เปิดตัว‘มารีญา พูลเลิศลาภ’ทูต WAP รวมพลังเสียงผู้บริโภค เลือกอาหารปลอดภัย ร่วมส่งเสริมสวัสดิภาพสัตว์ในฟาร์ม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/688608

เปิดตัว‘มารีญา พูลเลิศลาภ’ทูต WAP รวมพลังเสียงผู้บริโภค  เลือกอาหารปลอดภัย ร่วมส่งเสริมสวัสดิภาพสัตว์ในฟาร์ม

เปิดตัว‘มารีญา พูลเลิศลาภ’ทูต WAP รวมพลังเสียงผู้บริโภค เลือกอาหารปลอดภัย ร่วมส่งเสริมสวัสดิภาพสัตว์ในฟาร์ม

วันศุกร์ ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

เหมือนดาว คงวรรณรัตน์, ธนบูรณ์ สมบูรณ์, โชคดี สมิทธิ์กิตติผล, โรจนา สังข์ทอง และ ทรงกลด บางยี่ขัน

องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลกประเทศไทย (World Animal Protection-Thailand : WAP) องค์กรพัฒนาเอกชนระดับโลกที่มุ่งเน้นการยกระดับสวัสดิภาพสัตว์ จัดงาน “Happy Meat Happy Me” สัตว์อยู่ดี คนอยู่ได้เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจให้กับผู้บริโภคในการเลือกบริโภคอาหารที่ปลอดภัย เพื่อเชื่อมโยงและกระตุ้นการปรับปรุงการเลี้ยงสัตว์ในอุตสาหกรรมอาหารทั้งระบบอย่างมีมนุษยธรรม และคำนึงถึงสวัสดิภาพที่ดีของสัตว์ในฟาร์ม ก่อนส่งออกมาจำหน่ายให้กับผู้บริโภค พร้อมเปิดตัว ทูตองค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก ประเทศไทย มารีญาพูลเลิศลาภ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2560 โดยมีไฮไลท์ สร้างเสียงฮือฮากับแฟชั่นโชว์สุดสร้างสรรค์ในคอลเลคชั่น“END FACTORY FARMING” สร้างสรรค์โดย สาริศา นวลศรี Creative director of SAVETUDIOS ซึ่งสะท้อนปัญหาสวัสดิภาพสัตว์ และเป็นตัวแทนของสัตว์ในการเรียกร้องความเป็นธรรม ที่นำเอาเสื้อยืดมือสองมาออกแบบตัดเย็บให้เป็นเสื้อผ้าชิ้นใหม่ที่มีเพียงหนึ่งเดียวในโลก และกิจกรรมเสวนาในหัวข้อ สัตว์อยู่ดี คนอยู่ได้ “ทำไมเราต้องเรียนรู้แคร์ชีวิตหมู ชีวิตไก่” ซึ่งจัดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ ณ ชั้น G สามย่านมิตรทาวน์

มารีญา พูลเลิศลาภ ทูตองค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก ประเทศไทย

โรจนา สังข์ทอง ผู้อำนวยการ องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก ประเทศไทย กล่าวว่า “Happy Meat Happy Me” สัตว์อยู่ดี คนอยู่ได้ เป็นนิทรรศการเชิงประสบการณ์เพื่อให้คนในสังคมได้ตระหนักถึงความสำคัญของคุณภาพชีวิตสัตว์ ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพชีวิตมนุษย์ และสิ่งแวดล้อมอย่างเกื้อกูลกัน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Food System ที่องค์กรทำอยู่ เพื่อเป็นการส่งเสริมสร้างความตระหนักถึงการยกระดับสวัสดิภาพสัตว์ในฟาร์มที่อยู่ในระบบอุตสาหกรรมอาหาร โดยเริ่มจากตัวเราซึ่งเป็นผู้บริโภคเนื้อสัตว์ ซึ่งงานนี้จัดขึ้นหวังว่าจะทำให้ทุกท่านได้ตระหนักถึงว่ากว่าที่สัตว์เหล่านั้นจะมาอยู่ในจานอาหารของคุณเขาต้องผ่านอะไรมาบ้าง เนื้อสัตว์ที่เลี้ยงมาอย่างทารุณโหดร้าย เมื่อเรากินเข้าไปจะส่งผลเสียต่อเราอย่างไร นี่คือสิ่งที่เราพยายามสื่อสารออกไป เปรียบกับตัวเราเองก็อยากมีชีวิตที่มีความสุขไปจนถึงวันสุดท้าย สัตว์ก็เช่นกันเขาก็ต้องการคุณภาพชีวิตไปจนกว่าจะกลายมาเป็นอาหารนั่นเอง”

สาริศา นวลศรี (กลาง) กับนางแบบในคอลเลคชั่น END FACTORY FARMING

สำหรับการเสวนาเรื่อง “ทำไมเราต้องแคร์ชีวิตหมู ชีวิตไก่” เหมือนดาวคงวรรณรัตน์ ผู้จัดการโครงการสัตว์ฟาร์ม WAP Thailand ร่วมแสดงทัศนะว่า สัตว์มีความรู้สึกเหมือนกับมนุษย์เรา มีความรู้สึกเจ็บปวด หวาดกลัว ดังนั้นเขาควรที่จะมีชีวิตที่ปราศจากความทุกข์ทรมานเช่นกัน แต่สัตว์เลี้ยงในระบบอุตสาหกรรม ที่คำนึงถึงแต่ผลผลิตที่ได้ออกมาให้มีน้ำหนัก มีปริมาณมากๆ เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการของตลาด โดยใช้เวลาน้อยที่สุด จึงละเลยความทุกข์ทรมานของสัตว์ที่ถูกนำมาบริโภค รวมไปถึงการใช้ยาปฏิชีวนะในสัตว์อย่างไร้ความรับผิดชอบ ส่งผลให้เกิดปัญหาเชื้อดื้อยาตามมา เมื่อผู้บริโภคกินเข้าไปก็ส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคโดยตรงด้วยเช่นกัน จริงๆ แล้วเรื่องของสุขภาพคนสุขภาพสัตว์ และสิ่งแวดล้อม เป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบต่อเนื่องกัน การจะให้เกิดการเปลี่ยนแปลงจึงต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่าย ทั้งผู้บริโภคออกมาเรียกร้อง ผู้ผลิตคำนึงสวัสดิภาพสัตว์ และสำคัญคือการสนับสนุนจากภาครัฐที่จะทำให้สิ่งนี้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน”

ผู้สนใจร่วมเรียนรู้ทำไมเราต้องแคร์ชีวิตหมู ชีวิตไก่

ด้าน มารีญา พูลเลิศลาภ ทูตองค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก ประเทศไทย กล่าวว่า “สิ่งมีชีวิตทุกสิ่งบนโลกใบนี้ ไม่มีสิ่งไหนที่เกิดมาเพื่อเป็นอาหารของเราโดยเฉพาะ แต่มนุษย์เราใช้อำนาจ คิดว่าตนเองเป็นสิ่งสำคัญกว่า เพื่อเลี้ยงสิ่งเหล่านี้ไว้เป็นอาหาร การที่มารีญาสนใจเรื่องสวัสดิภาพสัตว์มาจากความคิดที่ว่า เวลาเราโดนทำร้ายเรายังรู้สึกเจ็บแล้วเมื่อเราเห็นสัตว์โดยทำร้ายทำไมเขาจะไม่เจ็บ ดังนั้นเมื่อหันกลับมาดูจานอาหารของเราทำไมเราต้องทำให้สัตว์เหล่านี้ทรมานไปด้วย ในเมื่อเรามีทางเลือก มารีญาตั้งคำถามเหมือนกันว่าทำไมเราต้องมีอุตสาหกรรมปศุสัตว์ เป็นเพราะว่าต้องขายจำนวนมาก ที่ต้องขายจำนวนมาก ก็เพราะมีจำนวนประชากรมาก แต่ทำไมเราไม่คิดบ้างว่าเราอาจจะบริโภคเนื้อสัตว์มากกว่าที่ควรด้วยซ้ำการที่เราบริโภคเยอะขนาดนี้ มันถึงเวลาที่ควรจะเปลี่ยน และต้องเปลี่ยนอย่างรวดเร็วด้วย ไม่ใช่แค่สุขภาพของเราแต่ยังรวมถึงโลกของเราด้วย เพราะการเลี้ยงสัตว์เราต้องใช้ทรัพยากรมากขนาดไหนที่จะมาเป็นอาหารสัตว์ ต้องถางป่าอีกแค่ไหนเพื่อจะเลี้ยงสัตว์ ทุกวันนี้ทุกคนก็เห็นถึงผลกระทบของ Climate Change มันเป็นเรื่องที่น่ากลัวมาก การกินของเราก็ต้องกินทุกวัน ไม่มื้อเดียวก็หลายมื้อ ก็แปลว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งที่สร้างอิมแพคได้มากที่สุด ในโลกของเรา เมื่อเรารู้ว่าอะไรเกิดขึ้น และเรามีทางเลือกที่ดีกว่านี้ เราก็ควรที่จะเปลี่ยนและผลักดัน”

ทั้งนี้ ผู้สนใจร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับสวัสดิภาพสัตว์ในฟาร์ม และยุติการทารุณกรรมสัตว์ทุกรูปแบบอย่างยั่งยืนร่วมกับ องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก ประเทศไทย ติดตามกิจกรรมต่างๆ และรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.worldanimalprotection.org และ Facebook: World Animal Protection Thailand

Leave a comment