Life & Health : พัฒนาการลูกจะดี เริ่มต้นที่…อาหาร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/635720

Life & Health : พัฒนาการลูกจะดี เริ่มต้นที่...อาหาร

วันพุธ ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 06.00 น.

อาหารเป็นสิ่งสำคัญของการเจริญเติบโตและพัฒนาการของเด็กในช่วงแต่ละวัย อาหารที่ดีที่สุดสำหรับเด็กแรกเกิดจนถึง 6 เดือนแรก คือ นมแม่อย่างเดียวถ้าแม่ไม่มีปัญหาสุขภาพที่ให้นมลูกไม่ได้ และถ้าเด็กดื่มนมแม่ได้นานถึง 1 ปีก็ยิ่งดี เพราะมีสารอาหารครบถ้วนตามที่ร่างกายเด็กต้องการ ไม่ว่าจะเป็นพลังงาน สารอาหาร คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน วิตามินและแร่ธาตุต่างๆ แต่ทั้งนี้แม่ก็ต้องดูแลเรื่องอาหารการกินที่ดีที่มีคุณภาพในปริมาณที่เหมาะสมด้วย ตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป โดยเริ่มจากข้าวบด ฟักทองบด ตามด้วยผักปั่น ไข่แดงเนื้อปลา เนื้อไก่ โดยที่อาหารแต่ละอย่างห่างกัน 1 สัปดาห์โดยเลือกเสริมอาหารแต่ละวัยทีละน้อยทีละอย่างและช้าๆ

ข้อมูลจาก อ.ศัลยา คงสมบูรณ์เวชนักกำหนดอาหารขึ้นทะเบียนวิชาชีพ (สหรัฐอเมริกา) และกรรมการบริหาร มูลนิธิคุณแม่คุณภาพ ให้คำแนะนำว่าเด็กอายุหลัง 1 ปี ควรเลือกให้อาหารที่มีสารอาหารเข้มข้นจากอาหารหลักร่วมกับนมแม่เพื่อฝึกให้เด็กได้เริ่มกินอาหาร
หลากหลายจากทุกหมวดหมู่ โดยเน้นอาหารที่มีธาตุเหล็กและสังกะสี โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กที่กินนมแม่เมื่อถึงอายุ 1 ปี สำหรับเด็กที่ไม่กินนมแม่ แพทย์จะให้เสริมวิตามินดีหลังจากเกิด หลังอายุ 12 เดือน จนเข้าสู่วัยเด็ก (วัยเรียน 6-12 ปี) เด็กจะกินอาหารตามแบบแผนผู้ใหญ่ แต่ปริมาณจะไม่เท่าผู้ใหญ่และอาหารจะต้องเคี้ยวง่าย ย่อยง่าย โดยเนื้อสัตว์บดสับละเอียด เนื้อปลา ไข่แดง เพื่อให้ได้รับสารอาหารตามที่ต้องการ น้ำหนักตัวอยู่ในเกณฑ์และลดความเสี่ยงโรคเรื้อรัง

ความสำคัญของอาหารเด็กในวัยเรียนเด็กวัยนี้เป็นช่วงที่ร่างกายกำลังเจริญเติบโต มีการเรียนรู้และสั่งสมประสบการณ์ ตลอดจนมีกิจกรรมการเล่นหรือการออกกำลังกายสูงกว่าเด็กวัยอื่นๆ เรื่องอาหารและโภชนาการจึงเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะมีผลต่อพัฒนาการอย่างต่อเนื่องทางร่างกาย สมอง ระบบประสาทและสติปัญญา รวมทั้งพัฒนาการทางอารมณ์และการมีสุขภาพร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง พ่อแม่ควรดูแลปลูกฝังให้เด็กๆ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบ 5 หมู่ อย่างหลากหลายและเหมาะสมกับวัย เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารอย่างเพียงพอกับความต้องการของร่างกาย

ในปี 2564 ประเทศสหรัฐอเมริกาได้ออกแนวทางการปฏิบัติด้านโภชนาการเพื่อดูแลสุขภาพและป้องกันโรคแทรกซ้อนตั้งแต่แรกเกิดจนตลอดอายุขัย โดยไม่แนะนำให้จำกัดการกินคาร์โบไฮเดรต หรืออาหารคาร์โบไฮเดรตต่ำ แต่ให้เลือกกินคาร์โบไฮเดรตจากผัก ผลไม้ และธัญพืชไม่ขัดสี เช่น ข้าวซ้อมมือ ข้าวไรซ์เบอร์รี่ ข้าวเหนียวดำ เผือก มัน ฟักทอง ลูกเดือย ส่วนโปรตีนให้กินเนื้อสัตว์ไม่ติดมัน เลี่ยงเนื้อสัตว์แปรรูป เลือกกินโปรตีนจากพืช เช่น ถั่วเมล็ดแห้งต่างๆ และผลิตภัณฑ์ถั่วเหลือง รวมถึงดื่มนม หรือผลิตภัณฑ์นมไขมันต่ำ หรือขาดไขมัน โยเกิร์ต ชีส หรือนมถั่วเหลืองผสมแคลเซียม นอกจากนี้ฝึกเด็กให้ดื่มน้ำหรือเครื่องดื่มที่ไม่เติมน้ำตาล ลดโซเดียม ข้อแนะนำล่าสุดสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับคนไทยได้

ในแต่ละวันเด็กวัย 6-12 ปี ต้องการพลังงานประมาณ 1,200-1,800 กิโลแคลอรี โดยขึ้นกับการเจริญเติบโตและระดับกิจกรรมของเด็กวัยนี้ อาหารประเภทโปรตีนที่ช่วยสร้างเนื้อเยื่อและเซลล์ต่างๆ รวมถึงการสร้างกล้ามเนื้อ โปรตีนมีมากในเนื้อสัตว์ต่างๆ ไข่และนม คาร์โบไฮเดรตจากข้าวและแป้งต่างๆ เป็นแหล่งพลังงานสำคัญที่ช่วยให้เด็กๆ มีแรงทำกิจกรรมต่างๆ และให้กลูโคสสำหรับการทำงานของสมอง ส่วนวิตามินและเกลือแร่ต่างๆ รวมทั้งสารต้านอนุมูลอิสระที่ได้จากผักและผลไม้ จะช่วยให้ร่างกายแข็งแรงเติบโตตามวัยและระบบขับถ่ายทำงานปกติ สุดท้ายคือไขมัน แม้จะขาดไม่ได้แต่ก็ต้องจำกัดให้อยู่ในปริมาณที่เหมาะสมและควรเป็นไขมันดีจากพืช เช่น ถั่วต่างๆ เนย นม ชีส เพื่อสร้างความอบอุ่นแก่ร่างกายและเป็นส่วนประกอบสำคัญของสมอง และช่วยให้วิตามินที่ละลายในน้ำมัน (วิตามินเอ ดี อี และเค) ดูดซึมและเก็บสะสมวิตามินที่ละลายในไขมันได้ดีขึ้น นอกจากนี้ควรให้เด็กดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อยวันละ 6-8 แก้ว เพื่อให้เกิดความสมดุลของระบบหมุนเวียนในร่างกายและช่วยในการขับถ่ายของเสียออกจากร่างกาย

แต่ด้วยเด็กในวัยเรียน เป็นช่วงเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างของร่างกาย อารมณ์ และสังคม ซึ่งมีผลต่อพฤติกรรมการบริโภคอาหารของเด็กอย่างมาก พ่อแม่จึงควรให้ความสำคัญกับการเลือกอาหารให้เด็กในวัยนี้อย่างถูกต้องและเพียงพอกับความต้องการตามวัย และต้องเข้าใจการเปลี่ยนแปลงของเด็ก เพราะในบางครั้งเด็กอาจเบื่ออาหาร ห่วงเล่น แถมยังชอบรับประทานอาหารจานด่วน อาหารฟาสต์ฟู้ด และไม่ค่อยรับประทานผักผลไม้ จึงมีโอกาสขาดสารอาหารหรือได้รับสารอาหารไม่เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย ส่งผลให้เด็กตัวเล็ก เตี้ยแคระแกร็นเจ็บป่วยและติดเชื้อง่าย รวมถึงมีผลกระทบต่อสติปัญญา และความสามารถในการเรียนรู้ของเด็ก

สารอาหารจำเป็นที่ช่วยเสริมสร้างพัฒนาการลูกรัก

เมื่ออาหารการกินมีความสำคัญและส่งผลต่อพัฒนาการของลูกรักให้เติบโตอย่างเต็มศักยภาพ ดังนั้น นอกจากรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ในปริมาณที่เพียงพอแล้ว ยังต้องเน้นอาหารที่ให้พลังงาน สร้างกล้ามเนื้อ รวมถึงช่วยพัฒนาสมองให้พร้อมสำหรับเรียนรู้ด้วย อาหารเสริมพัฒนาการเหล่านั้น ได้แก่ ธาตุเหล็ก วิตามินบี ทั้งบี1 บี2 บี3 บี5 บี6 และบี12 วิตามินซี แคลเซียม น้ำมันปลา เป็นต้น

แม้อาหารการกินจะเป็นเรื่องหลักของการมีสุขภาพดี ช่วยเสริมสร้างพัฒนาการให้กับลูกๆ แต่ด้วยวิถีชีวิตที่เร่งรีบ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจึงเข้ามาเป็นตัวช่วยในการรับประทานอาหารของแต่ละวันเพื่อเด็กๆ จะได้สารอาหารครบถ้วนมากขึ้น แต่เหนือสิ่งอื่นใด ความรัก ความอบอุ่นจากพ่อและแม่เปรียบเสมือนอาหารใจและอาหารสมองอันแสนวิเศษของลูกๆ ทุกคน

สำหรับใครที่อยากทำบุญรับปีเสือ ยามนี้มีเด็กพิเศษที่บกพร่องทางด้านสติปัญญา กว่า 170 คนของ รร.เด็กพิเศษคุณพ่อเรย์ ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการระบาดของโควิด-19 ร่วมบริจาคเงินได้ที่ ธ.กรุงไทย 591-6-00135-5 ชื่อบัญชี รร.เด็กพิเศษคุณพ่อเรย์ โดยใบเสร็จนำไปลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า โทรศัพท์ 092-7390990

ผศ.(พิเศษ)ดร.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์

ประธานกรรมการ มูลนิธิคุณแม่คุณภาพ

Leave a comment