#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/local/614657

วันพุธ ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.
ดร.วัชระ เสือดี ผู้ทรงคุณวุฒิด้านวิศวกรรมชลประทาน กรมชลประทาน ในฐานะประธานศูนย์บริหารจัดการอุทกภัยลุ่มน้ำชี-มูล (ส่วนหน้า) เปิดเผยว่า ได้ปรับแผนการจัดจราจรน้ำในลุ่มน้ำชี-มูล เพื่อลดผลกระทบจากมวลน้ำที่ไหลลงสู่แม่น้ำมูลและแม่น้ำชีากข้อมูลสถานการณ์น้ำของสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ที่คาดการณ์ว่าน้ำจะเพิ่มสูง เพื่อป้องกันไม่ให้มวลน้ำก้อนใหญ่ของทั้ง 2 ลำน้ำไหลมาบรรจบพร้อมกัน ซึ่งจะสร้างผลกระทบมากกว่าที่เป็นอยู่ จึงเร่งระบายน้ำก้อนใหญ่ในแม่น้ำมูล ลงสู่แม่น้ำโขงก่อนเป็นลำดับแรก โดยเมื่อน้ำก้อนใหญ่จากแม่น้ำชีไหลผ่านบริเวณสถานีวัดน้ำท่า M.7(สะพานเสรีประชาธิปไตย อ.เมืองอุบลราชธานี) จะเริ่มหน่วงน้ำในลำน้ำมูลตอนบน เพื่อลดยอดปริมาณน้ำสูงสุดที่จะไหลผ่านในเขตจังหวัดอุบลราชธานี ก่อนเร่งระบายลงสู่แม่น้ำโขงโดยเร็วต่อไป
จากการคาดการณ์ระบุว่า มวลน้ำสูงสุดในลำน้ำมูล จากสถานีวัดน้ำท่า M.5 อ.ราษีไศลจ.ศรีสะเกษ จะไหลมาถึงบริเวณสถานี M.7อ.เมืองอุบลราชธานี และคาดการณ์ว่ามวลน้ำสูงสุดในลำน้ำชี ที่ปัจจุบันไหลมาถึงสถานีวัดน้ำท่า E.2A อ.เมืองยโสธร แล้วคาดว่าจะไหลมาถึงสถานี M.7 ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อชุมชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำริมสองฝั่งแม่น้ำมูลในเขตเทศบาลนครอุบลราชธานี และเทศบาลเมืองวารินชำราบได้ ในขณะที่บริเวณสถานีวัดน้ำท่า M.7 มีปริมาณน้ำไหลผ่าน2,528 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.)/วินาที อยู่ในเกณฑ์วิกฤตและมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น
สำนักงานชลประทานที่ 7 ได้เร่งผลักดันน้ำในแม่น้ำมูลบริเวณแก่งสะพือ อย่างเต็มที่ พร้อมกับเร่งติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำเพิ่มเติมอีก 100 เครื่อง เพื่อเร่งระบายน้ำในลำน้ำมูลให้ได้มากที่สุด นอกจากนี้ยังจะใช้เขื่อนหัวนา และเขื่อนราษีไศล ช่วยชะลอน้ำเพื่อรองรับน้ำจากลำน้ำชีอีกด้วย จะช่วยลดปริมาณน้ำและบรรเทาผลกระทบได้พอสมควร หากไม่มีพายุหรือฝนตกหนักเพิ่มเติม