
บทความพิเศษ : ‘นิทานแห่งความดี’ รองเท้าของคานธี
วันพุธ ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.
ในช่วงปี พ.ศ. 2143 (ค.ศ. 1600) ประเทศอังกฤษขยายอำนาจเข้ามาในอินเดียผ่านบริษัทอินเดียตะวันออก โดยเริ่มจากการเข้ามาค้าขายเครื่องเทศและผ้าทอ แต่เมื่อเห็นว่าอินเดียมีความมั่งคั่งมหาศาล อังกฤษจึงใช้กลอุบายทางการเมืองและกำลังทหารเข้ายึดครองดินแดนทีละส่วน จนกระทั่งอินเดียตกเป็นอาณานิคมอย่างสมบูรณ์ภายใต้การปกครองของกษัตริย์อังกฤษในปี พ.ศ. 2401 (ค.ศ. 1858)
ท่ามกลางความขัดแย้ง ชายอินเดียผู้หนึ่งนามว่า “คานธี” ได้ก้าวเข้ามาเป็นผู้นำในการกอบกู้เอกราชของประเทศ โดยไม่ได้ใช้กำลังอาวุธเหมือนการเรียกร้องเอกราชในประเทศอื่น แต่ใช้หลักการ “อหิงสา” (ไม่ใช้ความรุนแรง) และ”สัตยาเคราะห์” (การยึดมั่นในความจริง) ท่านสอนให้ชาวอินเดียเอาชนะความเกลียดชังด้วยความเมตตา และพิสูจน์ว่าพลังใจนั้นเข้มแข็งกว่ากระสุนปืน คานธีอธิบายว่าการใช้กำลังจะนำไปสู่ความเกลียดชังและการสูญเสีย แต่การใช้ความจริงและความเมตตาจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน
ในช่วงปี พ.ศ. 2463 (ค.ศ. 1920) คานธีได้รณรงค์ให้ชาวอินเดียเลิกซื้อผ้าทอจากโรงงานทอผ้าของอังกฤษ แล้วหันมา “ปั่นด้าย” จากปุยฝ้าย ด้วยเครื่องปั่นด้ายมือหมุนแบบโบราณเพื่อทอผ้าฝ้ายแบบพื้นเมืองใช้เอง ท่านชักชวนคนอินเดียให้เห็นว่า การพึ่งพาตนเอง คือรากฐานของเสรีภาพที่แท้จริง
มีเรื่องเล่าสะท้อนหัวใจอันเปี่ยมเมตตาของท่านว่า ครั้งหนึ่งขณะคานธีกำลังยืนอยู่บนรถไฟที่กำลังเคลื่อนที่ รองเท้าข้างหนึ่งของท่านบังเอิญหลุดตกไปบนรางรถไฟ แต่แทนที่คานธีจะเสียใจ ท่านกลับถอดรองเท้าข้างที่เหลืออยู่แล้วโยนตามไปทันที โดยอธิบายแก่ผู้สงสัยภายหลังว่า “ เพื่อให้คนยากจนที่มาเก็บได้ ได้รับรองเท้าไปครบคู่ จะได้นำไปใช้ประโยชน์ได้”
เหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2473 (ค.ศ. 1930) เมื่ออังกฤษออกกฎหมายผูกขาดเกลือและเก็บภาษีอย่างไม่เป็นธรรม คานธีจึงเริ่มนำการเดินทางของมวลชนกว่าพันคน ด้วยการเดินเท้าเป็นระยะทางกว่า 380 กิโลเมตรเป็นเวลา 24 วัน ไปยังชายทะเลนาเกลือเมืองดันดี เมื่อถึงที่นั่น ท่านหยิบเม็ดเกลือขึ้นมาแล้วประกาศว่า “ทรัพยากรธรรมชาติเป็นของทุกคน ไม่ใช่ของใคร หรือประเทศใด”
ความพยายามอย่างยาวนานประสบผลสำเร็จ ในวันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2490 (ค.ศ. 1947) เมื่ออินเดียได้รับเอกราชอย่างสมบูรณ์ ชัยชนะครั้งนี้พิสูจน์ให้โลกเห็นว่า “ความเมตตาสามารถสั่นสะเทือนโลกได้” และเสรีภาพที่ยั่งยืนนั้นสร้างได้ด้วยความสงบและความเมตตาต่อกัน
คานธีเรียกร้องเอกราชให้อินเดีย ด้วยการประท้วง เดินขบวน อดอาหาร และไม่ร่วมมือกับอังกฤษ โดยไม่ทำร้ายใคร หลักการนี้ต่อมาเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้นำทั่วโลก เช่น มาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์ และเนลสัน แมนเดลา
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า การทำความดีนั้นไม่จำเป็นต้องมากมายใหญ่โตอะไรนัก เพียงการบริจาครองเท้าเก่าๆ ข้างเดียวก็สามารถทำความดีได้
อาทร จันทวิมล