LIFE & HEALTH : เทคโนโลยีการฝากไข่…เพื่อการสร้างครอบครัวในอนาคต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/638735

LIFE & HEALTH : เทคโนโลยีการฝากไข่...เพื่อการสร้างครอบครัวในอนาคต

วันพุธ ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2565, 05.55 น.

ในยุคนี้คุณผู้หญิงส่วนใหญ่มักจะแต่งงานและมีลูกช้า การวางแผนครอบครัวเพื่อชีวิตที่สมบูรณ์ในอนาคตเป็นสิ่งสำคัญที่สาวๆไม่ควรละเลย หลายคนที่ยังไม่เจอคนที่ใช่ในตอนนี้ อาจจะคิดว่ารอให้เจอคนที่ใช่ก่อนถึงจะเริ่มวางแผนครอบครัวไปด้วยกัน แต่การปล่อยให้เวลาผ่านไปเรื่อยๆ นอกจากอายุจะมากขึ้นแล้ว ความเสื่อมของระบบภายในของคุณผู้หญิงก็มากขึ้นตามไปด้วย โดยเฉพาะปริมาณและคุณภาพไข่ของผู้หญิง เมื่อถึงเวลาที่แต่งงานและต้องการมีลูกก็อาจจะเจอปัญหามีลูกยากเนื่องจากการมีอายุที่มากก็เป็นได้ ปัจจุบันมีเทคโนโลยี “การฝากไข่” จึงเป็นแนวทางการวางแผนชีวิตครอบครัวในอนาคตอย่างมีประสิทธิภาพ

ข้อมูลจาก พญ.วนากานต์ สิงหเสนา สูตินรีแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ VFC ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อการมีบุตร เปิดเผยว่า “ไข่” ที่ถูกผลิตมาจาก “รังไข่” เป็นเซลล์สืบพันธุ์ที่สำคัญของฝ่ายหญิง ซึ่งโดยปกติอายุยิ่งมาก ปริมาณและคุณภาพไข่ของผู้หญิงก็จะยิ่งลดลง โดยเฉพาะเมื่ออายุ 35 ปี ขึ้นไป จะมีผลทำให้การตั้งครรภ์ยากขึ้น หรือหากตั้งครรภ์จะถือว่าเป็นการตั้งครรภ์ที่มีความเสี่ยงสูง และทารกในครรภ์อาจมีความผิดปกติได้

แต่ในปัจจุบัน ด้วยสภาพแวดล้อมหลายปัจจัย ทำให้ผู้หญิงมีลูกช้าลง และคำนึงถึงการวางแผนครอบครัวน้อยลงเทคโนโลยีการฝากไข่ จึงเป็นทางออกของผู้หญิงที่ต้องการวางแผนมีครอบครัวที่สมบูรณ์ในอนาคต หรือในเวลาที่พร้อม ซึ่งการฝากไข่ คือการเก็บไข่ในอายุที่เหมาะสม ได้แก่ 28-35 ปี และนำไปแช่แข็งในไนโตรเจนเหลว อุณหภูมิลบ 196 องศา ซึ่งเป็นอุณหภูมิที่สามารถหยุดการทำงานของเซลล์ได้โดยสามารถเก็บได้นานหลายสิบปี เมื่อมีการนำไข่มาใช้ในภายหลัง ก็จะมีโอกาสตั้งครรภ์สำเร็จเท่ากับอายุตอนเก็บไข่ เช่น หากเราอยากมีลูกตอนอายุ 40 แต่มาเก็บไข่ตอนอายุ 32 โอกาสตั้งครรภ์สำเร็จก็จะเท่ากับคนอายุ 32 ปี

กลุ่มที่เหมาะกับการฝากไข่ นอกจากกลุ่มสาวโสด แต่งงานช้าแล้ว ยังเหมาะกับผู้ป่วยโรคมะเร็งที่ต้องรักษาด้วยการฉายแสงบริเวณอุ้งเชิงกราน หรือให้ยาเคมีบำบัด เพราะอาจทำให้เซลล์ไข่ถูกทำลายหลังการรักษา รวมถึงกลุ่มที่มีแนวโน้มรังไข่เสื่อมก่อนวัย เช่น มีโรคประจำตัว ฮอร์โมนไม่สมดุล หรือ มีประวัติเคยผ่าตัดรังไข่และเนื้อรังไข่ได้รับความเสียหาย

ทั้งนี้ สำหรับคุณผู้หญิงที่ต้องการฝากไข่ควรได้รับการตรวจสุขภาพเบื้องต้น เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีข้อจำกัดในการเก็บไข่ เช่นมีเลือดออกผิดปกติ โดยวันที่จะเข้ามาปรึกษาแพทย์ควรเป็นวันที่ประจำเดือนมาวันแรก หรือไม่เกิน 4 วันแรก เพื่อให้แพทย์ได้ตรวจอัลตราซาวนด์ดูจำนวนฟองไข่ของเดือนนั้นๆ และพิจารณาให้ยากระตุ้นไข่

โดยธรรมชาติของผู้หญิง ในวันแรกของรอบประจำเดือนจะมีฟองไข่เล็กๆหลายใบ แต่จะโตจนถึงวันตกไข่เพียง 1 ใบเท่านั้น เพราะฉะนั้นหากเข้าสู่กระบวนการเก็บไข่ จึงจำเป็นต้องฉีดยาฮอร์โมนเพื่อกระตุ้นให้ฟองไข่ใบเล็กๆที่มีอยู่โตขึ้นทั้งหมดและเก็บออกมาแช่แข็งไว้ เพราะหากไม่ฉีดยาฮอร์โมนกระตุ้น ก็จะได้ไข่แค่ใบเดียว

เมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการกระตุ้นไข่แล้ว แพทย์จะนัดเข้ามาเพื่อเก็บไข่ ซึ่งควรเตรียมตัวก่อนการเก็บไข่ ดังนี้

1.งดน้ำงดอาหารอย่างน้อย 6 ชั่วโมงก่อนถึงเวลาเก็บไข่

2.งดทำเล็บทั้งเล็บมือและเล็บเท้า งดใส่คอนแทคเลนส์ ถ้าสายตาสั้นและยาว แนะนำให้ใส่แว่นมา

3.งดการแต่งหน้า และงดการฉีดน้ำหอม

4.เจ้าหน้าที่จะนัดมาก่อน 1 ชั่วโมงเพื่อเตรียมตัวในการเก็บไข่ ควรมาให้ตรงเวลาหากถ้ามาช้าจะมีผลต่อการเก็บไข่

5.ควรมีผู้ดูแลมาด้วย 1 คน เพื่อคอยดูอาการช่วงเวลาการเดินทางกลับบ้านหลังจากที่เจ้าหน้าที่อนุญาตให้กลับบ้านได้

อย่างไรก็ตาม กระบวนการเก็บไข่นับตั้งแต่ปรึกษาแพทย์ครั้งแรก กระตุ้นไข่ ฉีดยากันไข่ตก จนถึงวันเก็บไข่ ใช้เวลาไม่เกิน 2 สัปดาห์ เพราะฉะนั้น แนะนำให้เริ่มตระหนักตั้งแต่อายุน้อย เพื่อความมั่นคงของชีวิตในอนาคต โดยจำนวนไข่ที่เก็บได้จะมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับคุณภาพและปริมาณไข่ตั้งต้นในวันแรกของรอบเดือน ซึ่งมีปัจจัยที่เกี่ยวข้องคืออายุ เพราะยิ่งมีอายุมากขึ้น ปริมาณและคุณภาพไข่
ที่ได้ก็จะน้อย หากอยากเก็บไข่แช่แข็งเยอะอาจจำเป็นจะต้องเก็บไข่หลายรอบ

มีคนอายุน้อยหลายคนที่เริ่มตระหนักถึงความสำคัญของการฝากไข่ เพราะว่าไข่ของคุณผู้หญิงเรามีวันหมดอายุได้ พญ.วนากานต์ สิงหเสนา ได้ยกตัวอย่าง คนไข้รายหนึ่ง อายุ 31 ปี ยังไม่มีการวางแผนจะแต่งงานมีลูกในเร็วๆ นี้ แต่มีความต้องการที่จะมีลูกในอนาคต จึงเข้ามาปรึกษาหมอเพื่อเก็บไข่แช่แข็ง ซึ่งจากอายุ ณ ตอนนี้ที่เข้ามาเก็บไข่ ทำให้ได้ปริมาณไข่เยอะ จึงไม่ต้องนัดมาเก็บไข่อีกรอบ คนไข้ก็ดีใจ เหมือนยกภูเขาออกจากอก เพราะกังวลว่าถ้ามีลูกตอนอายุมากจะทำให้มียาก แต่ตอนนี้สบายใจขึ้น เพราะมั่นใจว่าการฝากไข่จะช่วยให้มีลูกง่ายขึ้นแนะนำว่าใครที่สนใจจะฝากไข่ เพียงแค่หาช่วงจังหวะเวลาที่สามารถมาพบหมอได้บ่อย ประมาณ 2 สัปดาห์ ก็เสร็จสิ้นกระบวนการทั้งหมดแล้ว

ผศ.(พิเศษ)ดร.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์

ประธานกรรมการ มูลนิธิคุณแม่คุณภาพ

Leave a comment