
ราชการแนวหน้า : สิทธิประโยชน์และสวัสดิการของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ
วันอาทิตย์ ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2569, 02.00 น.
(ต่อจากอาทิตย์ที่แล้ว)
ศาลปกครองสูงสุดโดยที่ประชุมใหญ่ของตุลาการในศาลปกครองสูงสุด พิจารณาแล้ว เห็นว่า ผู้ฟ้องคดีได้ทำสัญญาเช่าซื้อหรือทำสัญญาเงินกู้เพื่อชำระราคาบ้านเพื่อเป็นที่อยู่อาศัยและได้อยู่อาศัยจริง แต่บ้านหลังดังกล่าวมิได้อยู่ในท้องที่ที่ไปประจำสำนักงานใหม่ ซึ่งได้มีการนิยามคำว่า “ท้องที่” ไว้แล้วในมาตรา 4 แห่งพระราชกฤษฎีกาค่าเช่าบ้านข้าราชการ พ.ศ.2547 ซึ่งนำมาใช้ตามมาตรา 3 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชกฤษฎีกาค่าเช่าบ้านตุลาการศาลปกครอง พ.ศ.2544 ดังนั้น ผู้ฟ้องคดีจึงไม่มีสิทธินำหลักฐานการชำระค่าเช่าซื้อหรือค่าผ่อนชำระเงินกู้เพื่อชำระราคาบ้านมาขอเบิกค่าเช่าบ้านข้าราชการได้ ตามมาตรา 17 แห่งพระราชกฤษฎีกาค่าเช่าบ้านข้าราชการ พ.ศ.2547 (เฉพาะหลังแรกเท่านั้น) ประกอบมาตรา 3 วรรคหนึ่งแห่งพระราชกฤษฎีกาค่าเช่าบ้านตุลาการศาลปกครอง พ.ศ.2544
คำสั่งของผู้ถูกฟ้องคดีที่ไม่อนุมัติให้ผู้ฟ้องคดีนำหลักฐานการผ่อนชำระราคาบ้านมาเบิกค่าเช่าบ้านข้าราชการ และคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของผู้ถูกฟ้องคดีที่วินิจฉัยให้ยกอุทธรณ์ของผู้ฟ้องคดีจึงเป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย
(คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด ที่ อ.689/2565 (ประชุมใหญ่)
เรื่องนี้ประเด็นใหญ่คือเบิกค่าเช่าบ้านได้หลายแห่ง แต่ซื้อบ้านได้หลังเดียวนะ… ควรซื้อบ้านเลยหรือแค่เช่าบ้านก็พอ)
6.เรื่องท้องที่ที่รับราชการครั้งแรก ของข้าราชการแต่ละประเภท หรือท้องที่ที่รับราชการครั้งแรกของข้าราชการ รวมทุกประเภท
เรื่องนี้ผู้ฟ้องคดีได้สอบผ่านการคัดเลือกเป็นข้าราชการตำรวจ กองบัญชาการการศึกษา เป็นพลตำรวจสำรอง กองกำกับการโรงเรียนตำรวจภูธร 2 ซึ่งตั้งอยู่ในท้องที่อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี โดยผู้ฟ้องคดีได้เข้ารับการศึกษาอบรมในโรงเรียนดังกล่าวเป็นเวลาหนึ่งปี หลังจากนั้น กรมตำรวจได้มีคำสั่งบรรจุและแต่งตั้งให้ผู้ฟ้องคดีเป็นพลตำรวจสำรองพิเศษดำรงตำแหน่งลูกแถว กองกำกับการ 8 กองปราบปราม ซึ่งตั้งอยู่ในท้องที่กรุงเทพฯ โดยให้ผู้ฟ้องคดี ทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการในตำแหน่งดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2532 เป็นต้นไป
(อ่านต่ออาทิตย์หน้า)