#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/669285

วันพุธ ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 06.45 น.
ใครๆ ก็ชื่นชอบการมีผิวพรรณเรียบเนียนสวยงาม ในคนที่เข้าสู่วัยรุ่นย่อมเคยผ่านปัญหาการเกิดสิวบนใบหน้าทั้งสิ้น มีหลายคนสูญเสียความมั่นใจจากปัญหาหลังจากเกิดสิวที่สร้างความกังวล เพราะการเกิด “หลุมสิว” ทำให้ผิวหน้ามีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมจากผิวที่เคยเรียบเนียนก็กลับเป็นหลุมบ่อ ถึงแม้แต่งหน้ากลบ ก็ยังไม่สามารถแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้
.jpg)
พญ.ดวงกมล ทัศนพงศากุล แพทย์ปะจำศูนย์ผิวหนัง โรงพยาบาลเวชธานี อธิบายว่า รอยแผลเป็นจากสิวเกิดจากการอักเสบเรื้อรังของผิวหนังชั้นหนังแท้ ซึ่งประกอบด้วยรูขุมขน และต่อมไขมัน เป็นต้น เมื่อกระบวนการอักเสบเสร็จสิ้น โครงสร้างผิวหนังเดิมจะถูกเปลี่ยนแปลงไป หรือมีการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ที่เป็นพังพืดขึ้นแทนที่ ทำให้เกิดรอยบุ๋ม เป็นคลื่น หรือ รอยนูน ซึ่งรอยแผลเป็นจากสิว (acne scar) แบ่งเป็น 2 ชนิด คือ
1.รอยแผลเป็นจากสิวชนิดหลุมซึ่งรอยแผลเป็นจากสิวชนิดหลุมมีหลายประเภท ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับลักษณะขอบเขตของแผล ก้นของแผล และความลึกของแผล ได้แก่
l Ice Pick Scar รอยแผลเป็นจากสิวชนิดหลุมที่เกิดจากการกดหรือบีบสิวอุดตัน ลักษณะจะเป็นรอยหลุมแคบ ก้นของแผลจะแหลม ด้านข้างของแผลจะชัน คล้ายรูปกรวย ขนาดไม่เกิน 0.5 มม.
l Pitted Scar รอยแผลเป็นจากสิวชนิดหลุมที่มีขอบเขตชัดเจนก้นของแผลจะตื้นและไม่แหลมเหมือน Ice Pick Scar
l Boxcar scar รอยแผลเป็นหลุมจากสิวที่มีความกว้างปากหลุม และก้นหลุมเท่ากัน มักเกิดจากสิวอักเสบขนาดใหญ่ หรืออีสุกอีใส เป็นรอยหลุมลึก
ขอบชัด ขนาด 3-4 มม.
l Rolling Scars รอยแผลเป็นหลุมจากสิวที่มีลักษณะกว้างและตื้น คล้ายกระทะก้นแผลจะดูไม่เรียบ เกิดจากสิวอักเสบขนาดใหญ่ที่เกิดการยุบตัวลงของผิว
2.รอยแผลเป็นจากสิวชนิดนูน (keloid and hypertrophic scar) เป็นรอยแผลเป็นนูนที่มีลักษณะค่อนข้างแข็งมักมีสีชมพูหรือสีเดียวกับผิวหนัง
.jpg)
การรักษารอยแผลเป็นจากสิว
ในปัจจุบันทางการแพทย์มีหลายวิธีในการรักษารอยแผลเป็นจากสิว ได้แก่
1.การใช้สารเคมีทาลงบนผิวหน้า (Chemical Peeling) เช่น Trichloroacetic acid (TCA), Alpha Hydoxy Acid (AHA),Tretinoin เพื่อกระตุ้นให้เกิดการสร้างผิวใหม่ขึ้นมาทดแทน ทำให้รอยแผลเป็นจากสิวตื้นขึ้น เหมาะกับรอยหลุมสิวตื้น
2.ใช้แรงดันจากผงคริสตัลหรือเกร็ดอัญมณีไปขัดเอาผิวหนังชั้นตื้นๆออกไป และไปกระตุ้น ให้เกิดการสร้างเซลล์ผิวขึ้นมาใหม่ รอยหลุมสิวจึงตื้นขึ้น (Skin Resurfacing Dermabrasion) ซึ่งสองวิธีนี้ต้องทำหลายครั้ง จึงจะเห็นผลที่แตกต่างจากเดิม
3.การใช้เครื่องมือที่มีเข็มขนาดเล็กจำนวนมาก นำมากลิ้งบนใบหน้า (Skin Needling) เทคนิคนี้จะทำให้เกิดรอยแผลขนาดเล็กบนใบหน้า แต่จะช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลเจนใหม่ ทำให้รอยหลุมสิวตื้นขึ้น
4.Subcision หรือการใช้เข็มเบอร์ 18 สอดเข้าใต้ผิวที่มีหลุมเพื่อตัดผังผืดที่ดึงรั้งผิวไว้ออกไป ทำให้หลุมตื้นขึ้นโดยเฉพาะหลุมลึก ข้อดี คือเห็นผลเร็ว แต่อาจมีผลข้างเคียงคืออาการบวมแดงฟกช้ำหลังทำ แต่สามารถหายได้เอง
5.การฉีดสารเติมเต็มเข้าในบริเวณรอยหลุมสิว (Filler Injection) และการฉีดยาสเตียรอยด์ (Steroid Injection) ในการรักษารอยแผลเป็นนูน ทำให้รอบแผลเป็นนูนยุบลง
6.การผ่าตัด (Scar Excision) เป็นการรักษารอยแผลเป็นโดยตัดเอาแผลเป็นออกมา หลังจากนั้นจึงเย็บปิด
แม้ว่าการรักษาจะมีหลายวิธีแต่ด้วยปัจจุบันเทคโนโลยีที่มีการพัฒนาให้ทันสมัยมากขึ้น การแก้ไขปัญหาหลุมสิวด้วยเลเซอร์ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ เช่น Nd-Yag Laser เป็นเทคนิคที่ใช้เลเซอร์ไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนขึ้นใหม่, Fractional Erbium Glass laser (Fine scan laser) เป็นการใช้แสงเลเซอร์ ที่มีช่วงความยาวคลื่น 1,550 นาโนเมตรซึ่งมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า เป็นเทคโนโลยี ประเภท Semi ablative fractional laser คือสามารถทำการรักษาแบบปราศจากการเปิดปากแผลโดยไม่ตัดเจาะทำลายผิวหนังเหมือนเลเซอร์ชนิดอื่น และ Fractional Carbondioxide laser เทคโนโลยีในการใช้ CO2 Laser ร่วมกับ Fractional Photothermolysis เพื่อกระตุ้นการสร้างผิวใหม่ ด้วยการปล่อยคลื่นแสงในช่วง 10,600 นาโนเมตร ลงสู่ใต้ผิวหนัง โดยจะลึกกว่า Fractional Erbium Glass laser, Fractional RF (นวัตกรรมการใช้พลังงานคลื่นวิทยุมาใช้ในการกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจน) ซึ่งสามารถรักษารอยแผลเป็นหลุมได้ และ Picosecond laser ซึ่งเป็นนวัตกรรมล่าสุดในการรักษารอยแผลเป็นชนิดหลุม
หากมีความกังวลเกี่ยวกับปัญหาหลุมสิว ควรไปปรึกษาแพทย์ผิวหนังเพื่อพิจารณาใช้วิธีการรักษาที่เหมาะสมกับชนิดหลุมสิวหรือชนิดรอยแผลเป็นจากสิวของแต่ละคนต่อไป
ขอเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาที่ช่วยเหลือผู้ป่วยเด็กโรคมะเร็งที่ยากไร้ของกองทุนโรคมะเร็งในเด็กในพระอุปถัมภ์พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ปัจจุบันได้ช่วยเหลือผู้ป่วยโรคมะเร็งในเด็กที่ยากไร้ใน รพ.กว่า 20 แห่งทั่วประเทศ รูปแบบในการให้ความช่วยเหลือของกองทุนโรคมะเร็งในเด็กฯ คือช่วยค่าใช้จ่ายสำหรับการรักษา ค่าเดินทางมาตรวจรักษา ค่าที่พักรวมไปถึงการรักษาที่มีค่าใช้จ่ายที่สูง สามารถร่วมบริจาคได้ที่บัญชี “กองทุนโรคมะเร็งในเด็กในพระอุปถัมภ์ฯ” SCB สาขาอ่อนนุช เลขที่บัญชี 133-2-08742-3 โทร.02-7183800 ต่อ 123 ใบเสร็จนำไปลดหย่อนภาษีได้ รายละเอียดที่ http://www.thaichildrencancerfund.org/
ผศ.(พิเศษ)ดร.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์
ประธานกรรมการ มูลนิธิคุณแม่คุณภาพ