โอ๊ยเล่าเรื่อง 8/10 วัทเตอริ่ง ไฮต์ส (Wuthering Heights)

โอ๊ยเล่าเรื่อง 8/10 วัทเตอริ่ง ไฮต์ส (Wuthering Heights)

โอ๊ยเล่าเรื่อง 8/10 วัทเตอริ่ง ไฮต์ส (Wuthering Heights)

วันเสาร์ ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ต้นรักดอกโศก งานแปลของ พิมพา จันทพิมพะ ที่แปลจาก Wuthering Heights วรรณกรรมโกธิคคลาสสิคของอังกฤษ ของ  เอมิลี บรอนเต้ (ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 1847 ภายใต้นามปากกา Ellis Bell ) คือ หนังสืออีกหนึ่งเล่ม ที่เคยผ่านตา ตอนเป็นเด็กน้อย

แต่ด้วยความเป็นเด็ก เรื่องอาจจะรุนแรง เกินไป เลยไม่ค่อยอิน กับ หนังสือ เล่มนี้มากนัก รวมไปถึง ฉบับหนัง ที่ มีการนำมาสร้าง ใหม่หลายครั้ง ก็เฉยๆ แต่สิ่งที่ สะดุด..จดจำ..ได้ไม่ลืมเลือนคือ ชื่อไทย ‘ต้นรักดอกโศก’ ที่เป็นทั้งชื่อ นิยายแปล และชื่อไทยของ ตัวหนังฉบับปึ 1971 ที่มาฉายที่ เอเธนส์ชื่อ Wuthering Heights แทบจะไม่อยู่ใน ความทรงจำเลยWuthering Heights ฉบับปี2026 ของวอร์เนอร์ นำเสนอเรื่องราวใน หนังสือ ออกมาแบบครบถ้วน มีการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อย ๆ ไม่ได้ตีความหรือเพิ่ม เติมอะไรมากมาย แต่ยังคงไว้ซึ่งสิ่งที่ตัวนิยาย พูดถึง 

Wuthering Heights มาในบรรยากาศของ หนังดังในอดีตยุคทองของหนังที่หยิบเอา วรรณกรรมดังๆ มาขึ้นจอ ความรู้สึกเหมือนได้อ่านหนังสือ ที่ขึ้นจอคนแสดงเนื้อเรื่อง เนื้อหา บทสนทนา ตัวละคร อาจจะดูเชย ล้าสมัย สำหรับการนำมาขึ้นจอ นำมาสร้างในยุคสมัยนี้ ในพ.ศ.นี้ โทนหนังสไตล์แบบนี้ ทำให้ หลายคน ไม่สนุก รู้สึกว่า ตัวหนังออกมา น้ำเน่า/โรแมนติก ไม่มีอะไรใหม่ เหมือน ดูละครทีวีแนวเดิมๆ 

แต่ยังดีที่  เอเมอรัลด์ เฟนเนลล์ ผู้กำกับ ทำ Wuthering Heights โดย เน้นงานด้านโปรดักชั่นที่ดีงาม ดูมีลูกเล่น ดูทันสมัย ใส่เข้ามา ช่วยลบกลบความเชย ของตัวเรื่อง ทำให้ หนังออกมาดูสนุกไม่น่าเบื่อ ดูได้เพลิน ดูได้เรื่อยๆ ตั้งแต่ต้นจนจบ งานด้านภาพสวยๆ มุมกล้องที่ดูแปลกตา สีสันของภาพที่มีทั้งสว่างไสว ฉูดฉาดสดใส หรือดำมืด หม่นหมอง ตามอารมณ์ในแต่ละช่วงเวลา/สถานการณ์ของตัวละครเหตุการณ์ ฉากต่างๆ เสื้อผ้าหน้าผม ดูดีอลังการงานสร้าง ขยี้อารมณ์ด้วยดนตรีประกอบ และ เพลงประกอบที่ไพเราะฉากอีโรติก ฉากเลิฟซีน เน้นๆ ภาพสวย มากกว่า จะเน้นความเร้าร้อน หรือแม้แต่ ภาพความรุนแรง มาน้อย แต่จัดเต็ม จนรู้สึกสะดุ้ง แต่ หลายฉาก ภาพที่ออกมา อาจรุนแรง แต่ รุนแรงในความรู้สึกมาแบบเต็มๆ 

Wuthering Heights มาในแนว หนังโรมานซ์ ดราม่า อีโรติก โศกนาฏกรรมความรัก ที่สะท้อนภาพของระบบชนชั้น คนรวยคนชั้นสูง ชนชั้นระดับล่าง ผู้หญิงที่อยู่ต่ำกว่าผู้ชาย ผู้ชายเป็นใหญ่ เรื่องในมุ้งบนเตียง ชู้สาว เรื่องรักที่หลบๆ ซ่อนๆ ผิดศีลธรรม พ่อผู้เป็นใหญ่บ่งการทุกชีวิตในครอบครัวตัวละครทุกตัว มีความเด่น มีปม ดูเทาๆ ด้วยคนแต่งเป็นผู้หญิง น้ำหนักตัวละครมุมมอง เลยเน้นๆ ไปที่ผู้หญิง ที่มาครบทั้ง ดี/ร้าย/น่าสงสาร ส่วนผู้ชาย ดูร้ายมากกว่าดี ชะตากรรมสุดท้าย หลายคนสมน้ำหน้า 

มาร์โก ร็อบบี้ เด่นสวยเล่นเก่ง เป็น แคทเทอรีน ที่ใช่ ดึงให้ติด/ตามดู ได้ตลอดทั้งเรื่อง ดีงามมีพลังในทุกๆ บท ไม่ว่าจะเป็นบทสบายๆ บทรักโรแมนติก ดราม่า หรือแม้แต่ฉากที่เลิฟซีน ที่ไม่จำเป็นต้องโชว์เนื้อหนังมังสา แต่ก็ดูเซ็กซี่ หรือ ในชุดราตรี ก็ดูงามสง่า

เจคอร์บ เอลอร์ดี พลังล้นเหลือ เป็น  ฮีธคลิฟฟ์ ที่หล่อมีเสน่ห์ ตอนไว้หนวดไว้เคราโชว์กล้าม ดีงาม ในแบบชายชาตรี พอไร้หนวดหน้าเกลี้ยงเกลา ดู เป็นผู้ดีไฮโซ 

มาร์โก ร็อบบี และ เจคอร์บ เอลอร์ดี จับคู่กันแบบเข้าขา ทำให้หนังดูสนุกตั้งแต่ต้นจนจบ

ชาซาด ลาติฟ ในบทเอ็ดการ์ ชายหนุ่มที่ แคธี่ เลือกมาเป็นสามี มาดดี ดูเป็นผู้ดี ทั้งในชีวิตปกติ หรือ ตอนมีเซ็กซ์ ดูเป็นคนทื่อๆ มีแต่เงิน ให้ความสุขได้เพราะเงิน 

อลิสัน โอลิเวอร์ เป็น อิซาเบลลา น้องสาวของ เอ๊ดการ์ คุณหนู อ่อนต่อโลกเอาแต่ใจ ที่กลายเป็น เหยื่อ ของการแก้แค้น เล่นดีเล่นได้ ดูแล้ว เชื่อว่าเป็น คุณหนู หรือตอนท้าย เสียจริต..เพราะรสเซ็กซ์ ชวนให้ รู้สึกสะอิดสะเอียนไม่น้อย 

ฮงเชา เป็น เนลลี แม่บ้าน ที่ดู นิ่งๆๆ เหมือนไม่มีอะไร แต่อยู่ในทุกๆ ช่วงเวลาของ แคทเทอรีน เหมือนคอยเฝ้าดู ให้คนดูตามดู ก่อนที่จะทำให้รู้สึกเกลียดไปกับ การทำให้เกิดเรื่องวุ่นวาย กับ ความเข้าใจผิด จน เรื่องลุกลาม สีหน้าแววตา สื่อ/ส่งอารมณ์ให้กับตัวหนังอย่างมาก

มาร์ติน คลูนส์ เป็น มิสเตอร์เอิร์นชอว์ พ่อ ผู้เป็นใหญ่เจ้าอารมณ์ ดูกักขะ เสริมในส่วนของ ความดาร์ค ความดิบ ให้กับตัวเรื่อง

รวมทั้ง นักแสดงสมทบคนอื่นๆ ก็เล่นได้ดี  ชาร์ล็อตต์ เมลลิงตัน รับบท แคทเธอรีน เอิร์นชอว์ (วัยรุ่น) โอเวน คูเปอร์ รับบท ฮีธคลิฟฟ์ (วัยรุ่น) วี เหงียน รับบท เนลลี่ ดีน (วัยรุ่น)  อีวาน มิตเชลล์ รับบท โจเซฟ คนรับใช้ในบ้านเอิร์นชอว์ Wuthering Heights สนุก ดูได้แบบเพลินๆ ในแบบ หนังโรมานซ์ เก่าๆ ใน โปรดักชั่นดีงาม ในยุคนี้ ที่ดูได้แบบไม่ง่วง ตลอด 136นาทีชอบๆ ในระดับ 8/10 คะแนน ปล..ดูจนจบ หนังสวยงาม ภาพดูดี แค่นี้ ก็เพียงพอ จนไม่รู้สึกว่า ตำเป็น ต้องดู บนจอใหญ่ๆ อย่าง IMAX แต่อย่างใด

Leave a comment