#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/entertain/678999

โอ๊ยเล่าเรื่อง : คืนหมีฆ่า (The World of Killing People)
วันเสาร์ ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.
หนังเรื่องที่สามของค่ายเนรมิตรหนังฟิล์ม ที่หลายคนจับตามองว่าจาก 4 Kings ที่เปิดตัวได้อย่างสวยงามมีคุณภาพ และมาตกม้าตายกับ “ไลโอโคตรแย้ยักษ์” หนังขายเอฟเฟกท์ที่ออกมาดูแย่จนมาถึง “คืนหมีฆ่า” หนังที่ประกาศตัวชัดเจนขายความเป็นฆาตกร
หนังจัดเต็มมาแบบครบๆ ใส่ทุกสิ่งที่หนังฆาตกรโรคจิตต้องมี ฆาตกรโรคจิตที่ไม่เปิดตัว ตัวร้ายภายใต้หน้ากากเลือดการฆ่าแบบสยดสยอง อาวุธทุกรูปแบบเหยื่อตัวละครที่น่าเอาใจช่วย มิตรภาพ ปมปัญหาในใจ เหล้ายา (กัญชา) หรือแม้แต่เรื่องเซ็กซ์ ตลกร้าย แต่กลับผสมกันได้ไม่ลงตัว
สิ่งที่แย่ที่สุดของหนังค่ายนี้ยังคงเป็นบทหนังที่แทบจะหาความลงตัว ความดีไม่เจอ ยิ่งดูยิ่งแย่ ยิ่งทำให้หนังไม่สนุก ทั้งตัวเรื่อง สถานการณ์หรือตัวละคร
จริงๆ แล้ว หนังแนวนี้อาจจะไม่ต้องการเหตุผลอะไรรองรับมากมาย เน้นๆ ไปที่ความสยดสยอง ความรุนแรง เลือด และก็เลือด แต่ก็ควรจะมีเหตุผลมีบทที่ไม่เลอะเทอะ (มาก) ก็จะช่วยเสริมทำให้หนังดูสนุกมากขึ้น
น่าเสียดายที่หนังพยายามสร้างปมปัญหาทางจิตให้ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะเป็นทั้งเหยื่อ หรือฆาตกร แต่หนังที่ปล่อยให้แต่ละตัวละครไปคนละทิศละทาง แต่ละส่วนไม่ว่าจะเป็นคนที่เกี่ยวข้องกับรีสอร์ท แก๊ง หรือคนที่ผ่านเข้ามา ดูลอยๆไม่เชื่อมต่อกันเลย
โดยเฉพาะการที่คาแร็กเตอร์โรคจิตที่ใส่มาเหมือนจะน่าสนใจ แต่ก็ไม่มีที่มา-ที่ไป ไ่ม่มีเหตุผล และไม่ดึงดูดให้เกิดความรู้สึกอยากรู้อยากเห็นหรือผูกพันเอาใจช่วยเหยื่อเหมือนอย่างที่หนังแนวนี้ควรจะเป็น
ที่สำคัญคือ ดูไปได้สักครึ่งเรื่องก็เดาออกแล้วว่าใครคือฆาตกร ใครจะรอด ใครจะตาย จะมีการหักมุมอย่างไร หรือสุดท้ายบทสรุปฆาตกรจะเป็นอย่างไร
ส่วนนักแสดง เล่นกันแบบตัวใครตัวมัน เล่นกันแบบไม่เข้าขากัน แถมยังพยายามเค้นๆ ความเป็นโรคจิต ที่ซ่อนอยู่ภายในตัวละครออกมามากๆ
แต่ที่พอจะดูดีหน่อยก็ แพนเค้ก-เขมนิจ จามิกรณ์ที่พลิกมาเล่นบทแรงๆ จิตอินเนอร์มาแบบชัดเต็ม ส่วนเต๋า-เศรษฐพงศ์ เพียงพอ เล่นโอเวอร์เกินไป พยายามเค้นๆ เน้นๆ แต่เยอะเกินจนดูไม่เป็นธรรมชาติ
เช่นเดียวกับ บี๋-ธีรพงศ์ เหลียวรักวงศ์ ที่กำลังจะดีอยู่ถ้าในหนังตัวอย่างไปเอาฉากตายของเขามาเปิด และถ้าจะใส่ที่มา-ที่ไป เหตุผล ปมดิบๆ ตัวละครตัวนี้จะน่าสนใจทีเดียว และ ปราโมทย์ แสงศร ที่มาร่วมแจมในลุครูปแบบที่เกือบจำไม้ได้
น่าเสียดายกับความตั้งใจดีของค่ายเนรมิตรหนังฟิล์มกับการพัฒนาคุณภาพหนังไทย แต่ก็ดีเพียงแค่ 4 Kings ผิดหวังอย่างรุนแรงกับ “คืนหมีฆ่า” ที่น่าจะเป็นคืนฆ่าหมี…1/10 คะแนน น่าจะเหมาะที่สุด