#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/679299

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : เช็คตู้ยา รับ (โรค) หน้าฝน
วันจันทร์ ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.
ปีนี้คนไทยคนไทย (และคนอีกหลายประเทศ) มีปัญหาเรื่องน้ำมากเกินความต้องการกันทั่วหน้า (แต่อีกหลายประเทศก็แห้งแล้งมาก) สำหรับเมืองไทยนั้น ในปีนี้ฝนจะยังคงอยู่กับเราไปอีกนานเป็นเดือนๆ เมื่อฝนตกหนัก น้ำก็ท่วม รถราก็ติดขัดสาหัส หลายคนเสียสุขภาพจิต บางคนเครียดหนัก เพราะบ้านถูกน้ำท่วม หรือรถยนต์ถูกน้ำทะลักเข้าไปในห้องโดยสาร
ปัญหาที่เกิดจากน้ำท่วมนำไปสู่ปัญหาสุขภาพอีกมากมาย อาทิ โรคไข้หวัด ท้องร่วง โรคฉี่หนูน้ำกัดเท้า เชื้อรา อาการคันต่างๆ ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่ามีโรคที่มากับหน้าฝน โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ถูกน้ำท่วมมากมาย
ซุนวูกล่าวไว้ว่า รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง เมื่อนำกลยุทธ์นี้มาประยุกต์ใช้กับการป้องกันและรักษาโรคที่มากับฝนและน้ำท่วม ก็หมายความว่า ถ้าเรารู้ว่าฝนฟ้าจะพาโรคอะไรมาให้เรา เราต้องไม่นิ่งนอนใจ ต้องรีบตรวจตู้ยาหรือกล่องยาสามัญประจำบ้านให้ดี ดูว่ามียาอะไรขาดเหลือ หมดอายุ ต้องซื้อเตรียมพร้อมไว้
ยาที่ควรมีติดบ้านไว้เพื่อบรรเทาอาการท้องร่วงได้แก่ ผงน้ำตาลเกลือแร่ เพราะเมื่อเราท้องเสียจะขาดน้ำและเกลือแร่ หากไม่ได้รับการชดเชยจะมีอาการอ่อนเพลีย ไม่มีแรง นอกจากนั้นยาอีกชนิดที่อาจช่วยบรรเทาอาการได้คือ ยาเม็ดผงถ่านคาร์บอน สำหรับดูดซับสารพิษ ซึ่งมีทั้งในรูปแบบยาเม็ดหรือแคปซูลให้เลือกใช้ ส่วนยาอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นยาหยุดถ่ายหรือยาปฏิชีวนะ ไม่แนะนำให้ใช้เพราะส่วนใหญ่มักไม่จำเป็น
กรณีเป็นไข้หวัด ก็ใช้ยารักษาตามอาการ ซึ่งก็ได้แก่ยาลดไข้ ยาลดน้ำมูก ยาแก้แพ้ ข้อสังเกตคือ หากไข้สูงตลอดเวลาหรือต้องกินยาลดไข้ตลอดทุก 6 ชั่วโมง เพราะเมื่อยาลดไข้หมดฤทธิ์ไข้ก็จะขึ้นอีก แบบนี้ถ้า 3-4 วันไม่ดีขึ้น แถมอาการยังทรุดลงอีก แนะนำให้รีบไปพบแพทย์ เพราะอาจจะเป็นโรคติดเชื้ออื่นที่รุนแรงมากกว่าไข้หวัด เพราะโรคฉี่หนูเองอาการส่วนใหญ่ก็คล้ายกับไข้หวัดใหญ่มากๆ ยิ่งถ้ามีประวัติลุยน้ำท่วมน้ำขังมาด้วยแล้วยิ่งต้องคิดถึงโรคนี้ไว้ด้วย
กรณีที่ต้องลุยน้ำท่วมขังสกปรก คงไม่มียาที่แนะนำให้ใช้พิเศษ นอกจากต้องล้างเท้าด้วยน้ำกับสบู่ให้สะอาดทันทีเมื่อทำได้ ถ้าใส่รองเท้าบู๊ทลุยน้ำได้ก็ดี แต่ถ้าจำเป็นต้องใส่คัทชูหรือผ้าใบลุยน้ำ บอกเลยว่าต้องเตรียมรองเท้าคู่ใหม่ไว้ใส่สลับ เพราะการใส่รองเท้าเปียกชื้นเสี่ยงต่อการเกิดเชื้อราที่เท้ามากที่สุด และเมื่อเป็นแล้วต้องใช้ยาครีมที่มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อรา ทาเช้าเย็น
การทายาฆ่าเชื้อรานี้มีเคล็ดลับอยู่เรื่องหนึ่งคือ หลังจากผู้ป่วยรู้สึกว่าหายคันหรือไม่มีรอยโรคแล้ว ยังคงต้องทายาต่อเนื่องไปอย่างน้อย 2 สัปดาห์ เพื่อให้ยากำจัดเชื้อราที่หลงเหลือบริเวณรอยโรคให้หมดจะได้หายขาด โดยทั่วไปอาการคันที่เกิดจากเชื้อรา เมื่อใช้ยาทาที่มีฤทธิ์กำจัดเชื้อนั้นได้อาการจะดีขึ้นภายในประมาณ 1-2 สัปดาห์ นั่นหมายความว่าถ้ายิ่งทายายิ่งคันยิ่งเกาจนแผลถลอกไปกันใหญ่ ก็ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อลองขูดผิวหนังไปตรวจหาเชื้อว่าเป็นอะไรกันแน่ จะได้รักษาอย่างถูกต้องต่อไป
กล่าวโดยสรุป ยาที่ต้องมีติดตู้ยาไว้ให้อุ่นใจในหน้าฝนก็คือ ผงน้ำตาลเกลือแร่ ยาเม็ดผงถ่านคาร์บอน ยาลดไข้ ยาแก้แพ้ ส่วนพวกยาทาฆ่าเชื้อราอาจจะยังไม่ถึงกับต้องไปหามาติดบ้านไว้ รอเป็นก่อนค่อยไปซื้อมาทาก็ได้ เพราะเมื่อต้องทาก็มักจะได้ทาต่อเนื่องเป็นเดือน เมื่อเตรียมยาพร้อมแล้ว ที่เหลือก็คือเตรียมใจ ท้องฟ้าอาจจะมืดครึ้ม ก็ขอให้ทำจิตใจให้แจ่มใสเอาไว้ก่อน ถึงกายอาจจะเจ็บป่วยแต่ถ้าใจเข้มแข็งก็จะฟื้นตัวเร็วขึ้น เราอยู่ใต้ฟ้า จะกลัวอะไรกับฝน แต่หากป้องกันตัวเองจากการเจ็บป่วยเพราะฝนได้ ก็ต้องทำนะคะ