#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/695108

LIFE & HEALTH : รู้จักกับการระงับความรู้สึกเพื่อการผ่าตัด
วันพุธ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.10 น.
ไม่มีใครอยากจะเจ็บป่วยไม่สบายถึงขั้นเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลโดยเฉพาะการผ่าตัด อย่างไรก็ตามคนส่วนใหญ่ก็มักจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ โชคดีที่ปัจจุบันวิทยาการทางการแพทย์ก้าวหน้าขึ้นมาก อีกทั้งแพทย์และทีมงานทางการแพทย์ของไทยก็มีความรู้ความชำนาญในการรักษาโรคได้ดีมาก จนประเทศไทยติดอันดับต้นๆ ของโลกในเรื่องของการบริการทางการแพทย์และสาธารณสุข
โดยทั่วไปแล้ว การผ่าตัดส่วนใหญ่ นอกจากแพทย์ผ่าตัดแล้ว ยังมีแพทย์ที่ช่วยระงับความรู้สึกระหว่างผ่าตัด และร่วมดูแลไปถึงหลังผ่าตัดโดยเฉพาะดูแลจัดการเรื่องของความเจ็บปวดหลังผ่าตัด ซึ่งก็คือวิสัญญีแพทย์ นั่นเอง
.jpg)
ข้อมูลจาก พญ.ดลชนก สิริโภคารักษ์ วิสัญญีแพทย์ รพ.เวชธานี แนะนำการเตรียมตัวก่อนที่จะเข้าระงับความรู้สึกก่อนผ่าตัดในโรงพยาบาล สิ่งแรก คือ ผู้ป่วยที่เข้ารับบริการทุกท่านจะต้องเข้ารับการประเมินร่างกาย ไม่ว่าจะเป็น ซักประวัติ ตรวจร่างกาย เจาะเลือด เอกซเรย์ปอด หรือผู้ป่วยบางคนจำเป็นต้องตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจร่วมด้วย เพื่อเตรียมความพร้อมของร่างกายก่อนเข้ารับการผ่าตัด หากผู้ป่วยคนไหน มีโรคประจำตัว หรือ พบภาวะผิดปกติของร่างกาย ก็จะมีการร่วมปรึกษาแพทย์เฉพาะทางสาขานั้นๆ เพื่อช่วยดูแลให้พร้อมก่อนผ่าตัด ทั้งร่างกายและจิตใจ
วันที่ผ่าตัดจะต้องเตรียมตัว ดังนี้
1.ถ้าเป็นการผ่าตัดที่ไม่เร่งด่วน สิ่งสำคัญเลยคือ จำเป็นต้องงดน้ำและอาหารอย่างน้อย8 ชั่วโมง เพื่อลดอุบัติการณ์ของการสำลักอาหารเข้าปอดระหว่างการผ่าตัด
2.วิสัญญีแพทย์จะเข้าไปเยี่ยมเพื่อซักประวัติ ตรวจร่างกายผู้เข้ารับการผ่าตัดอีกรอบ และแนะนำทางเลือกในการระงับความรู้สึก ในปัจจุบันนี้มี 3 วิธีการหลักคือ
a.การให้ยานอนหลับทางหลอดเลือดดำ วิธีการนี้มักใช้ในการผ่าตัดที่ใช้ระยะเวลาไม่นาน และการผ่าตัดขนาดเล็ก เช่น การส่องกล้องทางเดินอาหาร การขูดมดลูก การผ่าตัดล้างแผลขนาดเล็ก เป็นต้น
b.การระงับความรู้สึกแบบฉีดยาชาเฉพาะส่วน ได้แก่ การบล็อกหลัง การฉีดยาชาบริเวณเส้นประสาทที่เลี้ยงบริเวณผ่าตัด เช่น การผ่าตัดแขน ก็สามารถใช้วิธีการฉีดยาชาที่เส้นประสาทที่เลี้ยงแขนนั้นโดยใช้อัลตราซาวนด์ เป็นต้น วิธีการนี้ มักใช้ในการผ่าตัดระยางค์แขน ขา หรือ ช่องท้องส่วนล่าง การผ่าตัดคลอด วิธีนี้มักนิยมกันมากในปัจจุบัน เนื่องจากค่อนข้างปลอดภัย ทำผู้ป่วยฟื้นตัวเร็ว ช่วยเรื่องการปวดหลังผ่าตัดได้ดี ลดความเสี่ยงที่ต้องดมยาสลบ ลดอุบัติการณ์การแพ้ยาดมสลบ แต่ถ้าผู้เข้ารับการผ่าตัดที่กังวลและกลัวมาก สามารถขอฉีดยานอนหลับระหว่างผ่าตัดได้
c.การดมยาสลบ มักใช้กับการผ่าตัดใหญ่ ระยะเวลานาน หรือในผู้ป่วยที่มีข้อห้ามในการบล็อกหลัง หรือฉีดยาชาที่เส้นประสาท หรือคนที่มีประวัติแพ้ยาชา แต่การดมยาสลบนี้ หลังฟื้นตัวจากการดมยาสลบ จะมีอาการเวียนศีรษะ คลื่นไส้อาเจียนได้
ทั้งนี้ หากผู้ป่วยต้องการทราบว่า การระงับความรู้สึกของตนเองจะเป็นแบบใด หรือ ต้องการระงับแบบใด สามารถสอบถาม ปรึกษากับวิสัญญีแพทย์ได้เลย
.jpg)
3.การให้ผู้ป่วยรู้จักการประเมินความปวด ตั้งแต่ก่อนผ่าตัด เพื่อหลังผ่าตัดจะได้ประเมินการปวดได้อย่างถูกต้อง
สำหรับการประเมินความปวดหลังผ่าตัด มีหลายวิธีขึ้นกับประเภทของผู้ป่วย อายุ ความสามารถในการสื่อสาร แต่ที่นิยมในปัจจุบันคือ Numeric rating scale จะบอกความปวด เป็นตัวเลขตั้งแต่ 0-10 ถ้า 0 คือไม่ปวดเลย 1-3 ปวดน้อย 4-6 ปวดปานกลาง 7-10 ปวดมาก หรือ จะให้ผู้ป่วยอธิบายโดยใช้คำพูดง่ายๆ หรือใช้เครื่องมือ ที่เรียกว่า verbal descriptor scale แบ่งเป็น 4 ระดับ ในกรณี ที่ผู้ป่วยไม่เข้าใจการให้คะแนนเป็นตัวเลข ได้แก่ ไม่ปวด, ปวดน้อย, ปวดปานกลาง, ปวดมาก ซึ่งหากผู้ป่วยมีคะแนนปวดตั้งแต่ 4 ขึ้นไป หรือปวดปานกลางขึ้นไป ให้แจ้งกับทีมพยาบาล เพื่อให้ยาแก้ปวดเพิ่มเติม ผู้ป่วยไม่ควรต้องทนปวด หากจัดการกับความปวดไม่เหมาะสม นั้น จะส่งผลเสียต่อร่างกายทุกระบบ ได้แก่ ทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้น ความดันโลหิตสูงไม่กล้าลุกเดิน ผู้ป่วยฟื้นตัวช้า ปอดแฟบ เป็นต้น
วิธีการระงับความปวด ปัจจุบันนิยมให้การระงับปวดแบบผสมผสาน (Multimodal analgesia) จะใช้วิธีการระงับปวดแบบฉีดยาชาเฉพาะส่วน ร่วมกับยาแก้ปวดทางหลอดเลือดดำอย่างน้อย 2 ชนิดขึ้นไป เพื่อลดการใช้ยาแก้ปวดกลุ่มโอปิออยด์ เช่น มอร์ฟีน, ทรามาดอล เป็นต้น เนื่องจากยากลุ่มนี้มีผลข้างเคียงค่อนข้างมาก ได้แก่ คลื่นไส้อาเจียน เวียนศีรษะท้องอืด ท้องผูก ซึ่งอาการเหล่านี้มีผลให้ผู้ป่วยฟื้นตัวช้าขึ้นได้
.jpg)
หลากหลายวิธีการระงับการปวด
ในปัจจุบันมีวิธีการระงับการปวด อยู่หลายวิธี เช่น
1.การฉีดยาชา ไม่ว่าจะเป็นศัลยแพทย์ฉีดยาชาบริเวณผ่าตัดหรือ วิสัญญีแพทย์ ฉีดยาชาเฉพาะส่วนบริเวณโพรงประสาทที่เลี้ยงบริเวณที่ผ่าตัด วิธีนี้นิยมกันอย่างมากในปัจจุบัน สามารถลดการใช้ยาแก้ปวดกลุ่มโอปิออยด์ได้อย่างชัดเจน และผู้ป่วยฟื้นตัวได้เร็ว
2.การให้ยาแก้ปวดทางหลอดเลือดดำ เช่น ยากลุ่มที่ไม่ใช่สเตอรอยด์ หรือ NSAIDs, ยาพาราเซตามอล และยา Nefopam เป็นต้น
3.การให้ยาแก้ปวดแบบใช้เครื่องให้ยาแก้ปวดแบบผู้ป่วยควบคุมเอง หรือที่เรียกว่า Patient Controlled Analgesia (PCA) เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพและความปลอดภัย มักใช้กับการผ่าตัดใหญ่ เช่น ผ่าตัดช่องท้อง ผ่าตัดช่องอกผ่าตัดกระดูกสันหลัง เป็นต้น
.jpg)
ถึงตอนนี้แล้ว เราคงรู้จักบทบาทของวิสัญญีแพทย์มากขึ้นแล้วว่า มีหน้าที่อย่างไร และร่วมดูแลผู้ป่วยตั้งแต่ก่อนผ่าตัด ระหว่างผ่าตัด และหลังผ่าตัด ดังนั้น หากผู้ป่วยที่เข้ารับการผ่าตัดกังวล ไม่ว่าจะเป็นการเตรียมความพร้อม วิธีการระงับความรู้สึกของการผ่าตัดของเรา หรือวิธีที่จะใช้ในการควบคุมอาการปวด สามารถเข้ามาสอบถามพูดคุยกับวิสัญญีแพทย์ที่ดูแลท่านได้ สนใจข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องการระงับความรู้สึกเพื่อการผ่าตัด สอบถามได้ที่ รพ.เวชธานี โทร.02-7340000
สำหรับช่วงปลายปีนี้ ศ.นพ.สุรเดช หงส์อิง เลขาธิการ กองทุนโรคมะเร็งในเด็กในพระอุปถัมภ์พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ขอเชิญชวนผู้ใจบุญร่วมช่วยผู้ป่วยโรคมะเร็งในเด็กที่ยากไร้ทั่วประเทศ โดยสามารถร่วมบริจาคได้ที่บัญชี “กองทุนโรคมะเร็งในเด็กในพระอุปถัมภ์ฯ” SCB สาขาอ่อนนุช เลขที่บัญชี 133-2-08742-3 โทร.02-7183800 ต่อ 123 ใบเสร็จนำไปลดหย่อนภาษีได้ รายละเอียดที่ http://www.thaichildrencancerfund.org/
ผศ.(พิเศษ)ดร.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์
ประธานกรรมการ มูลนิธิคุณแม่คุณภาพ