#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/688965

คุยกัน 7 วันหน : เลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ ส่งผลกระทบต่อสงครามยูเครนหรือไม่?
วันอาทิตย์ ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 07.30 น.
ในการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ที่จะมีขึ้นในเดือนหน้า จึงถูกตั้งคำถามว่า หากพรรครีพับลิกันที่สมาชิกบางส่วนไม่สนับสนุนการช่วยเหลือยูเครน ได้ควบคุมสภาคองเกรสจะส่งผลกระทบอย่างไรต่อสงครามในยูเครน
เว็บไซต์สถานีโทรทัศน์ BBC รายงานว่า สหรัฐฯมอบอาวุธ 18 ชนิดให้กับยูเครน รวมถึงจรวด Himars ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแพ็กเกจความช่วยเหลือขนาดใหญ่มูลค่า 52,000ล้านดอลลาร์ หรือมากกว่าประเทศอื่นๆรวมกันเป็นสองเท่า ซึ่งผู้เชี่ยวชาญทางทหารและรัฐบาลยูเครนกล่าวว่า การสนับสนุนนี้มีความสำคัญต่อการปกป้องยูเครนอย่างมาก
แต่การเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯที่จะมีขึ้นในวันที่ 8 พฤศจิกายน ถูกจับตาว่าพรรครีพับลิกัน ที่เป็นตัวเต็งและมีสมาชิกบางส่วนไม่สนับสนุนการช่วยเหลือยูเครน อาจได้ควบคุมสภาคองเกรส และนั่นอาจส่งผลกระทบต่อการช่วยเหลือของสหรัฐฯที่มีต่อยูเครนได้
BBC รายงานว่า สมาชิกสภาคองเกรสของพรรครีพับลิกัน ตั้งคำถามถึงข้อดีในการสนับสนุนยูเครน ขณะที่ชาวอเมริกันกำลังต่อสู้กับค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น โดยเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมาเควิน แมคคาร์ธี ผู้นำเสียงข้างนอกน้อยในสภาผู้แทนราษฎรของพรรครีพับลิกัน ระบุว่า รัฐสภาที่ควบคุมโดยพรรครีพับลิกันจะไม่เต็มใจเขียนเช็คเปล่าให้กับยูเครน ขณะที่ จอช ฮอว์ลีย์วุฒิสมาชิกรัฐมิสซูรี กล่าวเมื่อเดือนพฤษภาคม ว่าความช่วยเหลือจากยูเครน “ไม่อยู่ในความสนใจของอเมริกา”
ความคิดเห็นดังกล่าวถูกมองว่า ตอกย้ำถึงความแตกแยกภายในพรรค อดีตรองประธานาธิบดีไมค์ เพนซ์ประณามอย่างรุนแรงต่อผู้แก้ต่างให้ปูติน และสมาชิกพรรคที่ต้องการให้เลิกยุ่งกับโลกภายนอก ในขณะที่ผู้นำพรรครีพับลิกันในวุฒิสภา อย่าง มิทช์ แมคคอนเนลล์ ได้เรียกร้องให้ทำเนียบขาวเพิ่มความช่วยเหลือให้กับยูเครน ระบุว่าสหรัฐฯ จำเป็นต้องดำเนินการเพิ่มเติม เพื่อจัดหาเครื่องมือที่ยูเครนต้องการ เพื่อขัดขวางการรุกรานจากรัสเซีย
ทั้งนี้ สภาคองเกรสอนุมัติเงินช่วยเหลือแก่ยูเครนไปแล้วหลายหมื่นล้านดอลลาร์ นับตั้งแต่ความขัดแย้งเริ่มต้นขึ้น ล่าสุดเมื่อเร็วๆ นี้ ได้แก่แพ็กเกจ 12,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของร่างงบประมาณรายจ่ายฉบับหนึ่ง ซึ่งมีเจตนาหลีกเลี่ยงชัตดาวน์หน่วยงานรัฐบาล
.jpg)
อย่างไรก็ตาม ร่องรอยความเห็นต่างระหว่าง 2 พรรคในประเด็นนี้เริ่มปรากฏออกมา โดยในเดือนมิถุนายนวุฒิสภาจากรีพับลิกัน 11 คน และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรรีพับลิกัน57 คน คัดค้านคำร้องขอเงินช่วยเหลือด้านความมั่นคงแก่ยูเครน 40,000 ล้านดอลลาร์ และบรรดา สส.กับพวกนักวิเคราะห์คาดหมายว่าแรงขัดขืนจากรีพับลิกันจะหนักหน่วงยิ่งขึ้นในสภาคองเกรสชุดถัดไป โดยเฉพาะศึกเลือกตั้งทั่วไปจะมาถึงในปี 2024
ความเคลื่อนไหวดังกล่าว เพิ่มความกังวลในยุโรป โทเบียส เอลล์วูด สส.อาวุโสของอังกฤษ ซึ่งเป็นประธานคณะกรรมการคัดเลือกด้านกลาโหมในรัฐสภา กล่าวว่า หากสหรัฐฯ ถอนตัวจากการช่วยเหลือยูเครน รัสเซียจะคว้าชัยชนะในสงครามครั้งนี้แน่นอน แต่เจ้าหน้าที่ยูเครนและผู้สังเกตการณ์ในสหรัฐฯ กล่าวว่าไม่น่าเป็นไปได้ที่ความช่วยเหลือจะลดน้อยลงอย่างมีนัยสำคัญในระยะสั้น ไม่ว่าผลการเลือกตั้งในเดือนพฤศจิกายนจะเป็นอย่างไร
โอเลคซี เรซนิคอฟ รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมของยูเครน ระบุว่า จากการพบปะหารือกับสมาชิกสภาคองเกรสของสหรัฐฯ ก่อนหน้านี้ทั้งกับพรรคเดโมแครตและรีพับลิกันทำให้เขามั่นใจและได้รับสัญญาณหลายอย่างที่บ่งชี้ว่า ไม่ว่าใครจะเป็นผู้นำในสภา การสนับสนุนยูเครนก็จะดำเนินต่อไป
รัฐบาลของประธานาธิบดีโจ ไบเดน กล่าวว่า แม้พวกเขาคาดหมายว่าความขัดแย้งในที่สุดจะจบลงบนโต๊ะเจรจา แต่จนถึงเวลานี้ ยังไม่เห็นแนวโน้มของการพูดคุยหารือใดๆ และจะเดินหน้ามอบความช่วยเหลือทำลายล้างเสริมอำนาจต่อรองแก่ยูเครนต่อไป ในกรณีที่เกิดการเจรจา ขณะที่บรรดานักวิเคราะห์มองด้วยว่า รัฐบาลของไบเดนอาจหาทางผลักดันแพ็กเกจช่วยเหลือขนาดใหญ่ ระหว่างวาระการประชุมครั้งท้ายของสภาคองเกรส หากว่ารีพับลิกันชนะศึกเลือกตั้งกลางเทอม ก่อนที่มันจะเปลี่ยนไปอยู่ภายใต้การควบคุมของรีพับลิกัน
เจ้าหน้าที่ยุโรปบอกว่าแม้พวกเขารับฟังความคิดเห็นของแมคคาร์ธีแต่ไม่เชื่อว่ามันจะเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง โดยฮันโน เพฟคูร์ รัฐมนตรีกลาโหมเอสโตเนีย ซึ่งเดินทางเยือนวอชิงตันในสัปดาห์นี้ เผยได้เน้นย้ำระหว่างพูดคุยกับสมาชิกรีพับลิกันว่า การสนับสนุนยูเครน หมายถึงการรักษาไว้ซึ่งระเบียบโลก อย่างไรก็ดี ข้อความหลักคือมันไม่ใช่สงครามยูเครน-รัสเซีย แต่มันเป็นสงครามของโลกเสรีและโลกที่อยู่บนพื้นฐานของกฎระเบียบกับผู้รุกราน
.jpg)
แล้วชาวอเมริกันรู้สึกอย่างไรเกี่ยวกับสงครามในยูเครน?
ผลสำรวจของ Pew Research ชี้ว่า แม้ชาวอเมริกันยังคงมีการสนับสนุนยูเครนค่อนข้างมาก แต่ก็เริ่มลดน้อยลง หลังจากสงครามยืดเยื้อ โดยเมื่อเดือนที่แล้ว ชาวอเมริกันร้อยละ 20 มองว่าสหรัฐฯ ให้ความช่วยเหลือยูเครนมากเกินไป ซึ่งเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 12 ในเดือนพฤษภาคม และร้อยละ 7 ในเดือนมีนาคม
ขณะที่ผลสำรวจของ Reuters/Ipsos ชี้ว่า เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ยังคงมีชาวอเมริกันจำนวนมาก ที่สนับสนุนการให้ความช่วยเหลือยูเครนอย่างต่อเนื่องคิดเป็นร้อยละ 73
ในขณะที่ความช่วยเหลือจากสหรัฐฯที่มีต่อยูเครนในระยะนี้ยังไม่ชัดเจน จอห์น เฮิร์บสต์ ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำกรุงเคียฟ ในปี 2003-2006เชื่อว่าการสนับสนุนจากประชาชนมีแนวโน้มที่จะดำเนินต่อไป หากนักการเมืองผลักดันอย่างแข็งขัน และหากสามารถทำให้สองพรรคการเมืองพูดเป็นเสียงเดียวกัน ถึงอันตรายจากสงครามในยูเครน ก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่า อีก 2 หรือ 3 ปีต่อจากนี้ ชาวอเมริกันจะยังคงให้การสนับสนุนความช่วยเหลือต่อยูเครนอย่างที่เป็นอยู่ปัจจุบัน
โดย ดาโน โทนาลี