#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/665017

วันพฤหัสบดี ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.
เมื่อทั่วโลกกลับมาเปิดประเทศอีกครั้ง ถึงเวลาปลดปล่อยจินตนาการให้โลดแล่นกว้างไกลกว่าเดิม มาเติมไฟ สร้างแรงบันดาลใจ ในงานมหกรรมศิลปะการแสดงและดนตรีนานาชาติ กรุงเทพฯ ที่พร้อมกลับมามอบความสุขอย่างเต็มรูปแบบอีกครั้ง ซึ่งปีนี้เป็นครั้งที่ 24 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 7 กันยายน ถึง 18 ตุลาคม 2565 ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย
มหกรรมฯ ครั้งนี้ มาพร้อมกับ 11 ชุดการแสดงที่พลาดไม่ได้ไม่ว่าจะเป็นการแสดงคลาสสิกที่ทุกคนเฝ้ารอ ไปจนถึงการแสดงสมัยใหม่ที่น่าตื่นตะลึง และนับเป็นครั้งแรกของมหกรรมฯ ที่นำศิลปินกลับมาแสดงติดต่อกันถึงสองปี อีกทั้ง ปีนี้ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของมหกรรมฯ ที่ได้เปิดโอกาสให้ศิลปินเยาวชนได้ร่วมแสดงบนเวทีเดียวกันกับศิลปินระดับตำนาน ภายใต้โครงการเพื่อเยาวชน (Student Outreach Program) ซึ่งมีจุดมุ่งหมายเพื่อยกระดับการศึกษาด้านวัฒนธรรมในประเทศไทย ด้วยการจัดให้มีการแสดงและมาสเตอร์คลาสจากศิลปินชื่อดังที่ได้รับเชิญมาร่วมมหกรรมฯ โดยมีความหวังว่าการสร้างการมีส่วนร่วมและความซาบซึ้งในดนตรี การนาฏศิลป์ การละคร และศิลปะแขนงอื่นๆ จากหลากหลายวัฒนธรรม สังคม และประเพณี จะช่วยหล่อหลอมคนรุ่นใหม่ให้สามารถสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆและส่งต่อแรงบันดาลใจในก้าวสู่การเป็นพลเมืองโลกได้อย่างแท้จริง
.jpg)
เปิดประเดิมด้วยการแสดงชุดแรก โดย ซูเปอร์สตาร์เสียงเมซโซโซปราโน แคทเธอรีน เจนกินส์ ศิลปินขวัญใจราชวงศ์อังกฤษ ที่กลับมาเปิดม่านการแสดงในมหกรรมฯ ครั้งที่ 24 ร่วมกับวงดุริยางค์ซิมโฟนีกรุงเทพ หรือ Royal Bangkok Symphony Orchestra ภายใต้การควบคุมวงของ แอนโทนี่ อิงกลิช วาทยกรผู้ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลแกรมมี่ ต่อด้วยการแสดงบัลเลต์เรื่อง สวอนเลค จากคณะบัลเลต์สตานิสลาฟสกี ซึ่งก่อตั้งมาแล้วเกือบ 100 ปี เป็นที่รู้จักในด้านการใส่ใจตีความบุคลิกของตัวละครหลัก รวมถึงรายละเอียดความรู้สึกนึกคิดของตัวละครเหล่านั้น รังสรรค์งานแสดงออกมา ราวกับเป็นชิ้นงานศิลปะแบบองค์รวมที่ให้ความสำคัญทั้งการเต้น การแสดงละคร และดนตรี โดยนักออกแบบท่าเต้นวลาดิเมียร์ เบอร์ไมสเตอร์ ที่ได้ตีความเพลงของ สวอนเลค ออกมาให้มีลักษณะเบา ไพเราะ และสมจริง ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของคณะฯ นับตั้งแต่เปิดแสดงครั้งแรกในปี 1953 และยังมีชื่อเสียงในด้านการนำบทประพันธ์ครบทุกองค์ของไชคอฟสกีมาใช้ ซึ่งรวมถึงบทนำ บทส่งท้าย พายุ (The storm)การอำลาของเหล่าหงส์ (The farewell dance of the swans) และอีกมากมาย ซึ่งทำให้การแสดงนี้กลายเป็นการแสดงบัลเลต์สวอนเลคฉบับสมบูรณ์แบบสมจริง และได้รับคำยกย่องจากนักวิจารณ์จำนวนมากว่าเป็นสวอนเลคที่ดีที่สุดในโลก
.jpg)
พบกับการแสดงจาก นักเปียโนชาวโครเอเชีย แมกซิม มิรวิก้าหนึ่งในนักเปียโนไอคอนระดับโลกสายคลาสสิกผสานดนตรีแนวใหม่ที่ประสบความสำเร็จที่สุดในประวัติศาสตร์ ด้วยรางวัล MTV Award รางวัลดับเบิลแพลทินัมอัลบัม และรางวัลอื่นๆ มากมาย แมกซิมทะลายขอบเขตแนวดนตรี ตั้งแต่ดนตรีคลาสสิกและดนตรีประกอบภาพยนตร์ ไปจนถึงป๊อปและอิเล็กทรอนิกส์ แมกซิมได้รับเชิญไปแสดงรอบโลก มียอดขายมากกว่า 4 ล้านชุด และทัวร์การแสดงในเมืองต่างๆ กว่า 20 เมืองในญี่ปุ่น นอกจากนี้ สไตล์การแต่งตัวของเขายังเป็นที่ชื่นชอบของเหล่าดีไซเนอร์ชื่อดัง โดยเขาได้ร่วมงานกับ Dolce&Gabbana Armaniและ Christian Dior และได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลผู้ชายที่แต่งตัวดีที่สุด จากนิตยสาร Vogue Hommeมาแล้ว
.jpg)
และพลาดไม่ได้กับการแสดงจากคณะแทงโก้ วีว่า ในโชว์ชุด Everything is Tango ที่ได้ทำการแสดงในกว่า 50 ประเทศและต่อหน้าบุคคลสำคัญมากมาย อย่างอดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามา
แทงโก้ วีว่า เป็นคณะเต้นรำจากบัวโนสไอเรสที่ได้รับการยกย่องทางวัฒนธรรมจากกระทรวงวัฒนธรรมอาร์เจนตินา ผู้กำกับศิลป์ของคณะได้รับเชิญจากรัฐบาลอาร์เจนตินาให้จัดมาสเตอร์คลาสให้กับนักเต้นมืออาชีพที่ World Tango Championship ในปี 2017 โดยเน้นดนตรีจังหวะคลาสสิกแทงโก้เป็นหลัก แต่ยังรวมถึงแนวเพลงอื่นๆ เรียบเรียงโดยผู้อำนวยเพลงประจำคณะ ซึ่งเป็นนักดนตรีที่ได้รับการยกย่องมากที่สุดคนหนึ่งของอาร์เจนตินา และอยู่เบื้องหลังเพลงประกอบภาพยนตร์ที่มีชื่อเสียงหลากหลายเรื่อง รวมถึงเรื่อง Evita ที่นำแสดงโดย มาดอนน่า ด้วย
รวมทั้งอีกชุดการแสดงจาก คณะโทเดส ด้วยพื้นฐานการเต้นเบรกแดนซ์และการเป็นทีมแบ๊กอัพให้กับป๊อปสตาร์ ได้ผสมผสานบัลเลต์และโอเปร่าคลาสสิกเข้าด้วยกันเพื่อสร้างรูปแบบการเต้นร่วมสมัยที่ฉีกกฎเกณฑ์ทั้งหมดของการเต้นร่วมสมัย การเต้นที่ผสานกายกรรมนี้เป็นผลงานการสร้างสรรค์ของศิลปินนักปฏิวัติ อัลลา ดูโควา ผู้ก่อตั้งกลุ่ม ผู้กำกับศิลป์ และหัวหน้านักออกแบบท่าเต้น และบ่อเกิดของแรงบันดาลใจที่ไม่สิ้นสุดในโลกแห่งการเต้นรำ การแสดงที่จะมาแสดงที่กรุงเทพฯ นี้ ชื่อว่า Attention
.jpg)
ไปต่อที่ วง เท็น เทเนอร์สที่กลับมาอีกครั้งด้วยชุดการแสดงอันยิ่งใหญ่ผสมผสานดนตรีร็อกเข้ากับดนตรีคลาสสิก จะมาร่ายมนต์สะกดทุกสายตา การันตีด้วยอัลบัมกว่า 15 ชุดรวมถึงรางวัลดับเบิลแพลทินัมอัลบัมล่าสุดที่คว้ามา และการแสดงสดกว่า 4,000 ครั้ง นักร้องเสียงเทเนอร์ 10 คน พร้อมสร้างปรากฏการณ์สุดพิเศษ มาพร้อมกับนักดนตรีที่มีความสามารถหลากหลาย พวกเขาเคยได้ร่วมระดมเงินกว่า 11 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อบริจาคให้องค์กรการกุศลทั่วโลกอีกด้วย เท็น เทเนอร์สเป็นที่ชื่นชอบของแฟนๆ ในระดับเดียวกับ Queen และ Meatloaf ด้วยผลงานเพลงร็อกดั้งเดิมที่เพิ่มความน่าสนใจด้วยดนตรีคลาสสิก หรือเรียกว่าดนตรีคลาสสิกที่ร็อกอย่างแท้จริง
ยังมีการแสดงเต้นจาก คณะเซลทิก เลเจนส์ มาทำให้คุณขยับเท้าตามอย่างแน่นอน ถือกำเนิดขึ้นบริเวณเนินเขาคอนเนมาราของไอร์แลนด์ในปี 2002 และทำการแสดงเต้นแท็ปแดนซ์ไปทั่วโลก โดยแสดงให้เห็นถึงพลังการเคลื่อนไหวและความรื่นเริงของวัฒนธรรมไอริชดั้งเดิม และดึงดูดผู้ชมให้รู้สึกเหมือนได้ไปเที่ยวชมเกาะเอเมรัลด์ ไอล์นักเต้นเหล่านี้คว้าแชมป์โลกมาแล้วหลายครั้งและได้ออกทัวร์การแสดงต่างๆ โดยหนึ่งในผู้เล่นไปป์ที่เก่งที่สุดในโลก ดนตรีและวัฒนธรรมการเต้นของชาวไอริชมีชีวิตชีวาขึ้นมาจากความไวของฝีเท้าและเพลงประกอบที่สนุกสนาน ซึ่งจะทำให้คุณอยากลุกขึ้นมาเต้นไปพร้อมกัน
.jpg)
หากคุณคิดว่ารู้จัก สวอนเลคดีแล้ว เตรียมตัวให้พร้อมรับเซอร์ไพรส์จาก คณะบัลเลต์เปรลโจกาจ โดยมีแองเจลิน เปรลโจกาจ ผู้ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ Officier des Arts et des Lettres และ Chevalier de la Légion d’Honneur จากรัฐบาลฝรั่งเศส มาเป็นผู้ออกแบบท่าเต้นที่ทรงพลังและกระตุ้นความคิด บิดมุมมองของโลกในยุคปัจจุบัน โดยนำประเด็นเกี่ยวกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โลกทุนนิยม การสืบทอดมรดกมาเป็นแรงบันดาลใจ อีกทั้ง ได้ผสมผสานบทประพันธ์ชิ้นเอกของไชคอฟสกีกับการเรียบเรียงดนตรีแบบร่วมสมัย ออกมาเป็นตำนานสวอนเลคที่มีเอกลักษณ์ และเป็นการไว้อาลัยให้กับปรมาจารย์ด้านบัลเลต์ มาเรียส เปติปา ด้วย โดยได้ศิลปินกราฟฟิก บอริส แล็บเบ้ มือรางวัลเข้ามาออกแบบภาพเคลื่อนไหวเพื่อเพิ่มมิติให้แก่การแสดงอันวิจิตรงดงามของนักบัลเลต์ทั้ง 26 ชีวิตบนเวที
.jpg)
สำหรับการแสดง 3 ชุดสุดท้ายในปีนี้ ไม่มีใครเหมาะสมไปกว่าคณะบอลชอยแห่งกรุงเบลารุส ที่จะมาถ่ายทอดวัฒนธรรมเบลารุส ผ่านท่วงท่าของนักบัลเลต์จำนวน 80 ชีวิต และไม่มีมหกรรมศิลปะการแสดงใดที่จะสมบูรณ์แบบไปได้หากขาดการแสดงเรื่อง นัทแครกเกอร์ เรื่องราวดินแดนในฝันของเด็กหญิงในวันคริสต์มาส ต่อด้วยเรื่อง เชอเฮเรอสาดและ คาร์เมน สวีท ที่นับว่ามาคืนเดียวได้ชมถึง 2 เรื่อง โดยเรื่องเชอเฮเรอสาดนั้นกำกับการแสดงโดยนักเต้นชื่อดังระดับโลกอย่าง อานดรีซ ลีเอปา ส่วนคาร์เมน สวีท ถือเป็นหนึ่งในบทเพลงที่สมบูรณ์แบบที่สุดในประวัติศาสตร์ดนตรี ส่งท้ายมหกรรมฯ ด้วยการแสดงบัลเลต์เรื่องเจ้าหญิงนิทราสุดคลาสสิก ที่ถ่ายทอดเรื่องราวเกี่ยวกับความรักมีชัยเหนือความชั่วร้าย ซึ่งเป็นเรื่องราวที่ทั้งเด็กและผู้ใหญ่โปรดปราน ปิดม่านมหกรรมฯ ครั้งนี้ลงอย่างประทับใจ
การแสดงที่เต็มไปด้วยเหล่าศิลปินมากความสามารถ ในมหกรรมศิลปะการแสดงและดนตรีนานาชาติกรุงเทพฯ ครั้งที่ 24 เปิดให้สำรองที่นั่งได้แล้วที่ www.thaiticketmajor.com/icp2022