
ตะลอนเที่ยว : ทหารมีไว้เพื่อรักษาบ้านเมือง
วันอาทิตย์ ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.
พรรคการเมืองบางพรรคไม่มีประโยชน์ต่อประเทศชาติบ้านเมือง นักการเมืองบางคนไม่มีประโยชน์ต่อประชาชนพลเมือง แต่ทว่าเมืองไทยกลับยังมีนักการเมืองและพรรคการเมืองที่หาประโยชน์มิได้แม้แต่น้อยอยู่มาได้จวบจนถึงบัดนี้ ซึ่งนับว่ามหัศจรรย์เชิงอุบาทว์สุดบรรยายจริง ๆ
หลายคนยังคงจำคำถามจากนักการเมืองไร้สติสิ้นปัญญาที่ถามว่า มีทหารไปทำไม แล้วก็ไม่เชื่อว่าจะรบชนะข้าศึกศัตรู หรือแปลความได้ว่าประเทศไทยไม่มีต้องมีทหาร มีไปก็รบแพ้ข้าศึก
ต้องบอกตรง ๆ ว่า นับเป็นความโชคร้ายอย่างสุด ๆ ของประเทศไทย และคนไทยที่มีพรรคการเมืองและนักการเมืองไร้สติสิ้นปัญญา แต่ที่โชคร้ายยิ่งกว่าคือดันมีคนไทยบางคนหลงใหล ได้ปลื้มไปกับพรรคการเมืองและนักการเมืองไร้ปัญญา ซึ่งการแก้ปัญหานี้ อยู่ที่จำเป็นต้องเร่งเพิ่มสติปัญญาให้ผู้คนที่หลงงมงายกับพรรคที่มีนักการเมืองไร้ปัญญา
เป็นเวลาประมาณ 8-9 เดือนมาแล้วที่กัมพูชาจงใจรุกรานแผ่นดินไทยและคนไทยด้วยอาวุธสงคราม จากวันนั้นถึงบัดนี้ กัมพูชายังคงพยายามจะรุกรานไทยต่อไป ทั้งนี้ผลของการรุกรานไทยโดยกัมพูชาทำให้ทหารไทยเสียชีวิตไป เพราะการรบแล้ว 42 นาย บาดเจ็บอีกนับร้อยนาย ส่วนความเสียหายในเชิงเศรษฐกิจยังไม่สามารถประเมินค่าชัดเจนได้ในขณะนี้
ผลของการสู้รบที่เกิดจากฝ่ายกัมพูชาเป็นผู้เริ่ม ทำให้ความสัมพันธ์ทวิภาคีไทย-กัมพูชาต้องขาดสะบั้นลงเป็นการชั่วคราว ซึ่งยังไม่มีใครตอบได้ชัดเจนว่าจะกลับมาฟื้นความสัมพันธ์กันได้อีกเมื่อไร
มีคำถามว่าฝ่ายกัมพูชาจะโจมตีไทยอีกในวันเวลาใด ตอบเรื่องนี้ได้ยากมาก แต่หลายฝ่ายที่ติดตามสถานการณ์นี้ก็บอกตรงกันว่า น่าจะมีการปะทะกันอีกในอนาคตอันใกล้ เพราะกัมพูชาระดมสรรพกำลัง ทั้งกำลังพล กำลัง อาวุธ แล้วยังระดมปล่อยข่าวเท็จโจมตีฝ่ายไทยตลอดเวลา แม้จะมีการเจรจาหยุดยิงระหว่างกันไปตั้งแต่ 27 ธันวาคม 2568 แต่ในบางวัน ฝ่ายกัมพูชาก็ยังยิงปืนใหญ่ใส่ไทยเป็นช่วง ๆ แต่ไม่ได้ยิงหนาแน่นเท่ากับช่วงปะทะกันหนักในเดือนกรกฎาคม 2568
ทหารไทยที่ประจำการตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ในแนวชายแดนอีสานใต้ (จากเขตจังหวัดบุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี) จำนวนไม่น้อยบอก Mr. Flower ว่ายังไม่ได้กลับบ้านเลย เพราะสถานการณ์ชายแดนไม่น่าไว้วางใจ ส่วนนายทหารระดับสัญญาบัตรที่รับผิดชอบพื้นที่บอกว่า ต้องทำทุกอย่างเพื่อรักษาดินแดนไทย และเพื่อรักษาชีวิตของกำลังพลไว้ให้ได้ ไม่ต้องการให้กำลังพลเสียชีวิต หรือบาดเจ็บเลยแม้แต่คนเดียว ดังนั้นจึงต้องวางแผนการรบอย่างรัดกุม และต้องเตรียมทุกสิ่งทุกอย่างให้พร้อมตลอดเวลา ไม่ว่าจะเรื่องอาวุธสำหรับรบ และที่หลบภัยจากกระสุนปืนใหญ่ของกัมพูชา
เมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ Mr. Flower และ คณะได้ขึ้นไปที่แนวชายแดนจังหวัดสุรินทร์ และ บุรีรัมย์อีกครั้ง หลังจากที่เดินทางเพื่อนำข้าวของ เครื่องใช้ อาหารแห้ง และอาหารที่ใช้สำหรับยาม ฉุกเฉิน ยา เครื่องห้ามเลือด (combat tourniquet) และชุดปฐมพยาบาลสนาม (IFAK) เสื้อผ้า เครื่องกันหนาว น้ำดื่ม ยากันยุง มีดโกนหนวด กางเกงใน เสื้อยืด รองเท้า ฯลฯ ไปมอบให้ทหารที่ชายแดน มาแล้วหลายครั้งตั้งแต่เดือนธันวาคม 2568
การไปครั้งนี้ ได้มอบของให้ทหารที่ฐานธงไทย ซึ่งตั้งอยู่ใกล้ปราสาทตาควาย และเนิน 350 แล้วไปช่องเสม็ด รวมถึงช่องจอมด้วย ขออนุญาตไม่เล่ารายละเอียดของพื้นที่ทราบ เพราะยังเป็นชั้นความลับทางทหาร แต่เพียงนำภาพมาบอกเล่าให้คุณได้ทราบว่าทหารไทยมีความสามารถมาก สามารถนำดินแดนของเรากลับคืนมาได้ และยังรักษาดินแดนไทยไว้อย่างมั่นคง
ทหารหาญฝากขอบคุณผู้ร่วมบริจาคข้าวของ เครื่องใช้ต่างๆ รวมถึงเงินสำหรับเป็นสิ่งขอบคุณทหารที่บาดเจ็บจากการสู้รบเพื่อรักษาเขตอธิปไตยของไทย และขอฝากบอกคุณผู้อ่านว่า เรากำลังระดมทุนเพื่อทำบังเกอร์ที่มั่นคงแข็งแรงและปลอดภัยให้ทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ ณ ชายแดน หากคุณผู้อ่านต้องการร่วมสมทบทุน โปรดติดต่อ โทร. Mr. Flower 091- 7233615
ขอกระซิบบอกก่อนลากันในสัปดาห์นี้ว่า บังเกอร์ของทหารกัมพูชาผู้รุกรานไทยเป็นบังเกอร์ที่แข็งแรงมากกว่าของไทยหลายเท่า เพราะเขาเตรียมการรุกรานไทยมาเป็นเวลานาน จึงทำบังเกอร์ที่มั่นคงถาวรกว่าไทย ส่วนไทยนั้นทหารของเราต้องรบไปด้วยแล้วยังต้องทำบังเกอร์เองอีกด้วย ซึ่งต้องย้ำว่าเป็นเรื่องที่ยากมาก เพราะไหนจะต้องรบให้ชนะ เอาชีวิตให้รอดจากความตาย แล้วยังต้องทำบังเกอร์เพื่อเป็นที่กำบังภัยให้ตัวเองอีกเรื่องแบบนี้เป็นเรื่องที่ยากมาก ดังนั้นจึงขอการสนับสนุนจากคุณผู้อ่านแนวหน้าด้วย










