บทความพิเศษ : ‘นิทานแห่งความดี’ ช่างทอผ้าผู้ชอบสะสมความวิตกกังวล

บทความพิเศษ : ‘นิทานแห่งความดี’ ช่างทอผ้าผู้ชอบสะสมความวิตกกังวล

บทความพิเศษ : ‘นิทานแห่งความดี’ ช่างทอผ้าผู้ชอบสะสมความวิตกกังวล

วันจันทร์ ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

               กาลครั้งหนึ่ง   มีคุณป้า ช่างทอผ้าดีฝีมือคนหนึ่ง มีอาชีพทอผ้าไหมที่สวยสุดในเมือง แต่คุณป้ามีนิสัยชอบ “เก็บเอาความวิตกกังวลและความกลัว”ของตนเองและคนอื่น มาเก็บสะสมถักทอ  เหมือนเก็บผ้าสกปรกหรือของเน่าเหม็นไว้ในใจของตนเอง

               เมื่อไหร่ที่คุณป้าเห็นเด็กๆ ร้องไห้เพราะกลัวสอบไม่ได้ หรือเห็นผู้ใหญ่บ่นว่ากลัวฝนจะตก คุณป้าจะรีบวิ่งไปคว้าเอา “เส้นใยไหมสีเทาของความวิตกกังวล” ที่ลอยอยู่รอบตัวคนเหล่านั้นมาเก็บไว้ในกระเป๋าของคุณป้า

              “มาเถิดความวิตกกังวลจ๋า… มาอยู่กับป้านะ ป้าจะช่วยแบกไว้เอง” คุณป้าพูด

               คุณป้ากลับไปที่บ้านแล้วเริ่มถักทอเส้นใยสีเทาแห่งความวิตกกังวลสารพัดเรื่องเหล่านั้นเข้าด้วยกันให้เป็นผ้าห่มผืนใหญ่ของตนเอง

               จากเส้นใยของความกังวลเล็กๆ ที่นำมาถักทอจนลายเป็นผ้าผืนหนาขึ้นเรื่อยๆ คุณป้าเริ่มเอาผ้าผืนนั้นมาห่มไว้ที่ไหล่ ตอนแรกก็อุ่นดี แต่พอเวลาผ่านไป ผ้าห่มผืนนั้นก็เริ่ม ใหญ่ขึ้น… หนักขึ้น… เรื่อยๆ

               วันหนึ่ง คุณป้าจะเดินไปตลาดเพื่อซื้อกับข้าว     แต่ผ้าห่มแห่งความกังวลนั้นหนาและหนักมากจนคุณป้าเดินแทบไม่ไหว    ขาของคุณป้าสั่นพั่บๆ    หลังของคุณป้างอลงเรื่อยๆ จนหน้าเกือบติดดิน  ป้าพยายามลุกขึ้นเดินแต่ก็ล้มลงเพราะความหนักอึ้ง

               ในขณะที่คุณป้านั่งหอบเหนื่อยอยู่ใต้ต้นไม้   มีสัตว์ป่า 4 ตัว เดินผ่านมา

????      1. พี่ลิงชื่อ “สติ” กระโดดลงมาข้างๆ แล้วถามว่า ” ป้าจ๋า แบกผ้าห่มความกังวลที่ทอไว้ เมื่อวานทำไม?” คุณป้าตอบว่า “ก็ป้าเสียใจที่เมื่อวานทำขนมไหม้ ป้าเลยเก็บไว้เตือนใจตัวเอง”

               พี่ลิงยิ้มแล้วบอกว่า “คุณป้าจ๋า ‘อดีตนั้นเหมือนความฝัน’ เรากลับไปแก้ไขเรื่องราวในอตีตไม่ได้ เหมือนการกำถั่วในมือไว้แน่น ถ้าป้าอยากตัวเบา ป้าต้อง ‘แบมือ’ แล้วปล่อยเรื่องเมื่อวานทิ้งไป”  คุณป้าลองแบมือออกตามคำแนะนำของลิง… ปมผ้าสกปรกที่ชื่อว่า ‘เรื่องเมื่อวาน’ ก็หลุดลุ่ยและหายไปทันที!

????        2. ปู่นกฮูกชื่อ “ปัญญา” บินมาเกาะที่ต้นไม้แล้วถามว่า “แล้วส่วนที่กลุ้มใจล่วงหน้าในสิ่งที่จะเกิดขึ้นในวันพรุ่งนี้ล่ะ แบกไว้ทำไม?” คุณป้าบอกว่า “ป้ากลัวว่าพรุ่งนี้จะไม่มีใครมาซื้อผ้าของป้า    ป้าเลยสะสมเก็บความกังวลรอไว้”

               ปู่นกฮูกสอนว่า “คุณป้าจ๋า ‘อนาคตยังมาไม่ถึง การกังวลถึงสิ่งที่ยังไม่มีอยู่จริง ไม่มีประโยชน์หรอก   จงทำวันนี้ให้ดีที่สุด ” คุณป้าหายใจเข้าลึกๆ… ปมผ้าที่ชื่อว่า ‘ความกลัววันพรุ่งนี้’ ก็จางสลายไป!

????      3. พี่ช้าง ชื่อ “ปล่อยวาง”  เดินเข้ามาแล้วถามว่า “คุณป้าจ๋า ผ้าห่มความกังวลที่เหลืออยู่    คือความกังวลเรื่องของคนอื่นใช่ไหม?” คุณป้าพยักหน้า “ป้าสงสารเพื่อนบ้าน ป้าเลยอยากแบกความทุกข์แทนเขา”   พี่ช้างใช้งวงลูบหลังคุณป้าเบาๆ แล้วสอนหลัก ‘อุเบกขา’ ว่า “เราให้ความเมตตาต่อคนอื่นได้ แต่ต้องวางใจให้เป็นกลางด้วย ทุกคนมีกรรมเป็นของตนเอง     เหมือนป่าที่ต้นไม้แต่ละต้นต้องเจริญเติบโตด้วยตัวเอง ป้าแบกแทนเขาไม่ได้หรอก  ป้าต้องวางใจให้สงบ (ปล่อยวาง) นะ” คุณป้าจึงหลับตาลง วางใจให้เป็นกลาง… ทันใดนั้น ผ้าห่มที่เคยหนักเท่าภูเขาก็หายวับไปราวกับไม่เคยมี!

               มีนกน้อยตัวหนึ่งบินมาเกาะที่บ่าคุณป้า แล้วถามว่า “คุณป้าแบกผ้าห่มหนักๆ แห่งความกังวล ไว้ทำไมจ๊ะ?”

              คุณป้าตอบว่า “ป้ากลัวว่าถ้าป้าทิ้งไป ความกังวลพวกนี้จะกลับไปหาเด็กๆ น่ะสิ”

              นกน้อยหัวเราะแล้วบอกว่า “คุณป้าจ๋า ความกังวลน่ะเหมือนกับลม ถ้าเราปล่อยมันไป มันก็แค่พัดผ่านไป แต่ถ้าป้าเอาความกังวลมาทอเป็นผ้าแล้วเอามาแบกไว้แบบนี้ จะกลายเป็นก้อนหินที่ทับป้านะ ลองดูสิ แค่ใช้กรรไกรแห่งสติ ตัดปมมันออกทีละนิด”

              คุณป้าลองทำตาม เธอหยิบกรรไกรในใจขึ้นมาแล้วตัดปมผ้าที่เขียนว่า “กลัวพรุ่งนี้ฝนตก” ฉับ! ทันใดนั้น ผ้าส่วนนั้นก็กลายเป็นควันสีเทาแล้วจางหายไปในอากาศ คุณป้าเริ่มรู้สึกว่าไหล่เบาลง

              คุณป้าตัด… ตัด… และตัด ความกังวลออกจากใจ    จนผ้าห่มยักษ์แห่งความกังวลหายไปหมดสิ้น คุณป้ากลับมายืดตัวตรงและมองเห็นท้องฟ้าที่แจ่มใสอีกครั้ง

              คุณป้าได้เรียนรู้บทเรียนใหม่ว่า “การวิตกกังวลเรื่องในอดีตและเรื่องล่วงหน้าในอนาคต  ไม่ได้ช่วยให้เรื่องดีขึ้น แต่มันทำให้หมดแรงที่จะทำวันนี้ให้ดีที่สุด”

              ตั้งแต่นั้นมา เมื่อคุณป้าเห็นใครวิตกกังวล คุณป้าจะไม่เก็บมาสะสมไว้ในตัวอีกต่อไป แต่คุณป้าจะสอนให้ทุกคน “หายใจเข้าลึกๆ และยิ้มกว้างๆ” เพื่อให้ความกังวลเหล่านั้นปลิวหายไปเองตามสายลม

              ความพยายามของคุณป้า ในการสละความวิตกกังวลออกจากใจของตน เป็นการทำความดีตามบุญกิริยา 10 ข้อ 3  ความเพียรพยายาม  ตั้งใจมั่น แน่วแน่ (ภาวนามัย)  ไม่ต้องนั่งสมาธิหรือสวดมนต์   โดยตัดความกังวลในเรื่องในอดีตที่ผ่านไปแล้วและเรื่องในอนาคตที่ยังไม่เกิดขึ้น   เพราะทำให้เสียสมาธิในการทำสิ่งปัจจุบัน 

              นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า  “ความวิตกกังวลนั้นมีได้ แต่อย่าเก็บไว้นาน ความกังวลเหมือนฝุ่นที่ลอยมาเข้าตา ถ้าเรารีบล้างออก ด้วยการไปทำอย่างอื่นที่สนุกๆ หรือเล่าให้คนอื่นฟัง  ความกังวลก็อาจจะลดลงหรือหายไปได้”

               เรียบเรียงจากนิทานอังกฤษและเปอร์เชียโบราณ  เรื่องความกังวลของช่างทอผ้า “The Weaver of Worries”   ที่ใช้ในการฝึกสมาธิ   โดยสะท้อนให้เห็นว่า   บางที… ความทุกข์ที่หนักอึ้งนั้น ไม่ได้เกิดจากใครอื่น แต่เกิดจากการที่ชอบเก็บความกังวลเล็กน้อย มาสะสมจนกลายเป็นภาระหนักอึ้งที่ทับถมใจตัวเอง

อาทร  จันทวิมล    

Leave a comment