#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/635074

วันอาทิตย์ ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 06.00 น.
คุณน่าจะเคยได้ยินเพลงกล่อมเด็กที่ว่า วัดเอ๋ยวัดโบสถ์ มีต้นโตนดอยู่ 7 ต้น ขุนทองเขาไปปล้นป่านฉะนี้ยังไม่เห็นมา…….
หรืออาจจะเคยได้ยินเพลงพื้นบ้านที่ว่า วัดโบสถ์ วัดโบสถ์ ปลูกข้าวโพดสาลี ลูกเขยก็ตกยาก แม่ยายก็พรากลูกสาวหนี…….
แต่ก็ไม่มีใครยืนยันว่าวัดโบสถ์ที่ผมจะพาคุณไปเที่ยวในวันนี้เป็นวัดโบสถ์ที่มีต้นโตนด หรือปลูกข้าวโพดสาลีหรือไม่ แต่ที่แน่ๆ คือโบสถ์เก่าของวัดโบสถ์แห่งนี้เรียบง่ายแต่ทว่างดงามมาก

ชื่อวัดโบสถ์ นับเป็นชื่อของวัดที่มีซ้ำๆ กันมากมายในประเทศไทย เพราะในหลายต่อหลายจังหวัดก็มีชื่อวัดโบสถ์ มีการสันนิษฐานว่าการที่ชื่อวัดซ้ำกันเช่นนี้ เพราะวัดแต่ละวัดล้วนมีโบสถ์ ดังนั้นเมื่อตั้งชื่อวัดให้ง่ายต่อการเรียกที่สุด ก็จึงเรียกชื่อว่าวัดโบสถ์ แต่ก็มีผู้แย้งว่า ถ้าเช่นนั้นจริง ทุกวัดก็ล้วนแล้วแต่มีโบสถ์ เหตุใดจึงไม่ชื่อวัดโบสถ์ไปเสียทุกวัดจะอย่างไรก็ตาม เราขอไม่ถกเถียงต่อในเรื่องนี้เพราะน่าจะยังต้องถกเถียงและต้องค้นคว้ากันอีกยาวนาน

เอาเป็นว่าวันนี้จะพาคุณไปชมโบสถ์เก่าแก่ที่วัดโบสถ์ บ้านวัดโบสถ์ อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี โบสถ์หลังนี้สร้างสมัยอยุธยาตอนกลาง บ้างก็สันนิษฐานว่าสมัยอยุธยาตอนปลาย (ดูจากศิลปะ สถาปัตยกรรม องค์ประกอบ และรูปลักษณ์ของโบสถ์) ตามคำบอกเล่าของผู้เฒ่าผู้แก่ในบ้านวัดโบสถ์บอกว่า โบสถ์หลังนี้น่าจะมีอายุกว่า 300 ปี เพราะตัวของผู้เล่าอายุ 92 ปีแล้ว โดยผู้เล่าบอกว่าเกิดมาก็เห็นโบสถ์นี้มาแล้ว แล้วปู่ย่าตายายก็บอกกับผู้เล่าว่าเห็นโบสถ์หลังนี้มาตั้งแต่เกิดแล้ว ดังนั้นจึงทำให้เชื่อได้ว่าโบราณสถานแห่งนี้น่าจะมีอายุมากถึง 300 ปี

แต่ที่แน่นอนที่สุดคือไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าโบสถ์ของวัดโบสถ์แห่งนี้สร้างในปี พ.ศ. ใดแน่นอน เพราะยังค้นหาประวัติไม่พบ แต่สิ่งที่นับได้ว่าแปลกมากสำหรับประเพณีการสร้างโบสถ์ของศาสนาพุทธในประเทศไทย คือ ด้านหน้าของโบสถ์หลังนี้หันไปทางทิศตะวันตก ซึ่งผิดไปจากการสร้างโบสถ์ทั่วไปที่ต้องหันหน้าไปทางทิศตะวันออก ขนาดของโบสถ์ไม่ใหญ่โตมากนัก ลักษณะสำคัญอีกประการของโบสถ์แห่งนี้คือด้านหน้ามีจั่วลดระดับ ซึ่งหาได้ไม่มากนักในประเทศไทย

ตามคำบอกเล่าของผู้เฒ่าผู้แก่อีกเช่นกันบอกว่า สมัยก่อนนั้นภายในเขตวัดโบสถ์มีสระน้ำขนาดใหญ่อยู่สองแห่ง คือด้านหน้าและด้านข้างของวัด (บริเวณหลังกุฏิพระหลังเก่า) แล้วยังมีสระอื่นๆ ในหมู่บ้านอีกหลายแห่ง ซึ่งชาวบ้านที่มีฐานะในยุคโบราณนิยมขุดสระน้ำใหญ่ไว้ในหมู่บ้าน เพื่อเป็นแหล่งน้ำกินน้ำใช้สำหรับผู้คนในชุมชน แต่ปัจจุบันสระน้ำหลายแห่งในเขตวัดได้ถูกฝังกลบไปแล้ว

ย้อนกลับไปกล่าวถึงความน่าสนใจของโบสถ์ วัดโบสถ์ จะพบว่ามีบานประตูไม้ลงรักปิดทอง ลวดลายเป็นดอกไม้และพรรณพฤกษา ด้านหน้ามีประตูสองบาน ด้านหลังมีประตูสองบานเช่นกัน ส่วนกำแพงด้านข้างทั้งสองข้างเจาะหน้าต่างด้านละ 5 บาน แต่น่าเสียดายมากที่ลวดลายของบานประตูได้ลบเลือนไปจนเกือบไม่เหลือให้เห็นอีกแล้ว ส่วนคำบอกเล่าว่าภายในโบสถ์เคยมีภาพจิตรกรรมฝาผนังนั้น ก็ไม่ปรากฏอีกต่อไป แต่ยังคงหลงเหลือคำจารึกที่เขียนด้วยสีดำไว้ด้านในผนังโบสถ์ด้านหน้าพระประธาน ซึ่งอยู่ระหว่างประตูทั้งสองบาน แต่ไม่สามารถระบุได้อีกว่าเป็นจารึกดั่งเดิมหรือไม่ เพราะตัวอักษรเลือนลางค่อนข้างมาก แต่ที่ยังคงเหลือชัดเจนคือฐานชุกชีเดิม และเสมารอบโบสถ์ จำนวน 8 ใบ โดยฐานเสมาทำแบบย่อมุม 12 ซึ่งนับว่างดงามมาก ส่วนด้านบนที่รองรับใบเสมาทำเป็นฐานบัวหงายซ้อนหลายชั้น แต่ที่น่าสงสัยคือมีซุ้มเสมาหนึ่งอันที่ตั้งอยู่ด้านขวาของโบสถ์ มีลักษณะแตกต่างจากอันอื่นๆ เพราะทำเป็นซุ้มมีหลังคาคุม แล้วเจาะช่องด้านข้างสี่ด้าน ส่วนฐานก็มีลักษณะแตกต่างไปจากฐานเสมาอันอื่น ๆ นับว่ามหัศจรรย์มาก

อันที่จริงวัดโบสถ์ยังมีโบราณสถานอีกหลายอย่าง อาทิ ศาลาการเปรียญไม้สักอายุกว่า 150 ปี เจดีย์องค์ใหญ่มหึมามีเครื่องเบญจรงค์ประดับที่คอระฆังขององค์เจดีย์ แล้วยังมีเจดีย์องค์เล็กหลายองค์ที่มีลักษณะงดงาม สร้างแบบย่อมุมไม้สิบสอง ที่อยู่รอบๆ องค์เจดีย์ใหญ่
หากคุณต้องการไปชมความงามแบบเรียบง่ายของโบสถ์วัดโบสถ์แห่งนี้ และต้องการให้ Mr.Flower นำคุณไปชม รวมถึงพาคุณเที่ยวชมความงามของวัดโบราณแห่งอื่นๆ ในละแวกใกล้เคียงกับวัดโบสถ์ โปรดติดต่อหนังสือพิมพ์แนวหน้า หมายเลข 091-7233615 นะครับ เราเที่ยวกับแบบกลุ่มเล็กๆ เน้นเจาะลึกความงดงามของโบราณสถานแห่งต่างๆ เพื่อให้คุณได้ซึมซับความงามของโบราณสถาน เพื่อช่วยอนุรักษ์โบราณสถานของไทยไว้ให้อยู่สืบต่อไปนานเท่านาน




