#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/651376

วันพฤหัสบดี ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.
พม.ร่วมกับ เอสซีจี โดย บริษัท ผลิตภัณฑ์และวัตถุก่อสร้าง จำกัด สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับถุงปูนซีเมนต์รอการทำลาย นำมาจัดทำเป็นสินค้า อาทิ กระเป๋าและผลิตภัณฑ์ต่างๆ จำหน่าย เพื่อส่งเสริมอาชีพและสร้างรายได้ให้กับคนไร้ที่พึ่ง ภายใต้โครงการ “ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง”
นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) เป็นประธานในพิธีลงนามความร่วมมือ (MOU) การดำเนินโครงการส่งเสริมอาชีพและสร้างรายได้ให้กับผู้ใช้บริการในสถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง และศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาทักษะชีวิต ภายใต้โครงการ “ปฏิบัติการ ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” ระหว่างกระทรวง พม. โดยกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ (พส.) กับ เอสซีจี โดยบริษัท ผลิตภัณฑ์และวัตถุก่อสร้าง จำกัด โดยมี นายอนุกูล ปีดแก้ว อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ และ นายสยามรัฐ สุทธานุกูลChief Marketing Office-Cement and Green Solution Business ในเอสซีจี ร่วมลงนาม อีกทั้งมี นางพัชรี อาระยะกุล ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ปลัด พม.) ร่วมเป็นสักขีพยาน ณ ห้องประชุมปกรณ์ อังศุสิงห์ ชั้น 2 อาคารกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวง พม. สะพานขาว กรุงเทพฯ
นายจุติ ไกรฤกษ์ กล่าวว่า กระทรวง พม. โดยกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ (พส.) มีภารกิจสำคัญในการจัดสวัสดิการสังคม ช่วยเหลือคุ้มครอง และพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ด้อยโอกาสในสังคม รวมทั้งกลุ่มคนไร้ที่พึ่งซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบางตามนโยบายรัฐบาล “ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง”โดยได้ขับเคลื่อนโครงการ “ปฏิบัติการ ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” ด้วยการให้ความช่วยเหลือทุกรูปแบบและขยายความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายภาคธุรกิจได้เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคม ทั้งนี้ จึงได้มีความร่วมมือ (MOU) การดำเนินโครงการส่งเสริมอาชีพ และสร้างรายได้ให้กับผู้ใช้บริการในสถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง และศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาทักษะชีวิต ภายใต้โครงการ “ปฏิบัติการ ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” กับ เอสซีจีโดยบริษัท ผลิตภัณฑ์และวัตถุก่อสร้าง จำกัด
นายจุติกล่าวต่อไปว่า วันนี้เป็นสิ่งที่ประกาศให้เห็นว่าครอบครัวเอสซีจี กับครอบครัว พม. จับมือกันเพื่อดูแลคนไร้ที่พึ่ง เพราะเราเป็นคนไทยด้วยกัน ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ซึ่งเป็นไปตามนโยบายรัฐบาลที่ว่าเราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ซึ่งสิ่งที่เราทำคือ การนำความคิดอย่างสร้างสรรค์เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับคนไร้ที่พึ่ง และคนที่ไม่มีอาชีพได้สามารถสร้างอาชีพและพึ่งพาตนเองได้ สำหรับประเทศไทยเป็นประเทศมหาอำนาจทางวัฒนธรรม ปรัชญาความคิด โดยเศรษฐกิจพอเพียงเป็นสิ่งที่คนไทยนำมาถือปฏิบัติ และวันนี้เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความพอเพียงคือ การแปรรูปขยะสู่ทองคำ เป็นเงินได้ และจากที่ไม่มีโอกาสก็สามารถสร้างโอกาสต่อได้ ทางเอสซีจี และกระทรวง พม.เราได้ร่วมกันสร้างงาน อาชีพ รายได้ และสร้างบ้านให้กับผู้ที่ด้อยโอกาส และเราหวังว่าจะมีสิ่งดีๆ ให้กับประเทศไทยและให้กับผู้ที่ไม่มีโอกาสได้มีโอกาสต่อไป
นายสยามรัฐ สุทธานุกูล กล่าวเพิ่มเติมว่า เอสซีจี มุ่งดำเนินแผนงานตามนโยบาย ESG 4 Plus ในเรื่องการลดความเหลื่อมล้ำและความร่วมมือ โดยการพัฒนาทักษะอาชีพ สร้างรายได้ให้กับคนไร้ที่พึ่งที่อยู่ในการดูแลของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการทั้ง 14 แห่ง ผ่านการเพิ่มมูลค่าถุงปูนซีเมนต์รอการทำลาย นำมาจัดทำเป็นสินค้า อาทิ กระเป๋าและผลิตภัณฑ์ต่างๆ โดยกลุ่มคนไร้ที่พึ่งจะได้มีโอกาสฟื้นฟูทักษะอาชีพ สร้างรายได้ ยกระดับคุณภาพชีวิตให้มีโอกาสในการช่วยเหลือตัวเองและกลับคืนสู่สังคมได้ ทั้งนี้ เอสซีจี จะเป็นผู้ดำเนินการจัดจำหน่ายสินค้าและขยายช่องการทางการจัดจำหน่าย นับว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการขับเคลื่อนการให้ความช่วยเหลือและยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไร้ที่พึ่ง ซึ่งตอบสนองนโยบายรัฐบาล “ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” ลดความเหลื่อมล้ำ และ BCG Economy

จุติ ไกรฤกษ์ รมว.พม. เป็นประธานร่วมด้วย อนุกูล ปีดแก้ว, สยามรัฐ สุทธานุกูล และ พัชรี อาระยะกุล


