#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/689296

รู้เท่าทัน โรคไตเสื่อมเรื้อรัง
วันอังคาร ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.
โรคไตเสื่อมเรื้อรังเป็นปัญหาทางสาธารณสุขที่สำคัญทั่วโลกและมีแนวโน้มที่จะพบมากขึ้นเรื่อยๆ ในปัจจุบัน สำหรับประเทศไทย ความชุกของโรคไตเรื้อรังสูงถึงร้อยละ 17.5 ของประชากรทั้งหมด และมีจำนวนผู้ป่วยสะสมที่ได้รับการบำบัดทดแทนไตเพิ่มขึ้นจาก 33,487 เป็น 151,343 คนในปี พ.ศ. 2551 และ 2562 ตามลำดับ นอกจากนี้โรคไตเรื้อรังยังเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดหรือเสียชีวิตในอนาคตด้วย
การวินิจฉัยโรคไตเสื่อมเรื้อรัง ได้แก่ ผู้ป่วยที่มีความผิดปกติทางโครงสร้างหรือหน้าที่การทำงานของไตเป็นระยะเวลาติดต่อกันนานกว่า 3 เดือน อาทิ เช่น อัตราการกรองของไตน้อยกว่า 60 มิลลิลิตรต่อนาทีต่อ 1.73 ตารางเมตร การรั่วของโปรตีนอัลบูมินในปัสสาวะ การตรวจพบเม็ดเลือดแดงหรือเม็ดเลือดขาวในปัสสาวะ หรือตรวจพบความผิดปกติทางรังสีวิทยา เช่น อัลตราซาวนด์พบถุงน้ำในไต นิ่ว หรือไตข้างเดียว เป็นต้น สาเหตุของโรคไตเรื้อรังที่พบบ่อย ได้แก่ โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคภูมิต้านทานเนื้อเยื่อของตนเอง โรคถุงน้ำในไต โรคไตอักเสบ โรคทางพันธุกรรม หรือการได้รับสารที่เป็นพิษต่อไตเช่นสมุนไพรบางชนิด
ผู้ป่วยโรคไตเสื่อมเรื้อรังมักไม่มีอาการแสดงชัดเจน อาจพบได้ตั้งแต่อาการน้อยจนถึงรุนแรง บางรายอาจจะมีเพียงเม็ดเลือดแดงปนในปัสสาวะ ปัสสาวะเป็นฟอง มีเลือดปนในปัสสาวะ ปัสสาวะบ่อย ปัสสาวะกลางคืนมากกว่า 2 ครั้ง หรือปัสสาวะออกน้อยลง และหากมีระดับไตเสื่อมรุนแรงขึ้น ผู้ป่วยมักจะมีอาการอ่อนเพลีย กินข้าวไม่ได้ คลื่นไส้อาเจียน น้ำหนักลดลงไม่ทราบสาเหตุ คันตามตัว เหนื่อยง่าย ขาบวมมากขึ้นไปจนถึงการรับรู้สติลดลงหรือชัก และเสียชีวิตได้ในที่สุด ดังนั้น การตรวจคัดกรองในผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงต่อโรคไตเรื้อรังจะช่วยนำไปสู่การวินิจฉัยและประเมินผู้ป่วยตั้งแต่ระยะต้นๆ เพื่อจะได้ทำการรักษาได้อย่างเหมาะสม ซึ่งผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงต่อโรคไตเรื้อรัง ได้แก่ ผู้ป่วยที่มีอายุมากกว่า 60 ปี เคยสูบบุหรี่ มีโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคอ้วน โรคภูมิต้านทานเนื้อเยื่อของตนเอง นิ่ว ในไต ถุงน้ำในไต มะเร็ง ไตอักเสบ มีประวัติติดเชื้อทางเดินปัสสาวะหลายครั้ง ผู้ป่วยที่ได้รับสารที่เป็นพิษต่อไตเป็นประจำ เช่นยาแก้ปวด (NonsteroidalAnti-inflammatory Drugs :NSAIDs) หรือยาสมุนไพรบางชนิด เป็นต้น
แนวทางการดูแลป้องกันโรคไตเสื่อมเรื้อรัง สามารถเริ่มจากการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ไม่มีรสชาติเค็มเกินไป โดยแนะนำให้ทานเกลือแกงไม่เกิน
5 กรัม หรือ 1 ช้อนชาต่อวัน ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอต่อร่างกายอย่างน้อยวันละ 1.5-2 ลิตร หรือ6-8 แก้วต่อวัน ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ลดน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน งดสูบบุหรี่ หลีกเลี่ยงการซื้อยาแก้ปวด หรือแก้อักเสบ ได้แก่ ยาแก้ปวดข้อปวดกล้ามเนื้อ ลดอักเสบ โดยเฉพาะยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์(NSAIDs) และปรึกษาแพทย์ทุกครั้งก่อนซื้อยาหรือสมุนไพรบำรุงไตมารับประทาน รวมถึงอาหารหรือวิตามินเสริมและสมุนไพรที่มีการอวดอ้างสรรพคุณเกินจริง อาทิ ถั่งเช่า เห็ดหลินจือ ป่าช้าเหงาไคร้เครือ วิตามิน สมุนไพรจีนต่างๆ เป็นต้น
อาจารย์ นายแพทย์คณิน ธรรมาวรานุคุปต์
สถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์
คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล
ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย