#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/688234

วันจันทร์ ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.
เมื่อเร็วๆ นี้มีข่าวเด็กชาวอินโดนีเซีย และแกมเบียเสียชีวิตเป็นจำนวนไม่น้อย เพราะรับประทานยาแก้ไข้ แก้หวัด และแก้ไอชนิดน้ำเชื่อมชนิดหนึ่งเข้าไป ข่าวนี้ทำให้คนทั่วโลกหันกลับมาดูยาน้ำเชื่อมที่บุตรหลานและตัวเองต้องรับประทานโดยทันที เพราะไม่แน่ใจว่ายาที่ใช้อยู่จะทำให้เกิดปัญหาหรือไม่ แล้วหลายคนก็ทิ้งยาที่มีไปเลย เพราะไม่แน่ใจว่าจะทำให้เกิดปัญหาหรือเปล่า
แต่เพื่อไม่ให้ตื่นตระหนกกับข่าวจนเกินไป เรามาดูสาเหตุของการเกิดเหตุการณ์นี้กันก่อน สำหรับยาที่ถูกกล่าวถึงในข่าวคือ Promethazine oral solution BP, Kofexmalin baby cough syrup, Makoff baby cough syrup และ Magrip N cold syrup ที่พบในประเทศอินโดนีเซีย และยาน้ำเชื่อมพาราเซตามอลในประเทศแกมเบีย ยาเหล่านั้นเกิดการปนเปื้อนของสารที่เรียกว่าไดเอทิลินไกลคอล (diethylene glycol) และเอทิลีนไกลคอล (ethylene glycol) ซึ่งเป็นสารถูกห้ามใช้ในยาและอาหาร เนื่องจากเป็นพิษต่อร่างกาย ส่งผลให้เสียชีวิตได้
แต่โดยทั่วไปในทางเภสัชกรรม ผู้ผลิตยาอาจใช้สารช่วยการละลายตัวยาสำคัญ และเพื่อแต่งรสชาติที่เรียกว่าโพรพิลีนไกลคอล (Propylene glycol) สำหรับสารโพรพิลีนไกลคอล กับสารไดเอทิลินไกลคอล และสารเอทิลีนไกลคอล มีลักษณะทางกายภาพคล้ายคลึงกันมาก ดังนั้นผู้ผลิตยาหรือโรงงานยาที่ไม่มีคุณภาพ หรือโรงงานยาผิดกฎหมายจึงใช้สารผิดชนิด หรือใช้โพรพิลีนไกลคอลที่มีการปนเปื้อนของไดเอทิลินไกลคอล หรือเอทิลีนไกลคอล ซึ่งสารสองชนิดเป็นสารพิษต่อมนุษย์ หากได้รับเข้าไปในร่างกายในปริมาณที่มากจะทำให้เสียชีวิต
อาการเริ่มต้นจะเกิดการปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย ปัสสาวะยาก ในบางครั้งมีผลต่อสมอง และทำให้เกิดการเป็นพิษต่อไตอย่างรุนแรงฉับพลัน และนำไปสู่การเสียชีวิตได้ในที่สุดอย่างไรตามทางกระทรวงสาธารณสุขของอินโดนีเซียกล่าวว่ายาที่เป็นปัญหาทำให้เกิดการเสียชีวิตในประเทศอินโดนีเซียไม่ได้มีการขึ้นทะเบียนยาและได้รับอนุมัติอย่างถูกกฎหมาย การใช้ยาดังกล่าวจึงถือได้ว่าเป็นยานอกระบบ ส่วนในประเทศไทย ทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยายืนยันว่ายาเหล่านั้นไม่มีจำหน่ายในบ้านเรา
ในกระบวนการผลิตยาที่มีคุณภาพ ผู้ผลิตยาจะต้องทำวิจัยและพัฒนายาตามหลักวิชาการอย่างเคร่งครัดเพื่อให้ยามีประสิทธิภาพและความปลอดภัยสูงสุด แล้วนำข้อมูลที่ได้ไปขึ้นทะเบียนยากับสำนักงานคณะกรรมการและยาจนได้รับการอนุมัติ จึงจะสามารถผลิตและวางจำหน่ายยาในท้องตลาด
และที่สำคัญคือในกระบวนการผลิตทุกขั้นตอน วัตถุดิบทุกตัวต้องผ่านการตรวจสอบคุณภาพอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการทางเภสัชกรรม จนได้เป็นยาสำเร็จรูปที่มีประสิทธิภาพและความปลอดภัย แล้วยาถูกส่งต่อให้เภสัชกรเพื่อจ่ายยาและให้คำแนะนำกับผู้ป่วยเพื่อใช้ยาอย่างถูกต้อง
การซื้อยานอกระบบที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นช่องทางอินเตอร์เนต ช็อปปิ้งออนไลน์ หรือแหล่งขายยาที่ไม่ใช่โรงพยาบาล คลินิกที่ถูกกฎหมาย หรือร้านขายยาที่มีเภสัชกรประจำ คุณอาจได้ยาที่ไม่ผ่านกระบวนการผลิตและควบคุมคุณภาพตามมาตรฐาน หรือได้ยาที่ถูกลักลอบนำเข้าโดยผิดกฎหมาย ทำให้มีความเสี่ยงได้รับอันตรายจากการใช้ยาไม่มีคุณภาพ ยาปลอมยาผิดกฎหมาย หรือยาที่มีสารปนเปื้อนที่เป็นอันตรายที่เกิดจากความตั้งใจหรือไม่ตั้งใจของผู้ผลิตก็ตาม การได้รับยาไม่มีคุณภาพทำให้รักษาโรคไม่หาย แล้วยังทำให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพอย่างร้ายแรง จนอาจทำให้เสียชีวิตได้
ผศ.ภก.ดร.บดินทร์ ติวสุวรรณ
คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย