#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
https://www.thairath.co.th/news/foreign/2466187
8 ส.ค. 2565 10:29 น.

- นางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ เป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่สุดของทางการสหรัฐฯ ที่เดินทางเยือนไต้หวัน นับตั้งแต่การเยือนของนายนิวต์ กินกริช อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ที่เคยมาเยือนเมื่อปี 2540
- จีนซ้อมรบครั้งใหญ่บริเวณรอบเกาะไต้หวัน ยิงกระสุนจริงและทดสอบขีปนาวุธ เป็นการ “ปิดกั้น” น่านฟ้าและน่านน้ำไต้หวัน ระงับการเดินเรือและเที่ยวบินระหว่างประเทศ ตลอดช่วง 4 วันของปฏิบัติการซ้อมรบหลังการเยือนของนางเพโลซี
- จีนเป็นคู่ค้าที่สำคัญของไต้หวัน ด้วยมูลค่าการค้าระหว่างกันมากถึง 273,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปีที่แล้ว คิดเป็น 33% ของมูลค่าการค้าไต้หวันกับประเทศอื่นๆ ทั้งหมด ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า การจุดชนวนของนางเพโลซีครั้งนี้จะทำให้อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของไต้หวันได้รับผลกระทบมากที่สุด
จีนซ้อมรบรอบเกาะไต้หวันกระทบการบินและเดินเรือ
กองทัพจีนแสดงแสนยานุภาพซ้อมรบครั้งใหญ่บริเวณ 6 จุดของน่านน้ำฝั่งทางทิศเหนือ ตะวันออก ตะวันตกเฉียงใต้ และตะวันออกเฉียงใต้รอบเกาะไต้หวัน ด้วยการยิงกระสุนจริงและทดสอบขีปนาวุธ เริ่มตั้งแต่ช่วงบ่ายของวันที่ 4 ส.ค. ไปจนสิ้นสุดในวันที่ 7 ส.ค.นี้ ปฏิบัติการนี้เสร็จสิ้นปิดฉากไปแล้วเป็นที่เรียบร้อย เพื่อแสดงให้โลกเห็นว่าน่านน้ำตรงนี้เป็นส่วนหนึ่งของจีน ใครจะมารุกล้ำไม่ได้
การซ้อมรบ 4 วันส่งผลให้เกิดการปิดกั้นเกาะไต้หวัน กระทบต่อการเดินเรือและการคมนาคมทางอากาศ โดยทางการจีนประกาศว่า ด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัยทำให้ต้องห้ามการบินและเดินเรือบริเวณที่กองทัพปลดปล่อยประชาชนจีนกำลังซ้อมรบในการรักษาอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดน ขณะที่ท่าอากาศยานนานาชาติเถาหยวน ของไต้หวันเปิดเผยว่า เฉพาะเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 4 ส.ค. วันแรกของการซ้อมรบได้มีคำสั่งยกเลิกเที่ยวบินระหว่างประเทศไป 51 เที่ยว

ด้านสายการบินโคเรียน แอร์ ในเกาหลีใต้ได้ยกเลิกเที่ยวบินทั้งหมดที่จะมายังไต้หวันในวันศุกร์ที่ 5 ส.ค. และวันเสาร์ที่ 6 ส.ค. 2565 ในขณะที่สายการบินเอเชียนา ซึ่งเป็นสายการบินคู่แข่งในเกาหลีใต้ ได้เปลี่ยนเส้นทางบินมายังไต้หวัน
สายการบินโคเรียน แอร์ ยังเลื่อนตารางเที่ยวบินวันอาทิตย์ ไปยังไทเป อีกหนึ่งชั่วโมง หลังจากสายการบินเอเชียนาได้แจ้งเลื่อนเที่ยวบินวันพฤหัสฯ ออกไป 3 ชั่วโมง
ส่วนสายการบินสิงคโปร์แอร์ไลน์ และสายการบินประหยัด สกู๊ต ได้ยกเลิกเที่ยวบินทั้งหมด ระหว่างสิงคโปร์-ไทเป ในวันศุกร์ที่ 5 ส.ค. ขณะที่สายการบินเอเอ็นเอ และเจแปน แอร์ไลน์ ในญี่ปุ่นยังคงให้บริการเที่ยวบินตามกำหนด แต่ได้ปรับเปลี่ยนเส้นทางเที่ยวบินไปยังไทเป ฮ่องกง และภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อหลีกเลี่ยงน่านฟ้าที่จีนกำลังซ้อมรบ

การซ้อมรบครั้งนี้มีขึ้นหลังการเยือนไต้หวันของนางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ซึ่งเธอเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่สุดของทางการสหรัฐฯที่เดินทางเยือนไต้หวัน นับตั้งแต่การเยือนของนายนิวต์ กินกริช อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ที่เคยมาเยือนเมื่อปี 2540
กระทรวงกลาโหมไต้หวันเปิดเผยว่าเรือรบและเครื่องบินรบของกองทัพจีน รุกล้ำเส้นแบ่งเขตแดนที่กั้นระหว่างไต้หวันกับจีนแผ่นดินใหญ่ เมื่อวันที่ 6 ส.ค.ที่ผ่านมา ทำให้ไต้หวันต้องส่งเครื่องบินรบไปเตือน โดยระบุว่าการซ้อมรบครั้งนี้เป็นการซ้อมจำลองปฏิบัติการโจมตีไต้หวัน

ด้านโฆษกทำเนียบขาวสหรัฐฯ กล่าวว่า จีนยั่วยุทางทหารอย่างไร้ความรับผิดชอบและทำให้เกิดความเสี่ยงอย่างประเมินมิได้ต่อเสถียรภาพและความสงบสุขบริเวณช่องแคบไต้หวันซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายยึดมั่นและคาดหวัง
ขณะที่จีนระบุว่า การเยือนของนางเพโลซีต่างหากที่เป็นภัยร้ายแรงต่อเสถียรภาพ และความสงบสุขในช่องแคบไต้หวัน พร้อมประกาศมาตรการคว่ำบาตรนางเพโลซี และบรรดาสมาชิกครอบครัวโดยไม่เปิดเผยรายละเอียด เพื่อตอบโต้การกระทำที่จีนมองว่าเป็นความชั่วร้าย และเป็นการจงใจยั่วยุ
นอกจากนี้ กระทรวงการต่างประเทศจีน แถลงว่า นับจากนี้รัฐบาลจีนจะระงับความร่วมมือกับสหรัฐฯในหลายด้าน รวมถึงการเจรจาเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ กับสหรัฐฯ ตามข้อตกลงด้านสภาพอากาศของที่ประชุมสุดยอด “COP26” ที่เมืองกลาสโกว์ เมื่อปีที่แล้ว ที่ทั้งสองประเทศผู้ปล่อยก๊าซคาร์บอนสู่ชั้นบรรยากาศมากที่สุดในโลกได้ให้คำมั่นว่าจะทำงานร่วมกันเพื่อเร่งการดำเนินการด้านสภาพอากาศในทศวรรษนี้ และให้คำมั่นว่าจะประชุมกันเป็นประจำเพื่อจัดการกับวิกฤติความเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศโลก

นอกจากนี้จีนประกาศระงับความร่วมมือกับสหรัฐฯในการส่งตัวผู้อพยพผิดกฎหมาย ความช่วยเหลือด้านตุลาการ และการส่งตัวอาชญากรข้ามชาติกลับประเทศ ตลอดจนการดำเนินการต่อต้านยาเสพติด พร้อมเตรียมยุติการติดต่อกันโดยตรงทางโทรศัพท์ระหว่างผู้นำทางทหารทั้งสองฝ่าย และระงับการประชุมด้านความมั่นคงระหว่างสองประเทศ
โดยนายแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวว่า การบล็อกช่องทางสื่อสารสำคัญกับสหรัฐฯ เป็นการตัดสินใจอย่างไร้ความรับผิดชอบ

จีนระงับส่งออก-นำเข้าสินค้าไต้หวันหลายรายการ
นับตั้งแต่มีข่าวว่านางเพโลซีจะเดินทางเยือนไต้หวัน แม้จะยังไม่มีการยืนยันแน่ชัดแต่กระทรวงพาณิชย์จีนก็ได้เริ่มระงับการนำเข้าสินค้าไต้หวันรายการแรกคือ “บิสกิต และขนมอบ” ที่ผลิตโดยบริษัทไต้หวัน 35 ราย จากจำนวนบริษัทไต้หวัน 107 แห่งที่จดทะเบียนกับกรมศุลกากรของจีนภายใต้หมวดขนมบิสกิต ขนมอบ และขนมปัง โดยให้มีผลทันทีตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค.
นอกจากนี้ จีนยังระงับนำเข้าอาหารของบริษัทไต้หวัน 2,066 ราย จากจำนวนบริษัทไต้หวัน 3,200 รายที่จดทะเบียนภายใต้หมวดอาหาร ขณะเดียวกันก็ได้สั่งระงับการนำเข้าผลิตภัณฑ์ผลไม้ตระกูลส้ม และปลาดาบเงินลายทางขาวแช่เย็น และปลาทูแขกแช่แข็งจากไต้หวัน โดยให้เหตุผลว่า ตรวจพบร่องรอยยาฆ่าแมลงบนผลไม้ตระกูลส้ม และร่องรอยเชื้อโคโรนาไวรัสบนบรรจุภัณฑ์ปลาแช่แข็งบางประเภทเมื่อเดือน มิ.ย.2565
เป็นที่คาดว่ามาตรการคว่ำบาตรทางการค้ากับไต้หวันอาจจะมีเพิ่มเติมอีกในเร็วๆ นี้โดยเฉพาะหมวดสินค้าที่จีนนำเข้าจากไต้หวันคิดเป็นมูลค่าสูงที่สุด ได้แก่หมวดอุปกรณ์และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องจักร พลาสติก และเคมีภัณฑ์
ข้อมูลจากสำนักงานสถิติของไต้หวัน ระบุว่า เมื่อปี 2564 จีนนำเข้าสินค้าจากไต้หวันสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 1.89 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนช่วงเดือน ม.ค.-มิ.ย. ที่ผ่านมา การนำเข้าสินค้าจากไต้หวันมายังจีน เพิ่มขึ้น 7.3% มาอยู่ที่ 112,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่มาตรการคว่ำบาตรที่มีออกมาอย่างต่อเนื่องอาจจะทำให้ตัวเลขนี้ลดลง
นอกจากนี้จีนยังเดินหน้าประกาศระงับการส่งออก ทรายธรรมชาติจากจีนไปยังไต้หวันเริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 3 ส.ค.เป็นต้นไป โดยทรายธรรมชาติเป็นวัสดุที่ใช้อย่างมากในการก่อสร้างและผสมคอนกรีต นอกจากนี้ยังเป็นวัตถุดิบสำคัญในผลิตชิปคอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็นสินค้าส่งออกสำคัญของไต้หวัน ซึ่งก่อนหน้านี้จีนเคยใช้มาตรการระงับส่งออกทรายกับไต้หวันเป็นเวลา 1 ปี เมื่อปี 2550 โดยอ้างข้อกังวลเรื่องสิ่งแวดล้อม
ทั้งนี้ ข้อมูลสถิติระบุว่า จีนเป็นคู่ค้าที่สำคัญของไต้หวัน ด้วยมูลค่าการค้าระหว่างกันมากถึง 273,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปีที่แล้ว คิดเป็น 33% ของมูลค่าการค้าไต้หวันกับประเทศอื่นๆทั้งหมด ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า การจุดชนวนของนางเพโลซีครั้งนี้จะทำให้อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของไต้หวันได้รับผลกระทบมากที่สุด

ผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปสงค์-อุปทานโลก
บรรดานักวิเคราะห์ต่างวิตกกังวลเกี่ยวกับความขัดแย้งที่เพิ่มมากขึ้นระหว่างจีน-ไต้หวัน-สหรัฐฯ และผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปสงค์และอุปทานโลก ที่เกิดขึ้นท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อ ตลอดจนภาวะวิกฤติเศรษฐกิจในหลายประเทศ ภาวะขาดแคลนอาหาร และพลังงาน หลังจากโลกเพิ่งเจอผลกระทบจากโรคระบาดโควิด-19 และสงครามการสู้รบที่ยืดเยื้อระหว่างรัสเซียกับยูเครน
ก่อนหน้านี้ ธนาคารโลกระบุว่าหลายประเทศทั่วโลกต่างเจอภาวะเงินเฟ้อแตะสองหลัก โดยเชื่อว่าความขัดแย้งกรณีไต้หวัน และผลกระทบอย่างหนักต่ออุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์จะกระทบต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลก ขณะเดียวกันไต้หวันยังเป็นท่าเรือสำคัญสำหรับเรือสินค้าระหว่างเอเชียกับตะวันตก
นายมาร์ค หลิว ประธานบริษัท “ไต้หวัน เซมิคอนดักเตอร์ แมนูแฟคเจอริง” หรือทีเอสเอ็มซี ผู้ผลิตชิปรายใหญ่ของโลก และมีความสำคัญต่อบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่อย่าง แอปเปิล ควอลคอมม์ และอินวิเดีย เปิดเผยว่า ความขัดแย้งระหว่างจีนกับไต้หวัน ทำให้ทุกฝ่ายมีแต่เสีย โดยการใช้กำลังทหารหรือการบุกไต้หวัน ก็จะทำให้บริษัทใหญ่อย่างทีเอสเอ็มซี ต้องระงับการผลิตไปโดยปริยาย
นักวิเคราะห์จาก “ยูเรเชีย กรุ๊ป” มองว่าจีนมีการตอบโต้แบบคู่ขนานกันและค่อยเป็นค่อยไปตั้งแต่การประท้วงทางการทูต ซ้อมรบโชว์แสนยานุภาพ มาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจและการค้า ตลอดจนความบาตรที่ตัวบุคคล ขณะที่ผลกระทบจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับระยะเวลาและความรุนแรง ของการคว่ำบาตรแต่ละระลอก และในอีกไม่กี่วันข้างหน้า หรืออาจเป็นสัปดาห์หรือเป็นเดือน จีนอาจมีมาตรการตอบโต้ออกมาอีก ในขณะที่การประชุมสมัชชาใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์ครั้งที่ 20 จะมีขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปีนี้.
ผู้เขียน : เพ็ญโสภา สุคนธรักษ์