บทความพิเศษ : ‘นิทานแห่งความดี’ น้ำหยดเดียวในทะเล …ทำความดี 99 วิธี

บทความพิเศษ : ‘นิทานแห่งความดี’ น้ำหยดเดียวในทะเล  ...ทำความดี 99 วิธี

บทความพิเศษ : ‘นิทานแห่งความดี’ น้ำหยดเดียวในทะเล …ทำความดี 99 วิธี

วันอังคาร ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

เช้าวันหนึ่งน้องต้นกล้านั่งกลุ้มใจอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่หน้าบ้าน   ใช้โทรศัพท์มือถืออ่านข่าว  พบว่ากระทรวงวัฒนธรรมและมูลนิธิส่งเสริมการลูกเสือแห่งประเทศไทยชวน ให้คนไทยทำความดีถวายสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

 “ทำความดี… ทำความดี..ทำความดี ” น้องต้นกล้าพึมพำ “แต่เราจะทำอะไรกันดีล่ะ ตัวเล็กคนเดียวแค่นี้ จะทำอะไรได้มากนัก.. เหมือนน้ำหยดเดียวในทะเลเลย”

ถ้าจะไปช่วยผู้ประสบภัย  น้ำท่วม……..ก็ว่ายน้ำไม่เป็น

ถ้าจะบริจาคโลหิต……ก็กลัวเข็มดูดเลือด แดร็กคูล่า

ถ้าจะแจกถุงยังชีพ….ก็ไม่มีเงินซื้อของแพง

ถ้าจะบริจาคหัวใจ  ไต และ ดวงตา…… ก็อายุไม่ถึง 18 ปี

น้องต้นกล้าหงุดหงิด ไม่รู้จะทำอะไรดี     จนต้องตะโกนออกมาดังๆ   “ ฉันจะทำความดียังไง? ทำที่ไหน? ทำอะไร? ทำทำไม? ทำกับใคร? ทำเมื่อไหร่?  ทำไปแล้วจะได้อะไร? และถ้าไม่ทำจะเสียหายอย่างไรกัน?”

ทันใดนั้นเสียงหัวเราะดังขึ้น เมื่อย่าบัวผู้เป็นเพื่อนบ้านเดินผ่านมาด้วยความยิ้มแย้มแจ่มใส  ในมือถือตะกร้าสานจากผักตบชวา  ใส่ผักสวนครัวและเมล็ดพันธุ์ดอกไม้มาเต็ม…..   “หนูต้นกล้า ย่าได้ยินหนูตะโกนถามแล้ว……ความดีนั้นไม่ได้วัดกันที่ความใหญ่โต มูลค่าสูง  หรือทำยากเย็น   แต่วัดที่หัวใจและการกระทำเล็กๆ ของเราในทุกวัน เหมือนน้ำฝนหยดเล็กๆ ที่สามารถรวมกันเป็นน้ำทะเลอันกว้างขวางนั่นแหละ”

ย่าบัวมี  “วิธีทำความดี 99 วิธีจากทั่วโลก”  โดยมีวิธีแปลกๆ ที่ทำง่ายมาฝากหนูด้วยนะ” ย่าบัวกางรายการความดีให้น้องต้นกล้าดูดังนี้

ในยุคที่สังคมต้องการพลังบวก การทำความดีไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องใหญ่โตเสมอไป เพียงแค่เริ่มต้นจากจุดเล็กๆ ในชีวิตประจำวัน เราทุกคนก็สามารถเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสรรค์โลกที่น่าอยู่ขึ้น    โดยได้รวบรวม “99 วิธีทำความดี” ที่ครอบคลุมทั้งในบ้าน สถานศึกษา ที่ทำงาน  มาฝากกัน

หมวดที่ 1: ความรับผิดชอบต่อตนเองและคนในครอบครัว

  • ตื่นเช้ามาเก็บที่นอน พับผ้าห่ม และจัดหมอนให้เรียบร้อย
  • ไหว้และกอดพ่อแม่ด้วยความรักก่อนไปและหลังกลับจากโรงเรียน
  • ช่วยจัดโต๊ะ เก็บโต๊ะอาหาร และล้างจาน
  • ช่วยกวาดบ้าน ถูบ้าน และจัดระเบียบไม่ให้บ้านรก
  • แยกขยะก่อนทิ้ง โดยเฉพาะขยะที่นำกลับมาใช้ได้และขยะอันตราย
  • ประหยัดไฟฟ้า ปิดไฟและเครื่องปรับอากาศเมื่อไม่ใช้งาน
  • ประหยัดน้ำ ปิดก๊อกน้ำให้แน่นและคอยซ่อมแซมจุดที่รั่วซึม
  • ช่วยน้องทำการบ้าน หรืออธิบายบทเรียนที่น้องไม่เข้าใจ
  • ช่วยรดน้ำต้นไม้หรือดูแลสวนรอบบ้านให้สะอาดร่มรื่น
  • ออมเงินหยอดกระปุกออมสินไว้ใช้ในคราวจำเป็น
  • ทำอาหารกินเองที่บ้านเพื่อสุขภาพและประหยัดค่าใช้จ่าย
  • เลือกซื้อผลิตภัณฑ์ในบ้านเช่นสบู่ แปรงสีฟันที่ผลิตในประเทศไทย
  • ช่วยพ่อแม่ซ่อมแซมสิ่งของที่ชำรุดเล็กน้อยภายในบ้าน
  • บริจาคของเล่นสภาพดีให้เด็กผู้ยากไร้
  • บริจาคเสื้อกันหนาวให้ผู้ประสบภัยหนาวในพื้นที่ห่างไกล
  • ไม่เล่นโทรศัพท์มือถือขณะกินอาหาร หรือนั่งในรถ
  • อาสาซักผ้าหรือช่วยงานบ้านให้สมาชิกในครอบครัว
  • ดูแลความสะอาดถังขยะหน้าบ้านไม่ให้ส่งกลิ่นรบกวน
  • ปลูกผักสวนครัวไว้กินเอง
  • พูดจาไพเราะและแสดงความกตัญญูต่อคนในบ้านเป็นประจำ

หมวดที่ 2: สร้างวัฒนธรรมที่ดีในสถานศึกษา

  • กล่าวคำทักทาย “สวัสดีครับ/ค่ะ” คุณครูทุกครั้งที่พบ
  • ช่วยเพื่อนถือของหรือหามสัมภาระหนัก
  • ไม่ทิ้งขยะลงพื้นและช่วยเก็บขยะที่ขวางทางเดิน
  • ตั้งใจเรียนและไม่ส่งเสียงดังรบกวนสมาธิเพื่อนในห้อง
  • ช่วยทำความสะอาดห้องเรียนและลบกระดานหลังเลิกเรียน
  • ปิดก๊อกน้ำในโรงเรียนที่ผู้อื่นเปิดทิ้งไว้
  • บริจาคเครื่องแบบหรืออุปกรณ์การเรียนสภาพดีให้รุ่นน้อง
  • แบ่งปันอุปกรณ์การเรียนให้เพื่อนที่ลืมพกมา
  • ปกป้องเพื่อนจากการถูกรังแกและไม่ร่วมวงนินทาว่าร้ายผู้อื่น
  • พกเมล็ดพันธุ์ดอกไม้ต้นไม้ไปโปรยตามที่รกร้างกองขยะ
  • เลือกใช้อุปกรณ์การเรียนที่ผลิตภายในประเทศไทย
  • อาสาช่วยครูยกของหรือเตรียมอุปกรณ์การสอน
  • เข้าแถวซื้ออาหารหรือต่อคิวทำกิจกรรมอย่างเป็นระเบียบ
  • รับประทานอาหารให้หมดจานเพื่อลดปัญหาขยะอาหาร
  • ช่วยจัดโต๊ะและเก้าอี้ในโรงอาหารให้เรียบร้อย
  • แจ้งเจ้าหน้าที่เมื่อพบสิ่งของเสียหายหรือจุดที่อาจเป็นอันตราย
  • อาสาทำงานกลุ่มเพื่อช่วยให้งานสำเร็จ
  • รักษาความสะอาดโต๊ะและห้องเรียน ไม่ขีดเขียนให้สกปรก

หมวดที่ 3: จิตสำนึกในที่ทำงานและองค์กร

  • มาทำงานให้ตรงเวลาและเริ่มต้นวันใหม่ด้วยรอยยิ้ม
  • ทักทายเพื่อนร่วมงานและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยอย่างเป็นกันเอง
  • ช่วยเหลืองานเพื่อนที่กำลังงานล้นมือหรือมีปัญหาเร่งด่วน
  • ใช้ทรัพยากรสำนักงาน เช่น กระดาษและอุปกรณ์ต่างๆ อย่างคุ้มค่า
  • กล่าวคำชื่นชมเมื่อเพื่อนร่วมงานทำผลงานได้ดี
  • รับฟังความคิดเห็นที่แตกต่างด้วยความเคารพและใจกว้าง
  • แบ่งปันความรู้หรือเทคนิคการทำงานใหม่ๆ ให้ทีม
  • ปิดเครื่องคอมพิวเตอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้าก่อนกลับบ้าน
  • ไม่ใช้เวลางานไปกับการทำธุระส่วนตัวจนเสียงาน
  • เป็นผู้ฟังที่ดีเมื่อเพื่อนร่วมงานต้องการคำปรึกษา
  •  ใช้เสื้อผ้า  กระเป๋า  และของใช้ที่ผลิตในประเทศไทย
  • ใช้บันไดแทนลิฟต์หากขึ้นลงเพียงไม่กี่ชั้น เพื่อประหยัดพลังงาน
  • รักษาความลับขององค์กรและให้เกียรติข้อมูลส่วนตัวของผู้อื่น
  • เสนอความคิดที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดขั้นตอนการทำงาน
  • ไม่นำอุปกรณ์สำนักงานกลับไปใช้ส่วนตัวที่บ้าน
  • จัดระเบียบโต๊ะทำงานให้สะอาดตาและไม่รกรุงรัง

หมวดที่ 4: น้ำใจต่อสังคมและเพื่อนร่วมโลก

  • ช่วยสอนผู้สูงอายุในชุมชนให้ใช้เทคโนโลยีเบื้องต้นเพื่อติดต่อลูกหลาน
  • ลุกให้เด็ก คนชรา หรือคนท้องนั่งบนรถโดยสารสาธารณะ
  • ช่วยเช็ดทำความสะอาดปุ่มกดลิฟต์หรือราวบันไดเลื่อนในที่สาธารณะ
  • หลีกเลี่ยงการถกเถียงที่ไร้ประโยชน์เพื่อรักษาความสัมพันธ์ที่ดี
  • ช่วยเหลือชีวิตสัตว์ที่ตกทุกข์ได้ยากตามกำลังความสามารถ
  • ให้อาหารปลาหรือสัตว์ในแหล่งน้ำที่เหมาะสม
  • ไปเยี่ยมเยียนหรือส่งกำลังใจให้ผู้ป่วยและผู้ที่ขาดที่พึ่ง
  • แบ่งปันผลผลิตที่ปลูกเองให้เพื่อนบ้าน (แบบนิวซีแลนด์)
  • ช่วยเพื่อนบ้านดูแลความสะอาดพื้นที่หน้าบ้าน (แบบแคนาดา)
  • อาสาเก็บขยะบริเวณชายหาดหรือแหล่งท่องเที่ยว (แบบออสเตรเลีย)
  • วางน้ำดื่มหรือขนมไว้ให้พนักงานส่งของ (แบบอเมริกา)
  • บริจาคเส้นผมเพื่อทำวิกผมให้ผู้ป่วยโรคมะเร็ง (แบบไทย)
  • บริจาคแว่นตาเก่าสภาพดีให้กับผู้ยากไร้ (แบบเนเธอร์แลนด์)
  • แสดงความจำนงบริจาคเลือด อวัยวะ หรือร่างกายให้สภากาชาดไทย
  • ปลูกต้นไม้เนื่องในโอกาสวันสำคัญหรือวันเกิด (แบบอินเดีย)
  • เรียนรู้วิธีทำปุ๋ยหมักจากเศษอาหารเพื่อลดขยะ (แบบเดนมาร์ก)
  • ปลูกต้นไม้ที่เติบโตยาวนานไว้ให้ลูกหลานได้ใช้ประโยชน์ (แบบจีน)
  • ช่วยสอดส่องหรือแจ้งซ่อมไฟส่องสว่างในที่เปลี่ยว (แบบเวียดนาม)
  • เล่านิทานหรือแบ่งปันเรื่องราวสอนใจให้เด็กๆ ฟัง (แบบแอฟริกัน)
  • เขียนหรือส่งต่อบทความให้กำลังใจคนทำดี (แบบเปอร์เซีย)
  • จัดกิจกรรมให้ผู้สูงอายุมาถ่ายทอดประสบการณ์ให้คนรุ่นใหม่ (แบบอเมริกาใต้)
  • อภัยทานด้วยการปล่อยสัตว์ที่กำลังจะถูกฆ่าสู่ธรรมชาติ (แบบจีน)
  • แบ่งปันอาหารให้กับผู้ที่ตกอยู่ในภาวะยากลำบาก (แบบไทย)
  • สนับสนุนการสร้างที่พักริมทางหรือจุดพักผ่อนของชุมชน (แบบไทย)
  • ช่วยทำความสะอาดจุดรอรถโดยสารประจำทาง (แบบสิงคโปร์)
  • ไม่ส่งเสียงดังรบกวนผู้อื่นในที่สาธารณะ (แบบญี่ปุ่น)
  • จ่ายค่าอาหารล่วงหน้าเพื่อให้คนยากไร้ได้ทานฟรี (แบบอิตาลี)
  • จัดน้ำดื่มสะอาดไว้หน้าบ้านให้คนผ่านทาง (แบบตุรกี/กรีซ)
  • ร่วมสร้าง “ตู้ปันสุข” ใส่ของจำเป็นให้กับผู้ต้องการ (แบบอเมริกา)
  • มีน้ำใจบนท้องถนน เว้นทางให้รถคันอื่นแทรกเมื่อจราจรติดขัด (แบบเยอรมัน)
  • ทักทายและยิ้มแย้มให้เพื่อนบ้านในทุกวัน (แบบออสเตรเลีย)
  • นำเสื้อผ้าไปแขวนไว้ในจุดแบ่งปันเพื่อผู้ที่ต้องการ (แบบอิหร่าน)
  • แบ่งปันอาหารให้กับคนแปลกหน้าหรือสัตว์จรจัด (แบบเม็กซิโก)
  • ช่วยเหลือผู้อื่นเมื่อพบเหตุการณ์รถเสียหรือต้องการความช่วยเหลือ (แบบแคนาดา)
  • รักษาความสะอาดโดยการเก็บมูลสัตว์เลี้ยงของตนเองในที่สาธารณะ (แบบสวิตเซอร์แลนด์)
  • จัดวางรองเท้าให้เป็นระเบียบและหันหัวออกเพื่อสะดวกต่อการใช้งาน (แบบญี่ปุ่น)
  • มอบของที่ระลึกเล็กๆ น้อยๆ เพื่อแทนคำขอบคุณ (แบบเกาหลี)
  • เมื่อพบของหาย ให้แขวนไว้ในที่ที่เจ้าของสังเกตได้ง่าย (แบบเยอรมัน)
  • พกถุงผ้าไปซื้อของเองเพื่อลดการใช้ถุงพลาสติก (แบบไต้หวัน)
  • วางน้ำสะอาดไว้ให้นกหรือสัตว์จรจัดได้ดื่ม (แบบอินเดีย)
  • กล่าวคำ “ขอโทษ” หรือ “ขอทาง” อย่างสุภาพเมื่อเดินสวนกัน (แบบอังกฤษ)
  • ยืนเว้นระยะห่างเพื่อเคารพความเป็นส่วนตัวของผู้อื่น (แบบฟินแลนด์)
  • ทำความดีส่งต่อกันไปเป็นทอดๆ (Pay It Forward) (แบบอเมริกา)
  • ต้อนรับผู้มาเยือนด้วยความยิ้มแย้มและอาหารว่างตามธรรมเนียม (แบบจีน)
  • ส่งมอบรอยยิ้มและความเป็นมิตรให้ทุกคนที่พบเจอ (แบบไทย)

การทำความดีทั้ง 99 วิธีนี้ เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่เราสามารถลงมือทำได้ทันทีโดยไม่ต้องรอ สิ่งสำคัญไม่ได้อยู่ที่ความยิ่งใหญ่ของสิ่งที่ทำ แต่อยู่ที่ความตั้งใจจริงที่จะส่งต่อสิ่งดีๆ ให้แก่กัน หากทุกคนช่วยกันโลกใบนี้จะงดงามขึ้นอย่างแน่นอน

เมื่ออ่านจบน้องต้นกล้ายิ้มกว้างด้วยความเข้าใจ “หนูรู้แล้วค่ะย่า! การปล่อยปลาช่อนที่ซื้อมาจากตลาด หรือการหันหัวรองเท้าให้คนอื่น ก็คือน้ำหยดหนึ่งที่ทำให้โลกนี้สวยขึ้น” วันนั้นน้องต้นกล้าเริ่ม  ช่วยแม่เก็บจาน ช่วยพ่อรดน้ำต้นไม้  และนำเมล็ดบานไม่รู้โรย จากพานไหว้ครู ไปโปรยตรงที่ดินว่างเปล่าหน้าปากซอย

 เมื่อตะวันลับขอบฟ้าน้องต้นกล้า มองดูมือที่เปื้อนดินแต่หัวใจกลับพองโตด้วยความสุข “น้ำหยดเดียวในทะเล…” น้องต้นกล้าพึมพำ   “ถ้าเราทุกคนช่วยกันเติมน้ำคนละหยด   น้ำจากหลายคนก็จะกลายเป็นก้อนเมฆ ที่ลอยไปกลั่นตัวเป็นเม็ดฝน  เติมน้ำในทะเลไม่ให้แห้งเหือดหายไป”

และนั่นคือจุดเริ่มต้นที่น้องต้นกล้าลงมือทำความดีทุกวันด้วยเรื่องเล็กๆ ใกล้ตัว เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระนางเจ้าสิริกิติ์  พระบรมราชินีนาถ  พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

                                                                          

อาทร   จันทวิมล

Leave a comment