบังแสงแดด รังสียูวีจากแสงแดดโดยเฉพาะรังสียูวีเอ (UVA) ที่มีมากตลอดทั้งวัน สามารถทะลุผ่านกระจกเข้ามาในบ้านและทำร้ายผิวได้ ตั้งแต่เกิดการกระตุ้นเม็ดสีเมลานินให้ทำงานมากเกินไปจนทำให้ผิวหน้าหมองคล้ำและเกิดจุดด่างดำขึ้น นอกจากนี้รังสียูวียังทำลายโครงสร้างผิวชั้นลึกและเส้นใยคอลลาเจน ทำให้ความยืดหยุ่นของผิวเสียไป เกิดริ้วรอยและความหย่อนคล้อยของใบหน้า ท้ายที่สุดยังทำให้เกิดสารอนุมูลอิสระทำลายเซลล์ผิว ทำให้ผิวแก่ก่อนวัย ยิ่งเราชะล่าใจว่าไม่ได้ออกไปไหน ยิ่งขาดการสร้างเกราะป้องกันผิวโดยเฉพาะการทาครีมกันแดด อีกทั้งการทำงานที่บ้าน เรายังต้องได้รับแสงจากหน้า จอคอมพิวเตอร์และสมาร์ทโฟน ที่ต้องใช้ในการทำงานติดต่อสื่อสาร ซึ่งแสงสีฟ้าก็ส่งผลกระทบต่อผิวทั้งทางตรงและทางอ้อม ทั้งการเกิดเม็ดสีฝ้ากระ ริ้วรอยก่อนวัย และยังส่งผลกระทบต่อการหลั่งของฮอร์โมนเมลาโตนินตามธรรมชาติ ทำให้การนอนหลับไม่เพียงพอ หลับไม่สนิท ส่งผลต่อผิวทางอ้อม

แพทย์หญิงอรุณี ทองอัครนิโรจน์

แพทย์หญิงอรุณี ทองอัครนิโรจน์ (หมอออย) แพทย์ผู้มีประสบการณ์ด้านผิวพรรณ จาก รมย์รวินท์ คลินิก แนะนำว่า“แม้จะอยู่บ้าน ก็ใช่ว่าจะปลอดภัยจากแสงและรังสียูวีที่ทำร้ายผิวค่ะ การดูแลป้องกันผิวจากการถูกทำร้ายเบื้องต้นเริ่มได้ที่บ้าน ด้วยการใช้ผลิตภัณฑ์ปกป้องผิวจากแสงแดดที่สามารถป้องกันได้ทั้งรังสียูวีเอและยูวีบี ครอบคลุมไปถึงแสงสีฟ้า และควรลดหรือปรับความสว่างของหน้าจอมือถือหรือคอมพิวเตอร์ลงให้เหลือน้อยที่สุดเท่าที่ทำได้ค่ะ แต่หากว่าเกิดปัญหาสีผิวไม่สม่ำเสมอ รวมทั้งริ้วรอยที่เริ่มเด่นชัดเกินจะเยียวยาด้วยตนเอง การพึ่งพาเทคโนโลยีก็ถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง เลเซอร์ผิวใสโดยหลักการแล้วจะเน้นการทำงานเพื่อลดการสร้างเม็ดสี ปรับความไม่สม่ำเสมอของสีผิวลดความหมองคล้ำ ช่วยปรับผิวให้ดูใสมากขึ้นแต่ปัจจุบันเทคโนโลยีผิวใสได้พัฒนาไปมาก อย่างโปรแกรม Smart Bright Advanced Beauty Solutions นอกจากลดรอยสิว จุดด่างดำช่วยปรับผิวเคลียร์ใสแล้ว ยังช่วยลดสาเหตุการเกิดเม็ดสีได้ตั้งแต่กระบวนการเริ่มต้น ตัดตอนวงจรการเกิดฝ้าได้ในอนาคต ถือเป็นเทคโนโลยีผิวใสใหม่ที่ตอบโจทย์ผิวคนเอเชียได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นค่ะ”

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโปรแกรม Smart BrightAdvanced Solutions ได้ที่Facebook : Romrawin Clinic หรือ www.romrawinclinic.com

Leave a comment