#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/638080

วันอาทิตย์ ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 06.00 น.
นักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบงานศิลปะแนว Art Nouveau และได้มีโอกาสเยือนบูดาเปสต์ เมืองหลวงของฮังการีจะพบว่า เมืองนี้เป็นสวรรค์ของพวกเขาเลยทีเดียว ทั้งนี้ เพราะที่นี่มีมิวเซียมและบ้านคหบดีมากมายที่ตกแต่งตามแนวทางศิลปะแบบ Art Nouveauสถานที่ท่องเที่ยวหนึ่งที่ต้องเยือนให้ได้ก็คือ House of Art Nouveau บ้านที่ออกแบบโดย Emil Vidor สถาปนิกชาวฮังกาเรียนและนักตกแต่งภายในที่มีชื่อเสียงที่สุดคนหนึ่งของฮังการีซึ่งจบการศึกษาจากกรุงเบอร์ลิน เขาออกแบบโดยใช้แรงบันดาลใจจากงานแนว Belgian Art Nouveau ในปี 1903 ให้กับครอบครัว Bedo คหบดีที่มั่งคั่งที่สุดคนหนึ่งของประเทศ
สถาปนิกออกแบบให้ใช้อุปกรณ์ตกแต่งบริเวณระเบียงจากโรงงาน Zsolnay โรงงานที่มีชื่อเสียงในการผลิตเครื่องกระเบื้องที่ใหญ่ที่สุดของฮังการี และจักรวรรดิ Austro-Hungarian เพื่อเป็นการส่งเสริมอุตสาหกรรมภายในประเทศ และประกาศให้ชาวยุโรปทั่วไปได้ตระหนักถึงฝีมืออันเลอเลิศในการผลิตกระเบื้องตกแต่งของฮังการี ส่วนการตกแต่งภายในนั้น สถาปนิกก็ใช้วัสดุที่มีแนวทางศิลปะใกล้เคียงกันตามอย่างยุโรปตะวันตก
อาคารที่อยู่บนถนน Honved กลางกรุงบูดาเปสต์นี้เคยเป็นที่อยู่อาศัยของทั้ง Bedo Haz และพนักงาน รวมทั้งเป็นสำนักงานไปในตัวด้วย อาคารนี้ผ่านสงครามมาอย่างบอบช้ำ แต่ก็ได้รับการปรับปรุงให้ดูดีขึ้น อาทิ ส่วนของหางนกยูงที่แตกหักด้านหน้าเคยถูกแก้ไขให้เป็นหน้าต่างก่อน แต่เนื่องจากมันดูไม่เข้ากับอาคาร รัฐบาลจึงได้ทำการปรับปรุงใหม่อีกครั้งโดยใส่หางนกยูงกลับมาที่เดิมเพื่อให้ส่วนของระเบียงให้ดูคล้ายของเดิมมากที่สุดในการปรับปรุงครั้งใหญ่ในปี 2007 และเปิดให้เยี่ยมชมอีกครั้ง
แม้รัฐจะพยายามบริหารจัดการอย่างเต็มที่แล้ว แต่การตกแต่งและการจัดแสดงภายในกลับดูสับสนอลหม่านไม่มีธีมใดๆ ทั้งนี้อาจเป็นเพราะบ้านหลังนี้มีของจัดแสดงมากเกินไป และไม่มีพื้นที่เก็บรักษาที่ปกปิดจึงทำให้ภัณฑารักษ์นำของทั้งหมดที่มีออกมาจัดแสดงจนดูรกตาไปหมดซ้ำร้ายนักท่องเที่ยวก็ยังรู้สึกว่ามิวเซียมแห่งนี้ขาดความสามารถในการตีความศิลปะแนว Art Nouveau ของฮังการีด้วย เพราะไม่มีคำบรรยายใดๆ ให้เลย แม้นักท่องเที่ยวอาจผิดหวังและงงงวยกับการจัดแสดงจากตัวมิวเซียมไปบ้าง แต่ของจัดแสดงส่วนใหญ่ก็สวยงามโดยเฉพาะบางจุดสามารถถ่ายรูปได้อย่างใกล้ชิดและสัมผัสได้แตกต่างจากมิวเซียมอื่นที่ไม่ยินยอมให้จับต้องของจัดแสดง ยิ่งกว่านั้น นักท่องเที่ยวน่าจะรู้สึกสนุกสนานกับการถ่ายรูปในร้านกาแฟที่มีโต๊ะหลายตัวที่เป็นมุมน่ารักๆ ไว้ให้เก็บภาพย้อนยุคราวกับกลับไปอยู่ในต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 เลยทีเดียว









