#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/677774

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : โรคที่มาในหน้าฝน
วันจันทร์ ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.10 น.
หน้าฝนที่มีฝนตกหนักและบ่อยเช่นในปีนี้ ทำให้หลายพื้นที่ฉ่ำชุ่มจนแฉะ บางที่ก็จมน้ำไปแล้ว ฝนที่ตกหนักทั้งเช้า สาย บ่าย เย็น และค่ำ ทำให้คนที่ต้องเดินทางออกจากบ้านไปทำภารกิจต่างๆ รวมถึงคนค้าคนขายอาจไม่ค่อยชอบนัก เพราะเดินทางลำบากขึ้นกว่าเดิม และลูกค้าก็อาจจะหายไปเพราะฝนตก สำหรับคนที่ต้องเผชิญกับฝน ก็ต้องหาทางดำเนินชีวิตต่อไป เพื่อความอยู่รอด และต้องอยู่ให้รอดโดยไม่เจ็บไม่ป่วยเพราะฝนด้วย ดังนั้น จึงต้องดูแลรักษาสุขภาพในดีเป็นพิเศษ
อากาศที่เปลี่ยนแปลงบ่อยนั้น นอกจากเป็นปัจจัยเสี่ยงทำให้ภูมิแพ้อากาศกำเริบแล้ว การถูกฝนโดยตรงก็ยังเสี่ยงกับโรคไข้หวัด หรือการติดเชื้อระบบทางเดินหายใจด้วย แต่อีกประเด็นที่มองข้ามไม่ได้คือ ฝนตกไม่ได้ทำให้รถติดอย่างเดียว แต่มีปัญหาน้ำท่วมขังด้วย บางครั้งบางคราวพวกเราก็หลีกเลี่ยงการลุยน้ำอย่างที่สุด เพราะรังเกียจน้ำโสโครกจากแหล่งต่างๆ ที่ท่วมนองพื้นถนนและซอยในบ้าน หลายคนหวาดวิตกว่าเจ้าน้ำท่วมขัง หรือที่เรียกแบบน่ารักว่าน้ำรอการระบายจะนำโรคภัยไข้เจ็บอะไรมาสู่เราได้บ้าง
น้ำขังและน้ำท่วมเป็นสื่อที่ดึงเอาสรรพสิ่งที่สกปรกหมักหมมขึ้นมาสู่พื้นพิภพได้ง่ายที่สุด แม้น้ำท่วมขังจะดูใสๆ เหมือนไม่มีพิษไม่มีภัย แต่ที่จริงแล้วมันมีสารพัดเชื้อก่อโรคมากมาย กล่าวได้ว่ามี 2 โรคเด่นๆ ที่พบว่ามากับน้ำท่วมก็คือ โรคท้องร่วง และโรคฉี่หนู ซึ่งก็ตรงไปตรงมาเพราะน้ำที่ท่วมขังได้นำพาปฏิกูลทั้งจากคนและสัตว์มาด้วย
แนวการป้องกันโรคที่ดีที่สุดก็คือเลี่ยงสัมผัสน้ำท่วมขังโดยตรง สวมเครื่องป้องกัน เช่น รองเท้าบู๊ท หรือหากจำเป็นต้องสัมผัสน้ำท่วม ก็ต้องรีบชำระล้างทำความสะอาดโดยเร็วที่สุด โดยเฉพาะในกรณีที่เรามีบาดแผลแล้วต้องสัมผัสน้ำสกปรก เราจะต้องล้างแผลให้สะอาดที่สุด แล้วทายาโพรวิโดนไอโอดีนเพื่อฆ่าเชื้อโรค
อย่างไรก็ตาม โชคดีที่ทั้งสองโรคนี้เป็นโรคที่รักษาได้ไม่ยากนัก มีทั้งยาฆ่าเชื้อที่จำเพาะเจาะจงกับเชื้อโรคแต่ละชนิด รวมถึงยารักษาตามอาการ
อีกโรคหนึ่งที่มาพร้อมกับความเปียกแฉะอับชื้นของฤดูฝนคือ น้ำกัดเท้า เชื้อราต่างๆ เพราะเท้าของเราแช่น้ำนานจนเปื่อย แล้วยิ่งเป็นน้ำที่สกปรก จึงมีโอกาสติดเชื้อได้ง่าย เช่น แบคทีเรียหรือเชื้อรา วิธีป้องกันก็เช่นเดิม คือหลีกเลี่ยงสัมผัสน้ำท่วมขัง แต่หากเลี่ยงไม่ได้ ต้องสวมใส่เครื่องป้องกันเช่นกัน แล้วรีบทำความสะอาดทันทีเมื่อสามารถทำได้
นอกจากนี้ ถุงเท้าและรองเท้าที่ชื้นก็เป็นอีกปัญหาหนึ่งที่ทำให้เกิดเชื้อรา หรือน้ำกัดเท้าได้ จึงควรทำความสะอาด และทำให้แห้งก่อนนำมาใช้
วิธีการรักษาโรคน้ำกัดเท้า คือใช้ขี้ผึ้งที่มีส่วนผสมของกรดซาลิคไซลิค และกรดเบนโซอิก ส่วนในกรณีที่มีการติดเชื้อต้องใช้ยาฆ่าเชื้อที่จำเพาะกับเชื้อร่วมด้วย
นอกจากนี้ หลายครั้งที่เราตากฝน ก็อาจจะทำให้เราเป็นหวัดเนื่องจากอุณหภูมิที่ลดลง อีกทั้งเชื้อโรคอาจปะปนอยู่ในสายฝนและอากาศ เช่น เชื้อแบคทีเรีย หรือไวรัส ดังนั้น เมื่อเราโดนฝนแล้ว ต้องรีบทำความสะอาดร่างกายโดยเร็ว อาบน้ำ สระผมทันที เพื่อหลีกเลี่ยงความเจ็บป่วยหรืออาการหวัด
แต่หลายคนอาจเชื่อว่าการรับประทานยาพาราเซตามอลสามารถป้องกันการเจ็บป่วย หรืออาการหวัดได้ หรือที่หลายท่านชอบใช้คำว่า กินยาดักไว้ก่อน ซึ่งยาพาราเซตามอลมีข้อบ่งใช้ในการลดไข้ ปวดศีรษะ หากเราไม่มีอาการเหล่านั้นก็ไม่ได้ช่วยอะไร แต่มันคือการได้รับยาโดยไม่จำเป็น
และที่สำคัญคือในปัจจุบันนี้ เรายังมีโรคโควิด-19 อยู่ด้วย หากเรามีอาการไข้ เจ็บคอ ไม่สบายตัว ให้เช็คความเสี่ยงของตนเองทันที หากมีความเสี่ยง เช่น ใกล้ชิดบุคคลที่ติดเชื้อ หรือไปอยู่ในสถานที่แออัดพลุกพล่าน คนหนาแน่น อากาศถ่ายเทไม่ดี อย่าเหมารวมว่าสิ่งนี้คือไข้หวัดที่เกิดจากฝน เพราะอาจเสี่ยงต่อโรคโควิด-19 ได้ ดังนั้นจึงต้องตรวจด้วย ATK และกักตัวไว้ก่อน สำหรับผู้ที่มีเชื้อโควิด-19
ฤดูฝนเป็นฤดูให้ความชุ่มชื่นก็จริง แต่ก็มีโอกาสเกิดการแพร่ระบาดโรคต่างๆ ได้ง่าย การเตรียมตัวเพื่อป้องกันความเจ็บป่วยที่มากับฝน เช่น การพกร่มไว้ หลีกเลี่ยงการถูกน้ำฝน และเลี่ยงการลุยย่ำน้ำท่วมขัง การชำระล้างร่างกายและอาบน้ำสระผมทันทีเมื่อกลับถึงบ้าน รวมถึงการทำความสะอาดสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ ให้ไม่อับชื้น สิ่งเหล่านี้จะช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคภัยต่างๆ ในฤดูฝนได้
รศ.ภญ.ดร.ณัฏฐดา อารีเปี่ยม
และ ผศ.ภก.ดร.บดินทร์ ติวสุวรรณ
คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย